คลังเก็บป้ายกำกับ: thai march club

รีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 70,000 กิโล”

สวัสดีครับ

และแล้วเจ้า Lucky หรือ นิสสัน มาร์ชคู่ใจของเบียร์ก็วิ่งทะยานผ่านหลัก 70,000 กิโลเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งก็ถึงเวลาได้นำรถเข้าไปตรวจสุขภาพกันอีกครั้ง

โดยเบียร์ยังคงติดใจน้ำมันเครื่อง Valvoline 5W-40 เหมือนเดิม ซึ่งก็ได้สั่งซื้อไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว โดยจัดแบบขวดละ 1 ลิตร 3 ขวด รวม 3 ลิตรเฉพาะรถเบียร์คันเดียว เพราะครั้งนี้ไม่ได้เข้าศูนย์พร้อมกับเพื่อนเหมือนครั้งที่แล้ว ที่ซื้อแบบ 6 ลิตรมาแชร์กันได้ ตามรีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 60,000 กิโล” + เคลม”โช้คประตูหลัง”

 

และแน่นอน ศูนย์บริการนิสสันที่เบียร์ไว้ใจให้ตรวจสุขภาพเจ้าลัคกี้ก็ย่อมเป็นศูนย์นิสสัน รามคำแหง 172 ในเครือสยามกลการนั่นเอง

 

โดยเบียร์ได้โทรสอบถามคิวและนัดหมายไว้ล่วงหน้า 1 วันที่เบอร์ 02-517-9234 เพื่อความมั่นใจว่ารถเราจะได้ทำแน่นอน ไม่ต้องรอคิวใด ๆ

—————————

13 กันยายน 2012

9 โมงเช้า เบียร์ขับเจ้าลัคกี้เข้าศูนย์นิสสัน ซึ่งเมื่อเจอยามที่หน้าประตู ยามก็ไม่มีการถามอะไรเบียร์สักคำ แต่นำป้ายที่บ่งบอกว่า รถคันนี้เป็นรถที่นัดหมายเอาไว้มาวางที่หน้ากระจก และเลื่อนเหล็กกั้นให้เบียร์เข้าไปแบบยิ้มแย้ม ซึ่งก็เป็นความประทับใจเล็ก ๆ ตั้งแต่เข้ามาเลยทีเดียว

และเบียร์ก็ขับรถไปจอดที่ป้าย “ลูกค้านัดหมาย” ทันที

 

ลงมาจากรถก็มีพนักงานมาต้อนรับ และตรวจสอบรถก่อนเข้าเช็คระยะ

 

พร้อมวางป้ายแสดงสถานะของการบริการตามขั้นตอนการทำงาน

 

โดยเบียร์ได้แจ้งพนักงานไว้ 2 เรื่อง

1. เบียร์นำน้ำมันเครื่องมาเอง

2. ฝากระโปรงหน้ารถเบียร์เป็นคาร์บอน ไฟเบอร์ ให้ระมัดระวังการปิดฝากระโปรง อย่าโยน แต่ให้กดลงแทน

 

ระหว่างรอพนักงานตรวจสอบ เบียร์เดินไปดูป้ายนัดหมาย ก็พบว่ามีเพียง 2 คันที่โทรมานัดหมาย โดยรถเบียร์เป็นคันที่ 2 ตอน 9 โมง

 

เบียร์เดินกลับมาดูที่รถ และเปิดประตูเพื่อจะหยิบของ เบียร์ก็เห็นภาพนี้ ที่ทำให้เบียร์ประทับใจในการบริการของที่นี่มาก กับการคลุมผ้าที่เบาะรถ พวงมาลัย และหัวเกียร์ เพื่อปกป้องความสะอาดจากพนักงานที่ต้องมาเลื่อนรถเบียร์

 

เมื่อพนักงานตรวจสอบเสร็จ ก็ทำรายการออกมาดังนี้

 

ดูรายการแล้ว พนักงานที่นี่เอาใจใส่ลูกค้าจริง ๆ ครับ แถมไม่มีการยัดเยียดขายของอะไรเพิ่มเติมไม่ว่าจะจำเป็นหรือไม่จำเป็น ซึ่งผู้จัดการศูนย์ที่เดินเข้ามาทักทายเบียร์ ก็ยังบอกเบียร์ว่า หลายที่ชอบยัดเยียดของให้ลูกค้า ซึ่งที่นี่ไม่ชอบทำแบบนั้น เพราะศูนย์นี้เน้นบริการลูกค้าแบบที่ลูกค้าต้องการ เพื่อให้ลูกค้าแฮปปี้มากที่สุด

และนี่คืองบประมาณค่าบริการว่า จะไม่เกินวงเงินนี้

 

เมื่อเซ็นชื่อรับทราบแล้ว เบียร์ก็หิ้วโน้ตบุ๊คคู่ใจขึ้นไปนั่งทำงานที่ห้องรับรองลูกค้าชั้น 2 เหมือนอย่างเคย

 

พิมพ์งานไป สลับมองการทำงานของช่างไป

 

เห็นหมดว่า ช่างทำอะไรกับรถเราบ้าง โปร่งใส และสบายใจ

 

ก้มพิมพ์งานต่อ มองอีกที อ้าว ลัคกี้ตัวลอย ^^

 

นั่งอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้จัดการศูนย์ก็ขึ้นมาบอกว่า “คุณเบียร์ รถเสร็จแล้วครับ” เบียร์จึงเก็บข้าว เก็บของเดินลงมาชำระค่าเสียหายตามรายการนี้

 

ซึ่งเมื่อรวมกับค่าน้ำมันเครื่อง Valvoline 5W-40 ที่ซื้อมาในราคา 1,030 บาทแล้ว เท่ากับว่า ค่าเสียหายทั้งหมดสำหรับการตรวจสุขภาพของเจ้า Lucky คือ 1,914.36 บาท

จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว ก็มารับรถที่จอดรออยู่หน้าประตูศูนย์บริการ ซึ่งมาพร้อมกับความสะอาด เนื่องจากศูนย์นิสสันได้ล้างรถให้ก่อนส่งมอบด้วย

 

ซึ่งรีวิวการจับนิสสัน มาร์ชเช็คระยะ 70,000 กิโลของเบียร์ ก็คงจบลงแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะครับ

 

รีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 40,000 กิโล” หลังน้ำท่วม!!

“จะรักเธอไปจนตาย ทั้งหัวใจให้เธอไปหมดแล้ว
ที่รัก เธอคือดวงใจของฉัน (คือดวงใจของฉัน)
จะรักเธอไปนานนานจนรักใครไม่ได้
ที่รัก ฉันรักเธอได้ยินไหม”

เสียงเพลงริงโทนของมือถือเบียร์ดังขึ้น แม้จะเป็นเบอร์แปลก แต่เบียร์ก็รีบกดรับทันที

“สวัสดีครับ”

“สวัสดีค่ะ จากศูนย์นิสสัน เอสเอ็มที นะคะ”

“อ๋อ ครับ มีอะไรเอ่ย?”

“รถ Nissan March ของคุณ ถึงกำหนดเช็คระยะ 40,000 กิโลแล้วนะคะ อย่าลืมนำรถเข้ามาตรวจเช็คนะคะ”

“เอ่อ เบียร์หนีน้ำท่วมอยู่กลับ เดี๋ยวกลับกรุงเทพ จะเข้าไปครับ”

“ได้ค่ะ แจ้งให้ทราบเท่านี้ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

“ขอบคุณครับ”

แปลกใจ!!

ตั้งแต่เบียร์ขับ Nissan March มา 1 ปี 4 เดือน เบียร์ก็เพิ่งได้รับโทรศัพท์จากศูนย์บริการตามให้ไปเข้าเช็คระยะนี่แหล่ะ

ก็ถือว่าเป็นความเอาใจใส่ลูกค้าของศูนย์ศรีนครินทร์ดีครับที่โทรมาเตือน ถ้าศูนย์ทุกแห่งเอาใจใส่ลูกค้าได้อย่างดี และมีมาตรฐานที่ดี เบียร์ว่าตำแหน่งแชมป์รถยนต์ในเมืองไทยของค่ายนิสสัน คงไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วละ

แต่เอ๊ะ! หรือน้ำท่วม ไม่มีลูกค้าใช้บริการ เลยมาตามเรา

อ่ะ ล้อเล้นนะคร้าบบบบบ….

———————–

เบียร์เดินมาเปิดดูไมล์รถ ก็พบว่า เบียร์ขับน้อง March มาถึง 45,000 กิโลเมตร เข้าไปแล้ว

คำนวณคร่าว ๆ ก็ตกใจ เพราะตอนเช็คระยะ 30,000 กิโลเมตร ตามรีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 30,000 กิโล” ในวันเกิดครบรอบ 1 ขวบ ตอนนั้นเลขไมล์อยู่แค่ 32,739 กิโลเมตรเท่านั้น

แสดงว่า เบียร์ขับเกินระยะมาถึง 12,261 กิโลเมตร ซึ่งเกินไปถึง 2,261 กิโลเมตรเข้าไปแล้ว

และที่สำคัญ ตอนนี้เบียร์ยังอพยพหนีน้ำท่วมอยู่ที่โคราช กว่าจะขับถึงกรุงเทพ ก็คงเกินไปอีกหลายร้อยกิโลเมตร

———————–

แต่จะว่าไปที่ไมล์ขึ้นมาเยอะก็ไม่แปลก

เพราะช่วงอพยพหนีน้ำท่วม เบียร์ขับ March ลงใต้ แล้วขึ้นมาอีสาน ตะลอนทัวร์ไปทั่วเลย กว่าจะได้กลับบ้าน

 

เลยเกินระยะมาอย่างรวดเร็วนั่นเอง

——————-

เมื่อกลับถึงกรุงเทพ เบียร์จึงรีบโทรนัดหมายล่วงหน้า 1 วัน ที่เบอร์ 02-722-8486 เพื่อเข้าเช็คระยะ 40,000 กิโลเมตรทันที ในวันที่ 1 ธันวาคม 2011 เวลา 11 โมง เพื่อรับส่วนลดค่าอะไหล่ 15%

 

เบียร์ขับรถมาถึงตามเวลานัดหมาย แล้วจอดรถที่จุดรับรถ ส่งสมุดรับประกันและบำรุงรักษาพร้อมกุญแจรถให้พนักงาน

 

จากนั้นก็แจ้งเงื่อนไขการใช้บริการตามปกติดังนี้

1. น้ำมันเครื่องสังเคราะห์

2. ไม่รับน้ำยาล้างต่าง ๆ ทุกชนิด

พร้อมยื่นบล็อคถอดล้อไว้ให้พนักงานรับรถ เนื่องจากเบียร์ได้เปลี่ยนล้อมาใหม่แล้วนั่นเอง ซึ่งขนาดของล้อใหม่กับล้อเดิมของมาร์ชจะไม่เท่ากันครับ ถ้าไม่ให้บล็อคถอดล้อไว้ พนักงานจะถอดล้อมาทำความสะอาดเบรคไม่ได้ครับ

พนักงานรับเรื่อง พร้อมจดไมล์จำนวน 45,445 กิโลเมตรไป ก่อนจะสอบถามว่า อยากล้างตู้แอร์และอบโอโซนไหม? ซึ่งเบียร์ก็ปฏิเสธไป

พนักงานสอบถามอีกว่า ตามปกติ ช่วง 40,000 กิโลเมตร จะต้องเปลี่ยนไส้กรองอากาศด้วย จะเปลี่ยนเลยไหม?

เบียร์ก็ตอบไปว่า “ถ้าถอดออกมาเช็คแล้วมันควรเปลี่ยน ก็เปลี่ยนไปเลยครับ”

โดยมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้ที่น่าชมเชยก็คือ การสอบถามความต้องการของลูกค้าก่อน ไม่ยัดเยียดเข้ามาเหมือนบางศูนย์ที่เคยได้ยินเพื่อนผู้ใช้รถท่านอื่นมาเล่าให้ฟัง

พนักงานแจ้งว่า รถจะเสร็จประมาณ 15.00 น เบียร์จึงอาศัยช่วงเวลาที่เหลือไปทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย

หลังจากเสร็จธุระปะปัง เบียร์ก็กลับมาที่ศูนย์นิสสันในเวลา 15.00 เป๊ะ

แต่ปรากฎว่า เจ้า Lucky  ก็ยังเช็คระยะไม่เสร็จแต่อย่างใด

 

เบียร์จึงเข้ามานั่งรอในห้องรับรองลูกค้าเช่นเคย

 

หันไปดูทีวีซะหน่อย

 

แต่ก็ไม่รู้จะดูอะไร เลยเดินไปขอ password Wi-Fi ฟรีมาจากเจ้าหน้าที่ มานั่งเล่น Internet ดีกว่า

———————–

เวลาผ่านไป 20 นาที เบียร์ก็เห็นเจ้า Lucky หายไปจากแท่น ปรากฏว่า เจ้า Lucky กำลังโดนล้างรถอยู่!!!

อ้าว เฮ้ย เบียร์ลืมแจ้งสนิทเลย ว่าไม่ต้องล้าง เพราะเมื่อวานเพิ่งจับไปเคลือบสีที่ร้านล้างรถเจ้าประจำมาหมาด ๆ T_T

แต่แจ้งไม่ทันเสียแล้ว และ 5 นาทีต่อมา เจ้า Lucky ก็มาจอดรถเงาวิ้ง ๆ อยู่ใกล้ ๆ

 

เลยเดินเข้าไปดูสักหน่อย

 

ดูเสร็จ ก็เดินมาชำระเงินที่เคาน์เตอร์

 

พอเห็นรายการ ลมแทบจับ ทำไปเยอะมาก และราคาสุทธิทะยานไปอยู่ที่ 3,523.72 บาท!!!

เบียร์นั่งไล่ดูแต่ละรายการที่ทำ ก็พบอะไรบางอย่างที่น่าสงสัย

1. ค่าแรงตรวจทำความสะอาดเบรค 4 ล้อ ราคา 546 บาท ลด 10% เหลือ 491.40

แต่เมื่อกลับไปดูรีวิว“จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 30,000 กิโล” ในวันเกิดครบรอบ 1 ขวบ เบียร์ก็พบว่า รายการเดียวกันนี้ มีค่าใช้จ่ายเพียง 455 บาท ลด 10% เหลือ 409.50

เรียกว่าขึ้นมาเกือบ 100 บาท เลยทีเดียว!!!

2. น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ราคาลิตรละ 480 บาท ไม่มีส่วนลด รวม 3 ลิตร = 1,440 บาท

ย้อนกลับไปที่รีวิว“จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 30,000 กิโล” ในวันเกิดครบรอบ 1 ขวบ ณ ศูนย์แห่งเดียวกัน ราคาลิตรละ 450 บาท ใช้ทั้งหมด 3 ลิตร รวม 1,350 บาท

ยังไม่พอ ย้อนกลับไปที่รีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 20,000 กิโล” ในศูนย์เดิม ๆ และในปีเดียวกันนี่แหล่ะ ก็พบว่า จำหน่ายในราคาลิตรละ 400 บาท ใช้ 3 ลิตรก็จ่ายเพียง 1,200 บาท

ปีเดียวขึ้นมาถึง 20% อย่างกับเล่นหุ้นแน่ะ!!!

เมื่อชำระเงินแบบไม่ค่อยเต็มใจเสร็จเรียบร้อยแล้ว เบียร์ก็ได้รับเอกสารการตรวจสอบรถอีก 1 แผ่น

 

และไส้กรองอากาศเน่า ๆ ของเก่าอีก 1 อัน

 

ก่อนจะควบเจ้า Lucky กลับบ้านแบบยิ้มไม่ออกซะเท่าไหร่!!

เพราะไม่รู้ว่า การบริการที่ดี ไม่ยัดเยียดลูกค้า แต่ขึ้นราคามาขนาดนี้ มันสมควรจะ Happy ดีหรือไม่?

จึงอยากฝากเพื่อน ๆ ให้ช่วยกันตรวจสอบใบเสร็จด้วยนะครับ ว่ามีรายการไหนขึ้นมาอย่างน่าเกลียดหรือไม่? ถ้ามี ก็ควรสอบถามให้แน่ชัด

———————

และหลังจากกลับบ้านมา 2 วัน ทางศูนย์บริการก็โทรมาสอบถามความพึงพอใจ เบียร์ก็จัดหนักไป ว่าขึ้นราคามาแพงมาก!!!

เจ้าหน้าที่ก็ได้แต่ทำเสียง “แฮะ แฮะ” แล้ววางหูไปอย่างสุภาพ

เรื่องนี้เบียร์ก็คงต้องตรวจสอบกับศูนย์อื่นต่อไป ว่ามีการขึ้นราคาเหมือนกันทุกที่หรือไม่? และเป็นนโยบายของนิสสัน มอเตอร์ หรือเฉพาะดีลเลอร์แห่งนี้

ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไปครับ…

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านครับ

รีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 1,000 กิโล”

เช็คระยะ 1,000 โล

เมื่อ Nissan March ของเบียร์วิ่งได้ครบ 1,000 กิโลแรกแล้ว หน้าจออัจฉริยะของรุ่น VL CVT ก็ไม่พลาดที่จะแจ้งเตือนทันทีครับ

เตือนเปลี่ยนกรองอากาศ

 

เตือนเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง

 

เบียร์จึงนำรถเข้าศูนย์บริการนิสสันที่ใกล้บ้านที่สุดทันที

 

ซึ่งที่ศูนย์นิสสัน (สเปคและราคาในสมัยนั้น) จะมีน้ำมันเครื่อง 3 ประเภทให้เราเลือกครับ

1. น้ำมันเครื่องธรรมดา SAE 20W-50 เปลี่ยนทุก 5,000 กิโล ราคาลิตรละ 110 บาท

 

2. น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ SAE 10W-30 เปลี่ยนทุก 5,000 กิโล ราคาลิตรละ 188 บาท (รหัสสินค้า KLALA1030AL)

 

3. น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ SAE 5W-40 เปลี่ยนทุก 10,000 กิโล ราคาลิตรละ 400 บาท (รหัสสินค้า KLALA0540AL)

 

ซึ่ง Nissan March จะใช้น้ำมันเครื่องแค่ 3 ลิตรเท่านั้นนะครับ ไม่เกินไปกว่านี้ ราคาเท่าไหร่ ก็จับคูณสาม ซูเปอร์แก๊งค์กันไป

เบียร์เคยได้ยินเรื่องศูนย์นิสสันบางศูนย์หลอกลูกค้าว่า เมื่อรวมกับกรองน้ำมันเครื่องแล้วต้องใช้ถึง 4 ลิตร ซึ่งไม่เป็นความจริงนะครับ

น้ำมันเครื่องของ March ถ้าไม่รวมกรองน้ำมันเครื่องใช้เพียง 2.8 ลิตรเท่านั้นครับ เมื่อรวมกับกรองน้ำมันเครื่องแล้วก็ได้ 3 ลิตรพอดิบพอดีเป๊ะ

ถ้าเพื่อน ๆ ไปเจอศูนย์ไหนอวดอ้างความรู้แบบมั่ว ๆ ให้บอกไปเลยว่า วิศวกรที่คิดค้นเครื่องยนต์ของนิสสันเค้าบอกมาแบบนี้

———————–

กลับมาที่รถเบียร์ก่อน

 

ใช้น้ำมันเครื่องตัวไหนดี?

เบียร์เลือกน้ำมันเครื่องสังเคราะห์โดยไม่ต้องสงสัย เอ่อ….ไม่ต้องถามเหตุผลหรอกครับ เลือกด้วยอารมณ์ล้วน ๆ

ล้อเล่นครับ เหตุผลข้อแรกของเบียร์คือ การใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ จะปกป้องเครื่องยนต์ได้ดียิ่งขึ้น เบียร์เคยมีกรณีศึกษาตอนผ่าเครื่องยนต์รถของเพื่อนคันหนึ่ง เครื่องยนต์ตัวเดียวกัน แต่ใช้น้ำมันเครื่องต่างกัน ชิ้นส่วนภายในห้องเครื่องนี่ไปคนละเรื่องเลยครับ เครื่องที่ใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ชิ้นส่วนยังดูสะอาด และอยู่ในสภาพดีอยู่เลย

เหตุผลรองรับต่อมา  ศูนย์แนะนำว่า ถ้าใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ จะเข้าเช็คระยะอีกทีคือ 10,000 กิโลถัดไป

แต่ถ้าใช้น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ แม้จริง ๆ จะฝืนวิ่งไปถึง 10,000 กิโลได้ แต่ศูนย์ไม่แนะนำ ควรเปลี่ยนที่ 5,000 กิโลจะดีต่อเครื่องยนต์มากกว่า

เมื่อดูค่าใช้จ่ายของน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ และน้ำมันเครื่องสังเคราะห์จะพบว่า ค่าใช้จ่ายต่างกันเท่านึง คือ กึ่งสังเคราะห์เสียค่าใช้จ่ายประมาณ 800 กว่าบาท ส่วนสังเคราะห์เสียค่าใช้จ่ายประมาณ 1,500 กว่าบาท

ซึ่งนอกจากยืดระยะเวลาเสียเงินออกไปได้อีก 5,000 กิโลเมตรแล้ว อย่าลืมว่าในสมุดคู่มือบริการของ Nissan March ยังมีคูปองฟรีค่าแรงในทุก 10,000 กิโลเมตร

นั่นหมายความว่า การใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์นอกจากจะปกป้องเครื่องยนต์ได้ดีกว่า ดูแล้วค่าใช้จ่ายโดยรวมก็น่าจะประหยัดกว่าด้วย เมื่อเทียบในระยะยาว

เบียร์จึงจัดน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ไปโดยทันที!

————————-

หิ้วน้ำมันเครื่องเข้าไปเองได้ไหม?

หลายคนที่พอมีความรู้มากหน่อย หรือบางคนอาจจะฟังโฆษณามามาก ก็มีความคิดว่า สเปคน้ำมันเครื่องของศูนย์ยังไม่ดีเท่าที่ควร

แบบนี้จะขอจัดน้ำมันเครื่องจากร้านข้างนอก ยี่ห้ออื่นที่สเปคโดนใจ เอาเข้าไปให้ศูนย์เปลี่ยนได้ไหม?

คำตอบ คือ ได้ครับ

เท่าที่ทราบ บางศูนย์ไม่คิดค่าหิ้วด้วย ดูแล้วก็น่าจะถูกใจใช่ไหมครับ

แต่ถ้าเป็นเบียร์ เบียร์ยังไม่แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องยี่ห้ออื่นครับ

ด้วยเหตุผลที่ว่า นิสสันมีการรับประกันรถในระยะ 100,000 กิโลเมตร หรือ 3 ปี แล้วแต่เงื่อนไขไหนจะถึงก่อน

ทีนี้ เบียร์กลัวว่า ถ้าเกิดมีปัญหาด้านเครื่องยนต์ภายในระยะเวลารับประกัน แต่นิสสันตรวจพบว่า สาเหตุมาจากเราไม่ได้ใช้น้ำมันเครื่องตามสเปคที่ศูนย์กำหนดไว้ นั่นหมายความว่า ศูนย์สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบและถือว่าการประกันได้สิ้นสุดลงทันที!!

ดังนั้น เบียร์คิดว่า เบียร์ควรใช้น้ำมันเครื่องของศูนย์ไปก่อนในระยะรับประกัน และเมื่อหมดระยะเวลาของการรับประกันเมื่อไหร่ ค่อยว่ากัน…

————————

เบียร์นั่งรอไม่นานนัก รถก็เช็คระยะเสร็จเรียบร้อย อาจจะเป็นเพราะเบียร์มาเข้าศูนย์ในวันธรรมดาด้วย ซึ่งไม่มีคิวมากนัก

 

ค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ที่เสียไปก็จะมีเพียง

– แหวนรองน๊อตถ่ายน้ำมันเครื่อง 35 บาท ได้ส่วนลดเหลือ 31.50

– กรองเครื่อง 220 บาท ได้ส่วนลดเหลือ 198 บาท

– น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ลิตรละ 400 บาท ใช้ 3 ลิตร เท่ากับ 1,200 บาท

บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม เท่ากับเสียไป 1,530 บาทครับ

ซึ่งการเข้าเช็คระยะ ควรมีค่าใช้จ่ายหลัก ๆ เพียงเท่านี้นะครับ ไม่ควรเกินจากนี้

ถ้าเป็นน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ ราคาก็จะอยู่ที่ 800 กว่าบาทเท่านั้น

————————-

อ๋อ เบียร์เคยได้ยินเรื่องที่ศูนย์นิสสันบางศูนย์หลอกขายน้ำยาล้างห้องเครื่องให้ลูกค้า โดยไม่บอก ไม่กล่าวด้วยมาด้วยนะครับ ซึ่งไม่สมควรเลย เพราะถ้าอยากขาย ก็เสนอกันตรง ๆ ไม่ใช่มาแอบใส่ แล้วมาวางบิลเก็บเงิน โดยไม่สอบถามความต้องการของลูกค้าก่อน

ซึ่งศูนย์ที่เบียร์เข้าใช้บริการ ก็ได้สอบถามความต้องการของเบียร์ก่อน และแน่นอน เบียร์ปฏิเสธไป เพราะส่วนตัวเบียร์ยังไม่เห็นความจำเป็นของการล้างห้องเครื่องต่าง ๆ มากนักในช่วงที่รถยังวิ่งไม่เยอะนั่นเองครับ

หมายเหตุ : เมื่อท่านนำรถเข้าเช็คระยะอย่าลืมนำสมุดบริการไปด้วยทุกครั้งนะครับ หรือไม่ก็ควรจะเก็บไว้ในรถเลยเหมือนเบียร์ กันลืมครับ

————————

ทำไมศูนย์บอกว่าไม่จำเป็นต้องเช็คระยะ 1,000 กิโล ให้ไปเช็คตอน 10,000 กิโลเลย?

ระยะหลังมานี่ เพื่อน ๆ หลายคนบอกว่า ทางศูนย์แนะนำว่าไม่ต้องเช็ค 1,000 กิโล ให้ไปเช็คระยะ 10,000 กิโลไปเลย

ซึ่งความเป็นจริงอาจจะทำได้ครับ แต่จริง ๆ แล้ว การเข้าไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในช่วง 1,000 กิโลเมตรแรกนั้น เราทำเพื่อล้างสิ่งตกค้างที่อยู่ในเครื่องยนต์ครับ เพราะรถที่ผลิตออกมาจากโรงงานใหม่ ๆ อาจจะมีสิ่งตกค้างอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย

และแปลกมากครับ หลังจากถ่ายน้ำมันเครื่องเสร็จ พอนำรถออกมาวิ่ง เบียร์พบว่า รถวิ่งได้ดีขึ้น เครื่องยนต์ทำงานนิ่มขึ้น และที่สำคัญ อัตราการกินน้ำมันลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้น แนะนำว่า ถ่ายน้ำมันเครื่องไปเถอะครับ เพื่อรถที่ท่านรัก ยิ่งถ้าท่านตั้งใจใช้รถมากกว่า 5 ปีขึ้นไป ยิ่งแนะนำครับ รถที่เรารัก เราดูแล จะได้อยู่กับเราไปตราบนานเท่านาน ไม่พาลเกเรก่อนเวลาอันควรครับ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะครับ

เบียร์และเพื่อน ๆ Thai March Club ออกรายการ XO Show ช่อง Grand Prix Channel

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2011 เบียร์ได้พาสาว ๆ ชาว Thai March Club อีก 4 ท่านไปถ่ายรายการ XO Show ที่สตูดิโอของ Grand Prix Channel ย่านลาดปลาเค้า โดยได้รับเกียรติประเดิมออกเป็นเทปแรกของรายการนี้เลยทีเดียวครับ

ในวันนั้น ยังมีเพื่อน ๆ สมาชิกอีกจำนวนหนึ่งก็ไปให้กำลังใจกันถึงสตูดิโอด้วยนะครับ

และจบรายการ ทางคลับเรายังได้รถโมเดลสีชมพูแสนหวานมาอีก 1 คัน จากการเล่นเกมส์ตอบคำถามได้ถูกหมดทุกข้อ

ส่วนความสนุกในรายการจะเป็นยังไง ลองมาดูได้จากทั้ง 2 คลิปนี้ครับ ไปชมกันเลย

เบียร์และเพื่อน ๆ Thai March Club ในรายการ BKK Variety Vol.18

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2010 เบียร์ได้พาเพื่อน ๆ สมาชิก Thai March Club ไปร่วม Meeting กับชมรมคนรักรถนิสสัน อันประกอบด้วย Tiida Club และ Teana Club โดยเรานัดพบกันก่อนที่โชว์รูมนิสสัน TKF กระทุ่มแบน ก่อนจะขับรถเป็นขบวนไปพร้อมกัน เพื่อไปทำบุญที่จังหวัดนครปฐม

ซึ่งในวันนี้ทางรายการ BKK Variety โดยหนังสือ BKK Bangkok Car ได้มาถ่ายทำการ Meeting ในครั้งนี้ด้วย

ไปชมกันเลยดีกว่าครับ ทั้ง 2 ตอน ต่อเนื่องกันครับ