คลังเก็บป้ายกำกับ: review by biere

รีวิว แอพ JOOX บน Apple Carplay ในรถ Mercedes-Benz GLA 250 by Biere

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

เมื่อเราอัพเดต ios 12.1 ของ iPhone เรียบร้อย และเชื่อมต่อเข้ากับ Apple Carplay ในรถ ก็จะพบแอพ JOOX ซึ่งเป็นแอพยอดนิยมสำหรับการฟังเพลงใส่เข้ามาเรียบร้อยแล้ว

ถือเป็นเรื่องที่ดีและสะดวกสำหรับคนที่ใช้แอพนี้ในการฟังเพลงเวลาขับรถนั่นเองครับ

จะเป็นอย่างไร? ไปชมรีวิวผ่านคลิปของเบียร์กันเลยครับ

รีวิว ระบบ Auto Start/Stop รถ Mercedes-Benz GLA 250 AMG by Biere

สวัสดีครับ

ในรถยนต์ Mercedes-Benz GLA 250 รวมถึงรถ Mercedes-Benz หลาย ๆ รุ่น จะมีระบบ Auto Start Stop ที่จะดับเครื่องอัตโนมัติเมื่อเราเหยียบเบรคจนรถจอดสนิท และสตาร์ทใหม่ให้เองเมื่อเราถอนเบรคนั่นเองครับ

ระบบนี้จะมีประโยชน์อย่างไรบ้าง? และใช้งานได้ดีแค่ไหน? เข้าไปชมในคลิปได้เลยครับ

รีวิว วิธีเปิด-ปิดไฟ Daytime Running Light รถ Mercedes-Benz GLA 250 by Biere

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

วันนี้เบียร์จะมารีวิวไฟ Daytime Running Light หรือไฟ Daylight ในรถ Mercedes-Benz GLA 250 AMG ว่ามีไว้ทำไม? และเราสามารถเปิดหรือปิดการใช้งานได้อย่างไร?

ไปชมกันครับ

รีวิว Nissan Juke 1.6V CVT 2014 by Biere ตอน “เปิดตัว Nissan Juke Speciale”

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

หลังจากที่พี่ชายผมไปรับรถ Nissan Juke มาแล้วตามรีวิว Nissan Juke 1.6V CVT by Biere ตอน “รับรถที่โชว์รูม”นั้น

 

ปัญหาจากการใช้งาน Nissan Juke มาตลอด 1 เดือนตั้งแต่รับรถ ยังไม่เจออะไรใด ๆ ทั้งสิ้น มีแค่ปัญหาเดียวคือ Nissan Juke สีแดงตามท้องถนนมันเยอะมากกกกกกเกินไป

 

นั่นเป็นเพราะ Nissan Juke สีแดงนั้น เป็นสีที่มียอดขายมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากสีขาวเชียวนะ

 

และนี่คือสิ่งที่ทำให้พี่ชายค่อนข้างกังวลว่า ถ้าวันไหนเกิดเบลอ ๆ ต้องมีเผลอขึ้นรถผิดคันอย่างแน่นอน

พี่ชายเลยแอบบอกว่า วันที่ไปรับรถที่โชว์รูมนั้น ได้เห็น Nissan Juke รุ่นพิเศษ ซึ่งก็คือ Nissan Juke Joint Edition ที่นิสสันผลิตมาจำหน่ายรวม 300 คันตั้งแต่งาน Motor Show ที่ผ่านมา และขายหมดลงไปอย่างรวดเร็ว

ซึ่งทันทีที่เห็นนั้น พี่ชายก็คิดขึ้นมาว่า อยากแต่งรถออกมาในรูปแบบนี้

 

แต่จะว่าไป การที่ไปทำสติ๊กเกอร์แบบ Joint Edition นั้น ก็จะไม่ทำให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะคันอยู่ดี เพราะแค่ตัว Joint สีแดงก็มีเป็น 100 คันแล้วที่นิสสันทำออกมา

พี่ชายจึงมอบโจทย์นี้ให้เบียร์รับผิดชอบ ว่าจะแต่งสติ๊กเกอร์แบบไหน รถถึงจะมีเอกลักษณ์พิเศษให้จดจำได้ แต่ต้องทำไม่มากจนเกินไป เพราะไม่อยากให้ดูเหมือนรถแข่งนั่นเอง

 

เบียร์มานั่งคิดอยู่พักนึง ก็นึกถึง Ferrari 458 Speciale ขึ้นมาทันที เพราะม้าลำพองรุ่นพิเศษรุ่นนี้ เพิ่งเปิดตัวไม่นานมานี้ด้วยการติดสติ๊กเกอร์คาดลายสีขาว-น้ำเงินตรงกลางรถ บนตัวถังสีแดง

แม้ทาง Ferrari จะแจ้งว่า เป็นการรำลึกถึงตัวแข่งในอดีตที่ใช้สีนี้ในการแข่งขันจนชนะเลิศ แต่ในฐานะคนไทย ต้องยอมรับว่า มันเป็นสีของธงชาติไทยชัด ๆ

 

ที่สำคัญ สีแดงของ Nissan Juke กับสีแดงของ Ferrari 458 Italia นั้น เป็นสีแดงโทนเดียวกัน การได้ดูตัวอย่างจากภาพของ Ferrari ทำให้เบียร์สามารถ “มโน”ความสวยงามได้ง่ายขึ้น

 

เบียร์จึงนำเสนอไอเดียนี้ให้พี่ชายทันที ซึ่งพี่ชายก็ say yes อย่างรวดเร็ว และให้เบียร์จัดการนำรถไปทำได้เลย

เบียร์จึงติดต่อไปที่ร้าน Tony Wrap ซึ่งเป็นร้านที่เบียร์เคยนำ Nissan March ไป wrap มาก่อนหน้านี้ตามที่เขียนไว้ในรีวิวแปลงโฉม Nissan March ภาค 2 ตอนที่ 6 “เปลี่ยนสีรถใหม่ ให้สดใส และซาบซ่าส์”  เพราะมั่นใจในฝีมือการ wrap ที่ผ่านมาในรถ Nissan March ของเบียร์นั่นเอง

 

โดยคุณโทนี่ เจ้าของร้านได้นัดเบียร์เข้าไปแปลงโฉมในวันที่ 16 มิถุนายน 2014 ที่ร้าน Tony Speed Wrap ซึ่งตั้งอยู่ในห้าง Makro จรัญสนิทวงศ์

 

เบียร์มาถึงก่อนเวลาพอสมควร จนเมื่อเวลาเดินถึง 11 โมงตรงตามที่นัดไว้ ก็ได้เวลาพาน้อง Juke ขึ้นเขียง

 

ส่วนเบียร์ก็มานั่งคอยในห้องรับรองลูกค้าข้าง ๆ ที่มีกระจกมองการทำงานของช่างได้ตลอดเวลา

 

หลังจากปล่อยช่างวางแผนงานได้สักพัก ทางช่างก็ได้เชิญไปดูงานเบื้องต้น และคุยกันเรื่องขนาด และสัดส่วนต่าง ๆ ให้ถูกใจเรามากที่สุด โดยทางช่างก็ได้แนะนำโค้งเว้าต่าง ๆ ให้เหมาะกับรถเราด้วย

 

เมื่อบรีฟงานเรียบร้อย เบียร์ก็เดินกลับมารอที่ห้องรับรองลูกค้า และสายตาดันไปสะดุดหยุดมองเจ้ากรอบป้ายทะเบียนป้ายนี้

 

แหม สีมันช่างเข้ากันพอดีเลยนะ

 

สักพักมองไปที่รถ เห็นฝากระโปรงหน้าเรียบร้อยแล้ว ช่างก็ขยับตำแหน่งไปติดที่หลังคาต่อ

 

ตามด้วยด้านหลังรถ

 

โดยใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง (น่าจะมีพักทานข้าว 1 ชั่วโมงด้วย เพราะคาบเกี่ยวช่วงเที่ยง) ก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมออกมาโลดแล่นสู่โลกภายนอก

 

ออกมาแล้ว เบียร์ก็ขอถ่ายรูปคู่สักหน่อย ความรู้สึกตอนนั้นคิดถึงประโยคนี้เลยจริง ๆ

“ธงชาติและเพลงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย เราจงร่วมใจกันยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช และความเสียสละของบรรพบุรุษไทย”

 

ก็ไม่รู้สินะครับ เห็นหลายคันไปทำสีคล้ายธงชาติของประเทศอื่น แต่เบียร์ว่าทำสีคล้ายธงชาติไทยดูน่าจะภูมิใจมากกว่า

จ่ายเงินค่าทำเรียบร้อย ก็ทะยานออกจากห้าง Makro ทันที

 

ขับออกมาก็รู้สึกว่าแปลกตาไปพอสมควรครับ เมื่อเห็นฝากระโปรงหน้ารถ

 

ทีนี้มาดู Nissan Juke Speciale Version กันแบบเต็ม ๆ ทุกมุมกันบ้างครับ

 

เริ่มที่ฝากระโปรงหน้า

 

สติ๊กเกอร์ที่ใช้เป็นแบบเงา เกรดนำเข้าจากเยอรมันครับ

 

โดยขนาดความกว้างของสีขาวเงา เรายึดจากกระจังหน้ารูปตัว V นั่นเองครับ

 

จากฝากระโปรงหน้าลากเส้นยาวต่อไปถึงหลังคา

 

ต่อเนื่องไปจนถึงด้านหลังตาม concept Speciale

 

ครอบผ่านไฟเบรกดวงที่ 3 แบบนี้

 

ส่วนด้านหลังก็ลงมาแบบนี้ครับ สิ้นสุดหยุดตรงเส้นขอบโครเมียมพอดี

 

มุมมองด้านหลังแบบเต็มคันครับ

 

มุมมองจากด้านบนครับ ไกลแค่ไหนคือใกล้? เอ้ยย ไม่ใช่ ไกลแค่ไหนก็จำรถเราได้แน่นอน

 

ไม่ว่าจะขับอยู่ข้างหน้า

 

หรือตามมาข้างหลัง

 

จับแชะกับพี่ ๆ น้อง ๆ ในบ้านหน่อย

 

หลังจากแต่งเสร็จ หลายคนคงตกใจว่า เฮ้ย ทำไมแต่งน้อยจัง ไม่เหมือนตอนแต่ง Nissan March สีส้มเลย ก็อย่างที่บอกไปข้างต้นนั่นละครับ ว่า Juke คันนี้ไม่ใช่รถเบียร์ เป็นรถของพี่ชาย และจุดประสงค์การแต่งก็บอกไปด้านบนชัดเจนอยู่แล้ว

 

สุดท้ายนี้ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านรีวิวแปลงโฉมเล็ก ๆ น้อย ๆ ใน Nissan Juke คันนี้จนจบครับ

 

แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ

 

 

รีวิว Nissan Juke 1.6V CVT 2014 by Biere ตอน “รับรถที่โชว์รูม”

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

หลังจากที่ Nissan Juke เปิดตัวจำหน่ายในไทยมาได้ไม่กี่เดือน ก็พบว่ายอดขายสูงมากกว่าที่คิด แม้ไม่มีตัวเลขยืนยันแน่ชัดจากทางนิสสัน มอเตอร์ แต่การที่เบียร์ได้เห็น Juke วิ่งบนถนนวันละหลายสิบคัน แถมเห็นทุกวัน มันยืนยันได้เป็นอย่างดี

 

ที่แน่ๆ  บรรดาเพื่อน ๆ หลายคนที่รู้จักก็มาปรึกษา แล้วพากันไปออก Juke อีกหลายคน แม้แต่ลูกค้าที่ร่วมการร่วมงานกันอยู่ ก็ยังไม่วายไปออก Juke มาด้วยซะงั้น

 

คือถ้า Nissan Juke เป็นรถตลาดทั่ว ๆ ไป เช่น รถ eco car เครื่อง 1000 – 1200 , รถ B Segment เครื่อง 1,500 หรือ รถ C Segment เครื่อง 1600 – 2000 จะออกป้ายแดงกันมามากมาย เบียร์ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะเป็นเรื่องปกติ

 

แต่การที่ Nissan Juke เป็นรถหน้าตาที่ฉีกแนวออกไปจากรถตลาดอย่างมาก แถมเปิดตลาดใหม่ กลุ่ม Sport Crossover ที่ไม่มีคู่แข่งเทียบเคียงใด ๆ

และแม้ว่าใคร ๆ ต่างก็ยัดเยียดรถ Mini SUV จากบางค่ายมาให้เป็นคู่แข่งเพื่อเปรียบเทียบกันก็ตาม แล้วดันสร้างยอดขายได้มากมายขนาดนี้ ถือว่านิสสัน จู๊คประสบความสำเร็จในเมืองไทยมากมายเลยทีเดียว

 

และแล้วความร้อนแรงของนิสสัน จู๊ค ก็กลับเพิ่มมากขึ้นไปอีก เมื่อพี่ชายเบียร์ได้ตัดสินใจเลือก Nissan Juke สีแดงสดมาเป็นรถคู่ใจคันใหม่ แทนที่ Toyota Vigo ที่ใช้อยู่ทันที ซึ่งการตัดสินใจของพี่ชายครั้งนี้ สร้างความแปลกใจให้เบียร์พอสมควร เพราะไม่คาดคิดว่า He จะเลือก Juke จริง ๆ

เบียร์จึงพาพี่ชายไปจองรถที่โชว์รูมนิสสัน กรุงไทย รามอินทรา กม. 4 เช่นเคย โดยกำหนดนัดรับรถในวันที่ 9 พฤษภาคม 2014

 

เมื่อถึงวันที่ 9 พฤษภาคมที่เฝ้ารอ ครอบครัวนิสสันครอบครัวนี้ ก็ยกพลกันมารับสมาชิกใหม่ Nissan Juke 1.6 ด้วยรถนิสสันเครื่อง 1600 ถึง 2 คัน นั่นคือ Nissan Tiida 1.6 และ Nissan Sylphy 1.6

 

ซึ่งทางนิสสัน กรุงไทยก็ได้เตรียมรถ Nissan Juke คันใหม่เอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วด้านหน้าโชว์รูม

 

เนื่องจากการรับรถรอบนี้ไม่ใช่รถของเบียร์ เบียร์จึงปล่อยให้พี่ชายดำเนินการด้านเอกสารไป และพาตัวเองออกมาตรวจเช็ครถตามปกติ

 

ที่จริงแล้ว เบียร์เองก็รู้จักเจ้า Juke มาระดับหนึ่งแล้ว จากที่ได้เขียนรีวิวรถ Nissan Juke ฉบับเต็มไปเรียบร้อยแล้วในชื่อตอนว่า “เธอคือ…สิ่งที่ฉันตามหา” ที่เพื่อน ๆ เคยมาอ่านกันแล้วนั่นละ

ซึ่งข้อที่ควรระวังในการรับรถ Nissan Juke นั้น คงมีแค่งานประกอบรถเท่านั้นที่น่ากังวล ดังนั้น เบียร์จึงเดินตรวจ สำรวจรอบคันให้เรียบร้อย

 

เสร็จจากภายนอก ก็สำรวจต่อภายใน

 

เมื่อมั่นใจว่างานประกอบโอเคแล้ว เบียร์ก็มาสำรวจวันที่ผลิตยาง เพื่อให้มั่นใจว่ายางไม่เก่าจนเกินไป

 

โดยตัวเลขออกมาคือ 1314 นั่นคือ สัปดาห์ที่ 13 ของปี 2014 ซึ่งก็ถือว่าใหม่ทีเดียว เพราะนับนิ้วไปมาก็น่าจะจะผลิตประมาณปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี่เอง

จากนั้นมาสำรวจป้ายแดง ก็พบว่ามันไม่มีตรา ขส ตรงมุมล่างขวา แสดงว่าเป็นป้ายปลอม

 

เบียร์จึงทักท้วงเซลล์ทันที เพราะเบียร์เองเน้นย้ำมาก ว่าต้องได้ป้ายแดงแท้เท่านั้น ซึ่งเซลล์ก็แจ้งว่า ช่วงนี้ปล่อยรถ Juke เยอะมาก ป้ายแดงแท้หมดเกลี้ยง เดิมทีมีลูกค้านัดเข้ามาเปลี่ยนป้ายเมื่อวาน เลยคิดว่าจะเปลี่ยนให้ Juke ของพี่ชายทัน

แต่ลูกค้าท่านนั้นกลับไม่ได้มาตามนัด เพราะติดธุระ และได้ขอเลื่อนมาคืนป้ายในวันศุกร์แทน เซลล์จึงต้องใส่ป้ายปลอมให้พี่ชายมาก่อนชั่วคราว แล้ววันเสาร์จะนัดเข้ามาเปลี่ยนป้ายแดงแท้อีกครั้งหนึ่ง

 

จบเรื่องป้ายแดงแล้ว มาดูของที่ได้รับกันต่อ เริ่มที่สมุดคู่มือรถ

 

ตามด้วยสมุดรับประกันและการบำรุงรักษา ซึ่งเอาไว้พกมาเวลาเข้าศูนย์บริการ

 

เจอกล่องใหญ่ ๆ 1 กล่อง มันคืออะไรหว่า?

 

เปิดมาดูสิ โห คู่มือระบบเครื่องเสียงเล่มเบ้อเริ่ม

 

จริง ๆ ก็คงไม่ค่อยได้อ่าน เพราะเบียร์คุ้ยแคะแกะเกาในรีวิว Nissan Juke 1.6V CVT by Biere ตอนที่ 7  “เครื่องเสียงทันสมัยกับ I CONNECT” ไปเองจนหมดไส้ หมดพุงแล้ว

 

นิสสันมีสายต่อมาให้เพิ่มอีก 1 สาย

 

ต่อมาเป็นบัตรรับประกันพ่นกันสนิมที่ศูนย์แถมให้

 

เปิดมามีรายละเอียดและการนัดหมาย

 

ส่วนศูนย์พ่นกันสนิมนั้นก็คือ ศูนย์ Car-Lack 68 ที่เพิ่งเข้ามาตั้งสาขาในศูนย์นิสสัน กรุงไทย รามอินทราไม่นานมานี้นี่เอง ซึ่งเบียร์ว่าสะดวกกับลูกค้ามาก

เพราะตอนที่เบียร์ซื้อ Nissan Sylphy และ Nissan March 2013 เมื่อปีที่แล้วนั้น ศูนย์นิสสัน กรุงไทยได้แถมบริการพ่นกันสนิมของอีกบริษัทหนึ่งให้ ซึ่งไม่ได้ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันแบบนี้ ทำให้ลำบากที่จะไปใช้บริการ

 

เอกสารถัดมาคือ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ที่นิสสันมอบความอุ่นใจให้ตลอด 3 ปีแรกที่ใช้รถคันนี้ มีปัญหาอะไร โทรได้ตลอด แม้น้ำมันหมดจนสตาร์ทไม่ติด ก็โทรมาให้ช่วยเติมน้ำมันให้ฟรีได้ถึง 10 ลิตร  ต่อปี นับว่าดีมาก (แต่รถนิสสันทุกคัน เบียร์ก็ไม่เคยใช้สิทธินะ เพราะการปล่อยให้รถน้ำมันเกลี้ยงถัง มันไม่ส่งผลดีต่อรถของเราเท่าไหร่นัก)

 

เปิดดูเอกสารถัดไป เป็นสมุดคู่มือฉบับย่อ ที่บอกข้อมูลสำคัญ ๆ เพื่อให้รู้จักและเข้าใจระบบรถคร่าว ๆ เพื่อขับรถกลับบ้านได้ สำหรับคนที่ไม่เคยใช้รถนิสสันมาก่อน

ซึ่งเป็นการพัฒนาขึ้นมาของนิสสัน เพราะช่วยมือใหม่ได้เยอะจริง ๆ

 

และสุดท้ายเป็นใบรับประกันฟิล์มของ Lamina ที่ศูนย์แถมมาให้ด้วย

 

ว่าแล้วก็ไปดู spec ฟิล์มสิว่า ให้มาถูกไหม?

 

ซึ่งฟิล์มหลายยี่ห้อจะระบุ spec ฟิล์มบนกระจกแบบนี้เป็นระยะ ๆ นั่นอาจจะทำให้เรารำคาญได้

โดยถ้าอักษรไปบดบังทัศนวิสัยในจุดสำคัญ เราสามารถลบออกได้ด้วยน้ำยาที่ Lamina ให้มาครับ

โดยเราสามารถเอาสำลีชุบน้ำยานี้ แล้วป้ายออกได้เลย แต่ไม่ต้องลบหมดนะครับ ควรเหลือจุดที่ไม่สำคัญ ที่ไม่ได้บดบังทัศนวิสัยไว้บ้างนะครับ เผื่อฟิล์มมีปัญหา ต้องเคลม จะได้รู้ spec ฟิล์ม เพราะบางทีใบรับประกันก็ไม่ได้ระบุ spec ชัดเจน

 

เบียร์ตรวจครบเรียบร้อยทุกอย่าง ทางเซลล์ก็เดินมาแซวขำ ๆ ว่า คุณเบียร์มารับรถด้วยแบบนี้ คงไม่ต้องอธิบายการใช้งานรถแล้วมั้งครับ

เบียร์เลยบอกว่า ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ เบียร์เองอาจจะเคยได้สัมผัสและรีวิว Juke มาก่อนก็จริง แต่เบียร์ก็อยากรับความรู้และข้อมูลจากเซลล์อยู่ดี

เพราะการได้แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันเป็นสิ่งที่ดีกว่า เนื่องจากประสบการณ์แต่ละคนย่อมต่างกัน

จากนั้นเซลล์ก็เริ่มอธิบายการใช้งานภายนอกรถให้พี่ชายฟัง

 

ต่อด้วยด้านใน

 

จุดที่เบียร์อยากชมเชยคุณอุดม เซลล์ที่ขายรถให้เบียร์มาเป็นคันที่ 3 แล้วนั้น คือมารยาทและความใส่ใจ เพราะก่อนที่คุณอุดมจะขึ้นรถไปอธิบายการใช้งานนั้น คุณอุดมจะถอดรองเท้าก่อนขึ้นรถทุกครั้ง

 

เมื่ออธิบายการใช้งานเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาส่งมอบรถ โดยครั้งนี้ เบียร์ยังได้รับเกียรติจากคุณพิสิทธิ์ จันทรเสรีกุล หรือคุณป๊อกกี้ ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัท สยามนิสสันกรุงไทย มาส่งมอบรถให้ด้วยตัวเองเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา

 

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์ รถนิสสันทั้ง 3 คันก็เคลื่อนตัวออกจากโชว์รูมนิสสัน กรุงไทยเดินทางกลับบ้านกันทันที

 

จนถึงวันเสาร์ตามที่เซลล์นัดไว้ พี่ชายก็ขับเจ้า Juke มาเปลี่ยนป้ายแดงแท้ที่ศูนย์อีกครั้ง เพื่อความสบายใจในการใช้รถ

 

ผ่านไป 17 วัน ทางคุณอุดมก็โทรมาแจ้งว่า ป้ายขาวมาแล้ว ให้เข้ามาเปลี่ยนได้เลย ซึ่งพี่ชายก็รีบขับไปเปลี่ยนทันที เพราะการใช้ป้ายขาว ย่อมสบายใจกว่าใช้ป้ายแดงครับ

 

ได้เลขทะเบียนคล้ายกันกับ Sylphy เลยทีเดียว ผิดไปแค่ตัวหน้าตัวเดียวเท่านั้น

 

เป็นอันว่า ครอบครัวเบียร์เสร็จนิสสัน จู๊คไปอีกหนึ่งคันครับ ต้องยอมรับเลยว่าของเค้าดีจริง

 

แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ