คลังเก็บป้ายกำกับ: nissan

ขาย Nissan Juke Tokyo Edition 2017

สวัสดีครับเพื่อนๆ

รีวิวนี้ น่าจะเป็นรีวิวสุดท้ายของปี และเป็นรีวิวที่ไม่อยากเขียนมากที่สุดในปี 2018 นี้ครับ

เพราะเป็นรีวิวที่จะต้องเขียนเพื่อขายลูกสาวสุดที่รักหลังดูแลกันมาอย่างดี แถมยังไม่ครบ2 ปีเต็มเลย ขาดอีกครึ่งเดือนเท่านั้น

เดิมทีตอนที่ออกป้ายแดงมาจากโชว์รูมนิสสันนั้น ตั้งใจว่าจะเก็บเอาไว้นานๆ  เพราะชอบ Juke โฉมนี้มาก

เนื่องจากรถคันนี้เป็น Nissan Juke รุ่นพิเศษ TokyoEdition ที่ตกแต่งมาจากโรงงานเลย และมีจำนวนไม่กี่คันเท่านั้นในประเทศไทย

ซึ่งรถเบียร์น่าจะเป็น Nissan Juke Tokyo Edition สีขาวคันสุดท้ายด้วยซ้ำ

ถ้าติดตามเบียร์มาตลอด จะพบว่า เบียร์ตามหารถคันนี้มานานมากทั้งสั่งเข้าไปที่นิสสัน มอเตอร์ ทั้งฝากผู้ใหญ่ช่วยหาให้ ทั้งไล่ถามตามโชว์รูมจนกระทั่งได้มาเจอคันนี้สมใจ 

ทีนี้มาดูรายละเอียดรถกันบ้างครับ เป็นมายังไง มีประวัติให้ครบครับ


รถคันนี้ยี่ห้อ Nissan Juke Tokyo Edition ครับซึ่งเป็นรุ่นพิเศษของ Nissan Juke 1.6V รุ่นไมเนอร์เชนจ์ครับ ทำมา 3 สี คือ สีขาว สีแดงและสีดำ ในจำนวนจำกัดครับ

โดยรุ่นนี้เป็นการนำ Nissan Juke รุ่น 1.6Vหรือรุ่นTop มาตกแต่งพิเศษเพิ่มด้วยชุดแต่งและสติ๊กเกอร์รอบคันจากโรงงานครับ

เริ่มที่ด้านหน้าตรงฝากระโปรงมีลายคาดสีดำบนฝากระโปรงครับ

และมีสเกิร์ตหน้าสีเทาครับ

รวมถึงมีกรอบไฟหน้าสีแดงเบอร์กันดีครอบมาให้เรียบร้อยครับ

ปิดท้ายด้านหน้าด้วยแถบสีแดงเบอร์กันดีที่กันชนด้านล่างครับ

มาดูด้านข้างกันครับ

สิ่งที่มีเพิ่มเติมในรุ่น Tokyo ก็คือสติ๊กเกอร์คาดยาวด้านบนเส้นนี้ครับ

รวมถึงเส้นด้านล่างด้วยเช่นกัน

และกระจกมองข้างสีดำเงาจากโรงงานครับ มีไฟเลี้ยวรูปบูมเมอแรงในตัวด้วย

มาดูด้านหลังกันบ้างครับ

สิ่งที่พิเศษสำหรับ Tokyo Edition คือสปอยเลอร์หลังสีดำเงาจากโรงงานครับ

ต่อด้วยลายสติ๊กเกอร์สีดำคาดกลางครับ

และปิดท้ายด้วยสเกิร์ตหลังสีเทาเช่นเดียวกับด้านหน้าครับ

สิ่งที่บอกไปนั่นคือ อุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงานเท่านั้นนะครับทีนี้มาดูกันว่า เบียร์ทำอะไรเพิ่มเติมไปบ้าง

ด้านหน้าเบียร์ทำสี Dip กับกระจังหน้าและโลโก้นิสสันให้เป็นสีไฮเปอร์แบล็คครับ

โดยสี Dip นั้นเป็นสีที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกาครับ คุณสมบัติพิเศษคือ ถ้าเบื่อเราสามารถลอกออกให้เป็นสีดั้งเดิมของรถได้ครับ ดังนั้น ถ้าเพื่อน ๆ ไม่ชอบก็สามารถลอกสีออกได้ ก็จะกลายเป็นสีโครเมียมเดิมนั่นเองครับ

ต่อด้วยป้ายทะเบียน ก็เป็นเลขที่สวยถูกใจเบียร์มาก ๆ และจองเองกับมือครับ โดยเลขทะเบียนนี้ก็จะให้ไปด้วยเลยนะครับ

แต่ที่พิเศษคือเบียร์ได้หุ้มกรอบป้ายทะเบียนกันน้ำลายคาร์บอนไว้ให้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ได้ป้ายมาวันแรกเลยครับเพื่อรักษาป้ายทะเบียนให้คงความสวยไว้ตลอดครับ

ส่วนด้านข้างที่ตกแต่งเพิ่มก็คือ การทำสี Dip กับล้อทั้ง 4ล้อครับ โดยใช้สีไฮเปอร์แบล็คเช่นเดียวกับกระจังหน้าเลยครับ

เวลาแสงสะท้อนจะดูเหมือนสีเทาเงาครับ

แต่ถ้าไม่มีแสงก็จะดูเหมือนสีดำเข้มครับ ให้ความดุดันเข้ากับตัวรถ

ส่วนด้านหลังก็ทำสีเช่นเดียวกันกับโลโก้นิสสัน และโลโก้  Juke ครับ

ปิดท้ายด้วยการหุ้มกรอบป้ายทะเบียนกันน้ำลายคาร์บอนตั้งแต่วันแรกที่ได้ป้ายมาเช่นเดียวกับด้านหน้าครับ

จะเห็นได้ว่าลายค่อนข้างเข้ากันกับสติ๊กเกอร์คาดดำติดรถครับ

มาชมด้านในรถกันบ้างครับ

เบาะหนังแท้เดินด้ายสีแดง และแผงประตู รวมถึงคอนโซลกลางสีแดงเบอร์กันดี หรือแดงไวน์ครับ

มีท้าวแขนหนังเดินด้ายสีแดงตรงกลางมาให้เรียบร้อยแล้วจากโรงงาน

ในที่วางแขนสามารถเปิดฝาเพื่อเก็บของได้ครับ และยังสามารถดันขึ้นเพื่อวางของหรือทำให้โล่งได้แบบนี้

ช่องวางแก้วถึง 3 ช่องครับ จะดีกว่า Juke รุ่นแรกที่ช่องสุดท้ายไม่มีครับมีแค่ 2 ช่องแรก

เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ครับ บนฐานสีแดงไวน์ สวยงาม เกียร์ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาครับ เพราะเบียร์ขับอย่างถูกต้องมาตลอด

คอนโซลหน้าภาพรวมครับ

รถคันนี้เบียร์ติดกล้องบันทึกเหตุการณ์มาให้แล้วทั้งกล้องหน้าและหลังครับยี่ห้อ Proof Platinum II Dual ที่มีทั้งกล้องหน้า

และกล้องหลัง

เดินสายผ่านระบบฟิวส์ในรถเรียบร้อยครับ ใช้งานได้ดีมาก ๆ ไม่เปลืองช่องเสียบบุหรี่ด้วย

มีจอให้ดูและตั้งค่าด้วยครับ

เฉพาะกล้องชุดนี้ก็หมดไปเกือบ 7,000 ละครับ ในเวลานั้น

ส่วนวิทยุนี้ใช้งานได้ดีมากครับ ไม่เคยแฮงค์ ไม่เคยเอ๋อ ที่สำคัญเบียร์ปลดล็อคจอเรียบร้อยแล้ว สามารถเล่น Internet หาข้อมูลได้ตลอดเวลาครับ

รวมถึงดู Youtube ได้ด้วยครับ

ลองชมคลิปกันครับ

ที่สำคัญ สามารถถอดออกไปเป็น Tablet พกพาได้ครับเบียร์เคยรีวิวไปแล้วก่อนหน้านี้ครับ เรียกว่าคุ้มมาก ๆ

เพราะวิทยุรุ่นนี้เป็นรุ่นใหม่ที่ปรับปรุงมาจาก Juke รุ่นเดิมครับ มี Option และลุกเล่นเพิ่มขึ้นเยอะเลย รวมถึงหน้าตา Interface แบบใหม่ครับ

และที่พิเศษกว่า Nissan Juke คันอื่นคือ กล่องใส่แว่นตาและไฟห้องโดยสารครับ ที่เบียร์พึ่งติดตั้งมาสด ๆ ร้อน ๆ เลยครับ (แต่ไม่ได้ใช้เองแล้ว T_T)

ลองชมคลิปกันครับ

ส่วนไฟห้องโดยสารเดิม เบียร์ย้ายไปไว้ด้านหลังครับจะได้สว่างกันถ้วนทั่ว

เวลากลางคืนก็หาของกันง่ายเลยทีเดียว


ปิดท้ายด้วยพรมกระดุมสีดำนะครับ ติดตั้งมาเพิ่มเติมทั้งด้านหน้า

และด้านหลัง

ว่าแล้วก็มาดูห้องโดยสารด้านหลังกันครับ

เบาะด้านหลังก็เหมือนด้านหน้าครับ หนังแท้เดินด้ายสีแดง

โดยรุ่นนี้จะดีกว่า Juke รุ่นแรกตรงที่มีมือจับมาให้ผู้โดยสารครบทั้ง 3ประตูนะครับ ทำให้เราสามารถแขวนเสื้อผ้าได้ด้วยครับ

ส่วนเบาะหลังสามารถแยกพับได้ 60:40 ครับเวลาจะขนสัมภาระขนาดใหญ่

ส่วนฟิล์มรถคันนี้เป็นฟิล์มเซรามิคนะครับ ด้านนอกสีดำทึบป้องกันสายตาชาวบ้านได้ดีมาก ๆ เป็นผู้หญิงขับคนเดียวก็ไม่ต้องกังวลครับหรือวางทรัพย์สินไว้ โจรก็มองไม่เห็นครับ

นอกจากกันสายตาผู้ไม่หวังดีได้แล้ว ยังช่วยให้รถไม่ร้อนครับจอดตากแดดไว้ เดินเข้าไปนั่งบนเบาะหนังก็ขับออกไปได้เลยไม่มีร้อนก้นแม้แต่นิดเดียว

ด้วยความเป็นฟิล์มเซรามิค พออยู่ข้างใน มองออกมาก็จะสว่างใสปกติครับยกเว้นกลางคืน คันนี้จะมืดหน่อย เพราะเบียร์เลือกเบอร์ที่มืดสุด (แสงส่องผ่าน =0) (แต่จะมีค่าเท่ากับฟิล์มธรรมดา 80 ครับ)

รายละเอียดอื่น ๆ และสภาพรถจริง รวมถึงการขับขี่ เข้ามาชมในคลิปนี้กันเลยครับ

ทีนี้มาสรุปรายละเอียดและราคากันครับ

เบียร์รับรถคันนี้มาเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2016 ครับ ซื้อมาในราคา 932,000 บาท

ส่วนป้ายขาวได้จดทะเบียนเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2017 ครับ ชำระภาษีครบทุกปีเรียบร้อย หมดอีกที 31 มกราคมปี 2019 ครับ ค่าภาษีก็ ปีละ 1,797 บาทครับ

การดูแล เบียร์พาไปเช็คระยะตามที่ศูนย์กำหนดตลอดครับ สามารถเช็คประวัติได้เลย

  • 10,000 กิโลเมตร
  • 20,000 กิโลเมตร

โดยตอนนี้เลขไมล์อยู่ที่ 25,525 ครับ จะเข้าศูนย์อีกทีก็ตอน 30,000 กิโลเมตรครับ

(ขออภัยครับ ลืมดูโฟกัสภาพ เลยไม่ชัด)

ลองตรวจระดับแบตเตอรี่ก่อนสตาร์ทรถค่ายังปกติครับ พึ่งตรวจสอบระดับให้ในวันนี้เลย (8 ธันวาคม 2018)

ส่วนประกันชั้น 1 ตอนนี้มีคุ้มครองถึง 21 ธันวาคม 2018 นี้เท่านั้นนะครับ เบียร์ยังไม่ได้ต่อของปีหน้าให้ เพราะไม่แน่ใจว่า เพื่อน ๆที่ได้รถไปจะซื้อแบบเงินสดหรือไฟแนนซ์ครับ 

สาเหตุที่ขาย

ถ้าติดตามเบียร์มาตลอดก็จะรู้ว่า เบียร์มีรถหลายคัน และสลับกันใช้มากบ้างน้อยบ้าง เพียงแต่ Juke นั้น จะจอดไว้มากที่สุด เพราะเดิมทีตั้งใจซื้อมาเก็บไว้ตามที่เล่าให้ฟังนั่นละครับ

แต่การเก็บไว้ดู ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร เพราะบ้านเบียร์ก็ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์แสดงรถ สู้ปล่อยให้เพื่อนที่อยากได้ อยากดูแล นำไปใช้งานจริงจัง จะดีกับรถมากกว่า

โดยการจอดเก็บที่ผ่านมาทุกวันนั้น จอดในโรงรถตลอดเวลาครับ ไม่เคยจอดทิ้งไว้นอกบ้านให้โดนแดด โดนฝนเลย  

การล้างรถ เบียร์จะล้างและเคลือบสีประจำที่คาร์แคร์ครับ โดยรถจะล้างทุกครั้งที่มอมครับไม่ปล่อยให้รอยเกาะอยู่นานครับ เพื่อให้รถดูใหม่ตลอดเวลา เป็นความสุขทางใจครับ

ส่วนรถอายุยังไม่ 2 ปีเต็มเลย สภาพดีมาก ๆ เรียกว่าถ้าจะใหม่กว่านี้ก็รถป้ายแดงจากโชว์รูมเท่านั้นครับ

การขับขี่ดี ไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้นครับ ยังไม่เคยเคลมเปลี่ยนอะไหล่ใด ๆจากนิสสันด้วย

และขอย้ำเลยว่า เป็นรถที่ขับถนอมมากกกกกก ไม่เคยบี้คันเร่ง และไม่เคยขับเกิน 120 กิโลเมตรด้วยซ้ำครับ เพราะตั้งใจจะให้อยู่ในสภาพเดิมให้นานที่สุดจริง ๆ แถมโหมดการขับขี่ Sport Mode ก็เคยลองเปิดใช้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ปกติจะใช้แต่ Normal Mode ครับ

ข้อดีของรถ Juke คือ เป็นรถที่ความสูงจากพื้นทำให้การขับไม่ต้องกังวลอะไรมาก แม้แต่รุ่นพิเศษที่มี Skirt รอบคันแบบคันนี้ก็ยังสามารถวิ่งลงทางชันได้อย่างสบาย ๆ ครับ

ส่วนน้ำมันรถ เบียร์ใช้เฉพาะเบนซิน 95 และแก๊สโซฮอลล์ 95เท่านั้นนะครับ ไม่เคยเติม 91 หรือ E20 แม้แต่ครั้งเดียวครับ

ที่สำคัญ ซื้อรถไปวันนี้ ยังมีประกันคุณภาพรถของนิสสันเหลืออีก 1ปีเต็มเลยนะครับ สบายใจไร้กังวลครับ

เล่าประวัติมาซะเยอะเลย มาสรุปกันสั้น ๆ ครับ หลายคนน่าจะอยากรู้ราคากันแล้ว

ขายรถ Nissan Juke Tokyo Edition สีขาว

  • รถออกศูนย์นิสสัน 22 ธันวาคม 2016  จดทะเบียน 31 มกราคมปี 2017
  • เลขไมล์ปัจจุบัน 25,525 ณ วันที่ 8 ธันวาคม 2018
  • รถเบียร์ขับอยู่คนเดียว ไม่เคยให้ใครขับรถเลย
  • สมุดคู่มือรถ สมุดเข้ารับบริการครบถ้วน
  • กุญแจรถอัจฉริยะแบบ Keyless พร้อมระบบ Immobilizer กันขโมย 2 ดอกครบ แถมเปลี่ยนถ่านให้ใหม่แล้วด้วยครับ

ของแต่งเดิมติดรถ

  • ชุดแต่ง Tokyo Edition รอบคัน
  • กรอบไฟหน้าและกันชนสีแดงเบอร์กันดี
  • ลาดคาดสีดำฝากระโปรงและฝาท้าย
  • ปลายท่อโครเมียมแท้ของ Nissan

ของแต่งติดเพิ่ม

  • เปลี่ยนสีกระจังหน้า โลโก้ ล้อรถเป็นสีไฮเปอร์แบล็ค
  • กรอบป้ายทะเบียนกันน้ำลายคาร์บอนแบบยาวหน้าและหลัง
  • กล้องบันทึกเหตุการณ์หน้า-หลังยี่ห้อ Proof Platinum II Dual
  • กล่องใส่แว่นตาพร้อมไฟห้องโดยสารแบบใหม่ ย้ายไฟเดิมไปด้านหลัง

ราคาขายแบบเงินสด 688,000 บาท

(พิเศษสำหรับสมาชิกเพจ Review by Biere ลดพิเศษทันที 8,000 บาท)

แต่เนื่องจากรถคันนี้ยังผ่อนอยู่กับธนาคารกรุงศรีอยุธยาเดือนละ 10,698 บาท เหลืออีก 48 งวด ครับ ดังนั้น ถ้าเพื่อน ๆ ที่ต้องการผ่อนต่อในอัตรานี้เบียร์ขอขายดาวน์ที่ 180,000 บาทครับ (พิเศษสำหรับสมาชิกเพจ Review by Biere ลดพิเศษทันที 8,000 บาท เหลือเพียง 172,000 บาท)

สามารถนัดหมายดูรถได้ทุกวันที่ถนนนิมิตใหม่ เขตคลองสามวา จังหวัดกรุงเทพครับ (เลยมีนบุรีมาสักพักครับ)

เบียร์น่าจะลงรายละเอียดไว้มากพอสมควรแล้วครับ ถ้าอยากทราบตรงไหนเพิ่มเติม หรือนัดหมายดูรถก็ติดต่อเข้ามาได้เลยครับ

 ::::: คุณเบียร์ Line ID: biere69 ครับ หรือสะดวกโทรก็ 08 1619 8686 ครับ :::::

(ตอบไลน์ไวกว่าครับ ถ้าสะดวกไลน์มาได้ตลอดเวลาครับ)

หรือ inbox มาได้ที่ www.facebook.com/ReviewbyBiere ครับ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ หวังว่า ลูกสาวคันสวยเบียร์จะได้พบเจอเจ้าของใหม่ที่รักจริงนะครับ ^^

รีวิว Nissan Juke 1.6V CVT 2014 by Biere ตอน “เปิดตัว Nissan Juke Speciale”

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

หลังจากที่พี่ชายผมไปรับรถ Nissan Juke มาแล้วตามรีวิว Nissan Juke 1.6V CVT by Biere ตอน “รับรถที่โชว์รูม”นั้น

 

ปัญหาจากการใช้งาน Nissan Juke มาตลอด 1 เดือนตั้งแต่รับรถ ยังไม่เจออะไรใด ๆ ทั้งสิ้น มีแค่ปัญหาเดียวคือ Nissan Juke สีแดงตามท้องถนนมันเยอะมากกกกกกเกินไป

 

นั่นเป็นเพราะ Nissan Juke สีแดงนั้น เป็นสีที่มียอดขายมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากสีขาวเชียวนะ

 

และนี่คือสิ่งที่ทำให้พี่ชายค่อนข้างกังวลว่า ถ้าวันไหนเกิดเบลอ ๆ ต้องมีเผลอขึ้นรถผิดคันอย่างแน่นอน

พี่ชายเลยแอบบอกว่า วันที่ไปรับรถที่โชว์รูมนั้น ได้เห็น Nissan Juke รุ่นพิเศษ ซึ่งก็คือ Nissan Juke Joint Edition ที่นิสสันผลิตมาจำหน่ายรวม 300 คันตั้งแต่งาน Motor Show ที่ผ่านมา และขายหมดลงไปอย่างรวดเร็ว

ซึ่งทันทีที่เห็นนั้น พี่ชายก็คิดขึ้นมาว่า อยากแต่งรถออกมาในรูปแบบนี้

 

แต่จะว่าไป การที่ไปทำสติ๊กเกอร์แบบ Joint Edition นั้น ก็จะไม่ทำให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะคันอยู่ดี เพราะแค่ตัว Joint สีแดงก็มีเป็น 100 คันแล้วที่นิสสันทำออกมา

พี่ชายจึงมอบโจทย์นี้ให้เบียร์รับผิดชอบ ว่าจะแต่งสติ๊กเกอร์แบบไหน รถถึงจะมีเอกลักษณ์พิเศษให้จดจำได้ แต่ต้องทำไม่มากจนเกินไป เพราะไม่อยากให้ดูเหมือนรถแข่งนั่นเอง

 

เบียร์มานั่งคิดอยู่พักนึง ก็นึกถึง Ferrari 458 Speciale ขึ้นมาทันที เพราะม้าลำพองรุ่นพิเศษรุ่นนี้ เพิ่งเปิดตัวไม่นานมานี้ด้วยการติดสติ๊กเกอร์คาดลายสีขาว-น้ำเงินตรงกลางรถ บนตัวถังสีแดง

แม้ทาง Ferrari จะแจ้งว่า เป็นการรำลึกถึงตัวแข่งในอดีตที่ใช้สีนี้ในการแข่งขันจนชนะเลิศ แต่ในฐานะคนไทย ต้องยอมรับว่า มันเป็นสีของธงชาติไทยชัด ๆ

 

ที่สำคัญ สีแดงของ Nissan Juke กับสีแดงของ Ferrari 458 Italia นั้น เป็นสีแดงโทนเดียวกัน การได้ดูตัวอย่างจากภาพของ Ferrari ทำให้เบียร์สามารถ “มโน”ความสวยงามได้ง่ายขึ้น

 

เบียร์จึงนำเสนอไอเดียนี้ให้พี่ชายทันที ซึ่งพี่ชายก็ say yes อย่างรวดเร็ว และให้เบียร์จัดการนำรถไปทำได้เลย

เบียร์จึงติดต่อไปที่ร้าน Tony Wrap ซึ่งเป็นร้านที่เบียร์เคยนำ Nissan March ไป wrap มาก่อนหน้านี้ตามที่เขียนไว้ในรีวิวแปลงโฉม Nissan March ภาค 2 ตอนที่ 6 “เปลี่ยนสีรถใหม่ ให้สดใส และซาบซ่าส์”  เพราะมั่นใจในฝีมือการ wrap ที่ผ่านมาในรถ Nissan March ของเบียร์นั่นเอง

 

โดยคุณโทนี่ เจ้าของร้านได้นัดเบียร์เข้าไปแปลงโฉมในวันที่ 16 มิถุนายน 2014 ที่ร้าน Tony Speed Wrap ซึ่งตั้งอยู่ในห้าง Makro จรัญสนิทวงศ์

 

เบียร์มาถึงก่อนเวลาพอสมควร จนเมื่อเวลาเดินถึง 11 โมงตรงตามที่นัดไว้ ก็ได้เวลาพาน้อง Juke ขึ้นเขียง

 

ส่วนเบียร์ก็มานั่งคอยในห้องรับรองลูกค้าข้าง ๆ ที่มีกระจกมองการทำงานของช่างได้ตลอดเวลา

 

หลังจากปล่อยช่างวางแผนงานได้สักพัก ทางช่างก็ได้เชิญไปดูงานเบื้องต้น และคุยกันเรื่องขนาด และสัดส่วนต่าง ๆ ให้ถูกใจเรามากที่สุด โดยทางช่างก็ได้แนะนำโค้งเว้าต่าง ๆ ให้เหมาะกับรถเราด้วย

 

เมื่อบรีฟงานเรียบร้อย เบียร์ก็เดินกลับมารอที่ห้องรับรองลูกค้า และสายตาดันไปสะดุดหยุดมองเจ้ากรอบป้ายทะเบียนป้ายนี้

 

แหม สีมันช่างเข้ากันพอดีเลยนะ

 

สักพักมองไปที่รถ เห็นฝากระโปรงหน้าเรียบร้อยแล้ว ช่างก็ขยับตำแหน่งไปติดที่หลังคาต่อ

 

ตามด้วยด้านหลังรถ

 

โดยใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง (น่าจะมีพักทานข้าว 1 ชั่วโมงด้วย เพราะคาบเกี่ยวช่วงเที่ยง) ก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมออกมาโลดแล่นสู่โลกภายนอก

 

ออกมาแล้ว เบียร์ก็ขอถ่ายรูปคู่สักหน่อย ความรู้สึกตอนนั้นคิดถึงประโยคนี้เลยจริง ๆ

“ธงชาติและเพลงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย เราจงร่วมใจกันยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช และความเสียสละของบรรพบุรุษไทย”

 

ก็ไม่รู้สินะครับ เห็นหลายคันไปทำสีคล้ายธงชาติของประเทศอื่น แต่เบียร์ว่าทำสีคล้ายธงชาติไทยดูน่าจะภูมิใจมากกว่า

จ่ายเงินค่าทำเรียบร้อย ก็ทะยานออกจากห้าง Makro ทันที

 

ขับออกมาก็รู้สึกว่าแปลกตาไปพอสมควรครับ เมื่อเห็นฝากระโปรงหน้ารถ

 

ทีนี้มาดู Nissan Juke Speciale Version กันแบบเต็ม ๆ ทุกมุมกันบ้างครับ

 

เริ่มที่ฝากระโปรงหน้า

 

สติ๊กเกอร์ที่ใช้เป็นแบบเงา เกรดนำเข้าจากเยอรมันครับ

 

โดยขนาดความกว้างของสีขาวเงา เรายึดจากกระจังหน้ารูปตัว V นั่นเองครับ

 

จากฝากระโปรงหน้าลากเส้นยาวต่อไปถึงหลังคา

 

ต่อเนื่องไปจนถึงด้านหลังตาม concept Speciale

 

ครอบผ่านไฟเบรกดวงที่ 3 แบบนี้

 

ส่วนด้านหลังก็ลงมาแบบนี้ครับ สิ้นสุดหยุดตรงเส้นขอบโครเมียมพอดี

 

มุมมองด้านหลังแบบเต็มคันครับ

 

มุมมองจากด้านบนครับ ไกลแค่ไหนคือใกล้? เอ้ยย ไม่ใช่ ไกลแค่ไหนก็จำรถเราได้แน่นอน

 

ไม่ว่าจะขับอยู่ข้างหน้า

 

หรือตามมาข้างหลัง

 

จับแชะกับพี่ ๆ น้อง ๆ ในบ้านหน่อย

 

หลังจากแต่งเสร็จ หลายคนคงตกใจว่า เฮ้ย ทำไมแต่งน้อยจัง ไม่เหมือนตอนแต่ง Nissan March สีส้มเลย ก็อย่างที่บอกไปข้างต้นนั่นละครับ ว่า Juke คันนี้ไม่ใช่รถเบียร์ เป็นรถของพี่ชาย และจุดประสงค์การแต่งก็บอกไปด้านบนชัดเจนอยู่แล้ว

 

สุดท้ายนี้ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านรีวิวแปลงโฉมเล็ก ๆ น้อย ๆ ใน Nissan Juke คันนี้จนจบครับ

 

แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ

 

 

รีวิว Nissan Juke 1.6V CVT 2014 by Biere ตอน “รับรถที่โชว์รูม”

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

หลังจากที่ Nissan Juke เปิดตัวจำหน่ายในไทยมาได้ไม่กี่เดือน ก็พบว่ายอดขายสูงมากกว่าที่คิด แม้ไม่มีตัวเลขยืนยันแน่ชัดจากทางนิสสัน มอเตอร์ แต่การที่เบียร์ได้เห็น Juke วิ่งบนถนนวันละหลายสิบคัน แถมเห็นทุกวัน มันยืนยันได้เป็นอย่างดี

 

ที่แน่ๆ  บรรดาเพื่อน ๆ หลายคนที่รู้จักก็มาปรึกษา แล้วพากันไปออก Juke อีกหลายคน แม้แต่ลูกค้าที่ร่วมการร่วมงานกันอยู่ ก็ยังไม่วายไปออก Juke มาด้วยซะงั้น

 

คือถ้า Nissan Juke เป็นรถตลาดทั่ว ๆ ไป เช่น รถ eco car เครื่อง 1000 – 1200 , รถ B Segment เครื่อง 1,500 หรือ รถ C Segment เครื่อง 1600 – 2000 จะออกป้ายแดงกันมามากมาย เบียร์ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะเป็นเรื่องปกติ

 

แต่การที่ Nissan Juke เป็นรถหน้าตาที่ฉีกแนวออกไปจากรถตลาดอย่างมาก แถมเปิดตลาดใหม่ กลุ่ม Sport Crossover ที่ไม่มีคู่แข่งเทียบเคียงใด ๆ

และแม้ว่าใคร ๆ ต่างก็ยัดเยียดรถ Mini SUV จากบางค่ายมาให้เป็นคู่แข่งเพื่อเปรียบเทียบกันก็ตาม แล้วดันสร้างยอดขายได้มากมายขนาดนี้ ถือว่านิสสัน จู๊คประสบความสำเร็จในเมืองไทยมากมายเลยทีเดียว

 

และแล้วความร้อนแรงของนิสสัน จู๊ค ก็กลับเพิ่มมากขึ้นไปอีก เมื่อพี่ชายเบียร์ได้ตัดสินใจเลือก Nissan Juke สีแดงสดมาเป็นรถคู่ใจคันใหม่ แทนที่ Toyota Vigo ที่ใช้อยู่ทันที ซึ่งการตัดสินใจของพี่ชายครั้งนี้ สร้างความแปลกใจให้เบียร์พอสมควร เพราะไม่คาดคิดว่า He จะเลือก Juke จริง ๆ

เบียร์จึงพาพี่ชายไปจองรถที่โชว์รูมนิสสัน กรุงไทย รามอินทรา กม. 4 เช่นเคย โดยกำหนดนัดรับรถในวันที่ 9 พฤษภาคม 2014

 

เมื่อถึงวันที่ 9 พฤษภาคมที่เฝ้ารอ ครอบครัวนิสสันครอบครัวนี้ ก็ยกพลกันมารับสมาชิกใหม่ Nissan Juke 1.6 ด้วยรถนิสสันเครื่อง 1600 ถึง 2 คัน นั่นคือ Nissan Tiida 1.6 และ Nissan Sylphy 1.6

 

ซึ่งทางนิสสัน กรุงไทยก็ได้เตรียมรถ Nissan Juke คันใหม่เอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วด้านหน้าโชว์รูม

 

เนื่องจากการรับรถรอบนี้ไม่ใช่รถของเบียร์ เบียร์จึงปล่อยให้พี่ชายดำเนินการด้านเอกสารไป และพาตัวเองออกมาตรวจเช็ครถตามปกติ

 

ที่จริงแล้ว เบียร์เองก็รู้จักเจ้า Juke มาระดับหนึ่งแล้ว จากที่ได้เขียนรีวิวรถ Nissan Juke ฉบับเต็มไปเรียบร้อยแล้วในชื่อตอนว่า “เธอคือ…สิ่งที่ฉันตามหา” ที่เพื่อน ๆ เคยมาอ่านกันแล้วนั่นละ

ซึ่งข้อที่ควรระวังในการรับรถ Nissan Juke นั้น คงมีแค่งานประกอบรถเท่านั้นที่น่ากังวล ดังนั้น เบียร์จึงเดินตรวจ สำรวจรอบคันให้เรียบร้อย

 

เสร็จจากภายนอก ก็สำรวจต่อภายใน

 

เมื่อมั่นใจว่างานประกอบโอเคแล้ว เบียร์ก็มาสำรวจวันที่ผลิตยาง เพื่อให้มั่นใจว่ายางไม่เก่าจนเกินไป

 

โดยตัวเลขออกมาคือ 1314 นั่นคือ สัปดาห์ที่ 13 ของปี 2014 ซึ่งก็ถือว่าใหม่ทีเดียว เพราะนับนิ้วไปมาก็น่าจะจะผลิตประมาณปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี่เอง

จากนั้นมาสำรวจป้ายแดง ก็พบว่ามันไม่มีตรา ขส ตรงมุมล่างขวา แสดงว่าเป็นป้ายปลอม

 

เบียร์จึงทักท้วงเซลล์ทันที เพราะเบียร์เองเน้นย้ำมาก ว่าต้องได้ป้ายแดงแท้เท่านั้น ซึ่งเซลล์ก็แจ้งว่า ช่วงนี้ปล่อยรถ Juke เยอะมาก ป้ายแดงแท้หมดเกลี้ยง เดิมทีมีลูกค้านัดเข้ามาเปลี่ยนป้ายเมื่อวาน เลยคิดว่าจะเปลี่ยนให้ Juke ของพี่ชายทัน

แต่ลูกค้าท่านนั้นกลับไม่ได้มาตามนัด เพราะติดธุระ และได้ขอเลื่อนมาคืนป้ายในวันศุกร์แทน เซลล์จึงต้องใส่ป้ายปลอมให้พี่ชายมาก่อนชั่วคราว แล้ววันเสาร์จะนัดเข้ามาเปลี่ยนป้ายแดงแท้อีกครั้งหนึ่ง

 

จบเรื่องป้ายแดงแล้ว มาดูของที่ได้รับกันต่อ เริ่มที่สมุดคู่มือรถ

 

ตามด้วยสมุดรับประกันและการบำรุงรักษา ซึ่งเอาไว้พกมาเวลาเข้าศูนย์บริการ

 

เจอกล่องใหญ่ ๆ 1 กล่อง มันคืออะไรหว่า?

 

เปิดมาดูสิ โห คู่มือระบบเครื่องเสียงเล่มเบ้อเริ่ม

 

จริง ๆ ก็คงไม่ค่อยได้อ่าน เพราะเบียร์คุ้ยแคะแกะเกาในรีวิว Nissan Juke 1.6V CVT by Biere ตอนที่ 7  “เครื่องเสียงทันสมัยกับ I CONNECT” ไปเองจนหมดไส้ หมดพุงแล้ว

 

นิสสันมีสายต่อมาให้เพิ่มอีก 1 สาย

 

ต่อมาเป็นบัตรรับประกันพ่นกันสนิมที่ศูนย์แถมให้

 

เปิดมามีรายละเอียดและการนัดหมาย

 

ส่วนศูนย์พ่นกันสนิมนั้นก็คือ ศูนย์ Car-Lack 68 ที่เพิ่งเข้ามาตั้งสาขาในศูนย์นิสสัน กรุงไทย รามอินทราไม่นานมานี้นี่เอง ซึ่งเบียร์ว่าสะดวกกับลูกค้ามาก

เพราะตอนที่เบียร์ซื้อ Nissan Sylphy และ Nissan March 2013 เมื่อปีที่แล้วนั้น ศูนย์นิสสัน กรุงไทยได้แถมบริการพ่นกันสนิมของอีกบริษัทหนึ่งให้ ซึ่งไม่ได้ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันแบบนี้ ทำให้ลำบากที่จะไปใช้บริการ

 

เอกสารถัดมาคือ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ที่นิสสันมอบความอุ่นใจให้ตลอด 3 ปีแรกที่ใช้รถคันนี้ มีปัญหาอะไร โทรได้ตลอด แม้น้ำมันหมดจนสตาร์ทไม่ติด ก็โทรมาให้ช่วยเติมน้ำมันให้ฟรีได้ถึง 10 ลิตร  ต่อปี นับว่าดีมาก (แต่รถนิสสันทุกคัน เบียร์ก็ไม่เคยใช้สิทธินะ เพราะการปล่อยให้รถน้ำมันเกลี้ยงถัง มันไม่ส่งผลดีต่อรถของเราเท่าไหร่นัก)

 

เปิดดูเอกสารถัดไป เป็นสมุดคู่มือฉบับย่อ ที่บอกข้อมูลสำคัญ ๆ เพื่อให้รู้จักและเข้าใจระบบรถคร่าว ๆ เพื่อขับรถกลับบ้านได้ สำหรับคนที่ไม่เคยใช้รถนิสสันมาก่อน

ซึ่งเป็นการพัฒนาขึ้นมาของนิสสัน เพราะช่วยมือใหม่ได้เยอะจริง ๆ

 

และสุดท้ายเป็นใบรับประกันฟิล์มของ Lamina ที่ศูนย์แถมมาให้ด้วย

 

ว่าแล้วก็ไปดู spec ฟิล์มสิว่า ให้มาถูกไหม?

 

ซึ่งฟิล์มหลายยี่ห้อจะระบุ spec ฟิล์มบนกระจกแบบนี้เป็นระยะ ๆ นั่นอาจจะทำให้เรารำคาญได้

โดยถ้าอักษรไปบดบังทัศนวิสัยในจุดสำคัญ เราสามารถลบออกได้ด้วยน้ำยาที่ Lamina ให้มาครับ

โดยเราสามารถเอาสำลีชุบน้ำยานี้ แล้วป้ายออกได้เลย แต่ไม่ต้องลบหมดนะครับ ควรเหลือจุดที่ไม่สำคัญ ที่ไม่ได้บดบังทัศนวิสัยไว้บ้างนะครับ เผื่อฟิล์มมีปัญหา ต้องเคลม จะได้รู้ spec ฟิล์ม เพราะบางทีใบรับประกันก็ไม่ได้ระบุ spec ชัดเจน

 

เบียร์ตรวจครบเรียบร้อยทุกอย่าง ทางเซลล์ก็เดินมาแซวขำ ๆ ว่า คุณเบียร์มารับรถด้วยแบบนี้ คงไม่ต้องอธิบายการใช้งานรถแล้วมั้งครับ

เบียร์เลยบอกว่า ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ เบียร์เองอาจจะเคยได้สัมผัสและรีวิว Juke มาก่อนก็จริง แต่เบียร์ก็อยากรับความรู้และข้อมูลจากเซลล์อยู่ดี

เพราะการได้แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันเป็นสิ่งที่ดีกว่า เนื่องจากประสบการณ์แต่ละคนย่อมต่างกัน

จากนั้นเซลล์ก็เริ่มอธิบายการใช้งานภายนอกรถให้พี่ชายฟัง

 

ต่อด้วยด้านใน

 

จุดที่เบียร์อยากชมเชยคุณอุดม เซลล์ที่ขายรถให้เบียร์มาเป็นคันที่ 3 แล้วนั้น คือมารยาทและความใส่ใจ เพราะก่อนที่คุณอุดมจะขึ้นรถไปอธิบายการใช้งานนั้น คุณอุดมจะถอดรองเท้าก่อนขึ้นรถทุกครั้ง

 

เมื่ออธิบายการใช้งานเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาส่งมอบรถ โดยครั้งนี้ เบียร์ยังได้รับเกียรติจากคุณพิสิทธิ์ จันทรเสรีกุล หรือคุณป๊อกกี้ ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัท สยามนิสสันกรุงไทย มาส่งมอบรถให้ด้วยตัวเองเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา

 

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์ รถนิสสันทั้ง 3 คันก็เคลื่อนตัวออกจากโชว์รูมนิสสัน กรุงไทยเดินทางกลับบ้านกันทันที

 

จนถึงวันเสาร์ตามที่เซลล์นัดไว้ พี่ชายก็ขับเจ้า Juke มาเปลี่ยนป้ายแดงแท้ที่ศูนย์อีกครั้ง เพื่อความสบายใจในการใช้รถ

 

ผ่านไป 17 วัน ทางคุณอุดมก็โทรมาแจ้งว่า ป้ายขาวมาแล้ว ให้เข้ามาเปลี่ยนได้เลย ซึ่งพี่ชายก็รีบขับไปเปลี่ยนทันที เพราะการใช้ป้ายขาว ย่อมสบายใจกว่าใช้ป้ายแดงครับ

 

ได้เลขทะเบียนคล้ายกันกับ Sylphy เลยทีเดียว ผิดไปแค่ตัวหน้าตัวเดียวเท่านั้น

 

เป็นอันว่า ครอบครัวเบียร์เสร็จนิสสัน จู๊คไปอีกหนึ่งคันครับ ต้องยอมรับเลยว่าของเค้าดีจริง

 

แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ

 

 

รีวิว Nissan Juke 1.6V CVT by Biere ตอนที่ 16 “อัตราการกินน้ำมันและบทสรุป”

อัตราการกินน้ำมัน

จุดนี้น่าจะเป็นจุดที่ใครหลายคนอยากรู้ครับ ซึ่งเบียร์เองก็ไม่ได้ทดสอบจริงจังในทุกโหมด เช่น Eco ได้เท่าไหร่ Normal ได้เท่าไหร่ และ Sport ได้เท่าไหร่ เพราะต้องใช้เวลาและเงินเติมน้ำมันค่อนข้างมาก 55555+

 

เอาเป็นว่า เบียร์เติมน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 95 แบบ V Power Nitro Plus  เต็มถังที่ปั๊มเชลล์ ถนนบางนา

 

แล้ววิ่งใช้งานในเมืองกรุง ขับไปปราณบุรี และเปิดใช้ทุกโหมด Eco Normal Sport แซงกระจาย แถมยังมีจอดสตาร์ทเครื่องไว้เฉย ๆ เพื่อทดสอบ Option ตามที่รีวิวไปด้านบน

จากนั้นกลับมาเติมน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 95 อีกทีที่ปั๊ม Esso ถนนบางขุนเทียน

 

ผลสรุปออกมาดังนี้

–   ปริมาณน้ำมันเติมกลับ 44.35 ลิตร

–   ระยะทางที่ใช้ไปทั้งหมด 531.5 กิโลเมตร

–   ผลออกมาคือ 11.98 กิโลเมตร/ลิตร

ซึ่งไม่ใช่การทดลองแบบขับทดสอบโดยเฉพาะ เบียร์จึงไม่ค่อยซีเรียสกับผลที่ออกมานัก

แต่ถ้าถามเบียร์ เบียร์บอกได้เลยว่า Nissan Juke นั้น กินน้ำมันมากกว่าเพื่อนร่วมค่ายอย่าง Nissan Sylphy 1.6 แน่นอน เพราะรายนั้นประหยัดขั้นเทพจริง ๆ

 

และยิ่งไม่แปลกใจ เพราะทางนิสสันเองก็ไม่ได้ชูจุดเด่นว่า Nissan Juke ประหยัดน้ำมันแต่อย่างใด มีแต่การชูความเป็นสปอร์ต ครอสโอเวอร์ขนาด 1600 ซีซี คันแรกของเมืองไทยขึ้นมาเป็นจุดขายแทน

 

บทสรุป Nissan Juke เธอคือ…สิ่งที่ฉันตามหา

 

และอย่างที่วง Getsunova ร้องเพลงเปิดตัว Nissan Juke ไว้นั่นแหล่ะครับ ว่า

“เธอคือสิ่งที่ฉันตามหา คือสิ่งที่ฉันขาดหาย มาเปลี่ยนชีวิตในวันนี้ เธอคือคนที่ฉันใฝ่ฝัน คือคนที่ฉันเฝ้ารอ เพียงพอแล้ว แค่มีเธอกับฉัน อยู่เคียงข้างกันตลอดไป”

 

เพราะบางคนอาจจะตามหาความคุ้มค่า ทุกบาททุกสตางค์ ตามหารถใช้งานปกติ ทั่วไป ประหยัดน้ำมัน นั่งสบายทั้งครอบครัว ซึ่งในพิกัด 1600 ซีซี คุณสามารถเลือก Nissan Sylphy หรือ Nissan Pulsar ไปได้เลย โดยไม่ต้องลังเล

เพราะทั้ง 2 รุ่นนั้นให้ความคุ้มค่ากับคุณได้แน่นอน ทีนี้ก็แค่ตัดสินใจว่า ถ้าอยากได้รถซีดาน 4 ประตูก็จัด Nissan Sylphy ไป แต่ถ้าสนใจรถ Hatchback 5 ประตูก็ต้องเป็น Nissan Pulsar

 

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่

– อยากแตกต่างอย่างมีสไตล์

– เบื่อความซ้ำซาก จำเจ

– อยากแหกออกจากกรอบที่ถูกตั้งไว้

– ต้องการขับรถเท่ ๆ ที่ลุยได้โดยไม่ต้องเกรงใจถนนห่วย ๆ ในเมืองไทย

 

Nissan Juke คือ สิ่งที่คุณตามหาครับ

กับคุณสมบัติที่มีพร้อมให้คุณดังนี้

– สวยเท่โดนใจ

– ซื้อมาไม่ต้องแต่งก็สวยแล้ว แต่ถ้าอยากแต่งก็ตามความชอบของใครของมัน

– ลุยได้ทุกสภาวะถนนเมืองไทย (ยกเว้นเส้น Off-Road)

– ได้ Feeling รถสปอร์ตเกือบทุกอย่าง ยกเว้นความแรงและความเตี้ย แถมยังเสียค่าตัวน้อยกว่า

– สามารถใช้งานได้จริงทุกวัน ขับเที่ยวได้ทั่วประเทศไทยตามที่ใจต้องการ

 

เบียร์เองก็คือคนหนึ่งที่ตามหาและต้องการสิ่งเหล่านี้อยู่ หลังจากได้ขอยืมรถ Nissan Juke มาทดสอบและส่งคืนเจ้าของไปเรียบร้อยแล้ว เบียร์ก็บอกกับตัวเองได้ทันทีว่า นี่คือ รถที่เบียร์จะซื้อมาใช้คันต่อไปอย่างแน่นอน

ซึ่งคนเกินครึ่งหมื่นก็คงคิดแบบเดียวกับเบียร์ เพราะดูจากยอดจอง และรถที่เริ่มวิ่งมากขึ้นทุกวัน นั่นก็แสดงให้เห็นว่า Nissan Juke เป็นรถที่หลายคนตามหาอย่างแท้จริง

 

ขอบคุณที่ติดตามอ่านพรีวิว และรีวิวรถ Nissan Juke ที่แสนจะยืดยาวของเบียร์มาจนจบ หวังว่ารีวิวของเบียร์คงจะทำให้เพื่อน ๆ รู้จักและเข้าใจในความเป็น Juke มากขึ้นนะครับ

สำหรับรีวิวรถ by Biere รุ่นอื่น ๆ สามารถติดตามได้ที่นี่ www.reviewbybiere.com และ www.facebook.com/ReviewbyBiere ครับ

รักนะ จู๊ค จู๊ค

 

Special Thanks : บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เอื้อเฟื้อรถยนต์นิสสัน จู๊ค สำหรับการทดสอบทำรีวิว

 

รีวิว Nissan Juke 1.6V CVT by Biere ตอนที่ 15 “จู๊คยามค่ำคืน”

Nissan Juke ยามค่ำคืน

 

ด้วยการดีไซน์ที่แปลกของไฟหน้า ทำให้ยามค่ำคืนของ Nissan Juke นั้น สังเกตได้ง่าย เห็นไฟแบบนี้มา รู้เลยนี่คือ Nissan Juke

 

ต่างกับรถทั่วไป ที่เห็นแต่ไฟแล้วมองไม่ออกว่าเป็นรถยี่ห้ออะไร รุ่นไหน?

ยิ่งถ้าสมมติว่า เวลาฝนตกหนัก หรือหมอกจัด แล้วเราเปิดไฟตัดหมอกใช้งานด้วยแล้ว  ก็ยิ่งสังเกตง่ายเข้าไปอีก กับไฟ 3 ชั้น ที่เบียร์แอบแซวไปขำ ๆ ว่ายังกะไฟรถทัวร์

 

และด้วยไฟซีนอนแบบปรับระดับอัตโนมัติ ทำให้การเดินทางยามค่ำคืนของ Nissan Juke นั้น มองเห็นทางได้ชัดเจน

 

แต่ถนนเส้นนี้มีไฟทางช่วย ลองมาดูถนนที่มืดมิดกันดีกว่าครับ

แต่จะมืดขนาดไหนอ่ะหรอ? ก็ลองดูแล้วกันว่า นี่คือภาพจริงที่เบียร์ปิดไฟหน้าแล้วถ่ายรูป

 

เปิดไฟดูสิ

 

ลองดูมุมมองที่เบียร์เห็น

 

เปิดไฟตัดหมอกดูสิ สว่างขึ้นไหม?

 

แล้วไฟสูงละ เป็นยังไง?

 

ทดสอบไปทดสอบมา ชักกลัวแฮะ เกิดพลาดโดนปล้น จะไม่มีโอกาสมาเขียนรีวิว

เลยตัดสินใจลองเลี้ยวกลับรถ เพื่อดูการปรับความสูง-ต่ำของไฟหน้าแบบอัตโนมัติไปด้วย

 

เปิดไฟสูงเช็คทางหน่อย เผื่อมีใครแอบอยู่มืด ๆ

 

ความสว่างในการใช้งานจริง ถือว่า โอเคเลยครับ แต่ข้อเท็จจริงของไฟซีนอนคือ ด้วยความที่เป็นแสงสีขาว อาจจะทำให้เวลาฝนตกหนักนั้นมองไม่เห็นทาง ซึ่งเบียร์เคยขับรถที่เปลี่ยนมาติดไฟซีนอนยามฝนตกแล้ว เหนื่อยมาก จนต้องตัดสินใจเลี้ยวจอดรอฝนหยุดที่ปั๊มข้างทางแทน

แต่นั่นคือ ไฟซีนอนที่ปรับแต่งมา ไม่รู้ค่า K ที่แท้จริง (รถคนอื่น)

ส่วนไฟซีนอนแท้จากโรงงานนิสสันของ Juke นั้น เบียร์ยังไม่มีโอกาสได้ทดสอบให้ทราบ เพราะช่วงนี้ไม่มีฝนตกลงมาให้ลองเลยนั่นเอง

 

ส่วนมุมมองกระจกมองข้างก็เหมือนตอนกลางวันครับ มองชัดเจน เปลี่ยนเลนได้ง่าย

 

ทีนี้มาดูแสงในรถบ้างครับ

 

สีสันยามค่ำคืนภายในนั้นสวยงาม และสบายตาดีมากอยู่แล้ว

 

ที่แผงประตูคนขับจะมีไฟแค่สวิตซ์กระจกไฟฟ้าด้านคนขับเท่านั้นนะครับ ถ้าจะเปิดด้านอื่นต้องคลำเอา

 

ส่วนแผงปุ่มกระจกมองข้างปรับไฟฟ้านั้น มืดสนิทครับ สว่างแค่ปุ่มพับกระจกเท่านั้น เผื่อฉุกเฉิน พี่มอไซค์ซิ่งมาข้าง ๆ ยามรถติดตอนกลางคืน (เพราะเดี๋ยวนี้รถติดทุกเวลา)  ก็หาปุ่มพับได้ง่ายไม่ต้องคลำแต่อย่างใด

 

ส่วนที่ปุ่มสตาร์ทและตำแหน่งเกียร์ ก็มีไฟสีส้มบอกชัดเจนครับ สวยงามมาก

 

แต่พอมาเปิดฝากระโปรงหลังยามค่ำคืน ค่อนข้างมืดครับ แม้จะใส่ไฟสัมภาระหลังมาให้แล้ว แต่กำลังไฟไม่สูง และมีเพียงข้างขวาข้างเดียวครับ

 

สำหรับรีวิวยามค่ำคืนของเจ้าจู๊คก็จบลงเพียงเท่านี้ครับ

ในตอนหน้า เบียร์จะมารีวิวอัตราการกินน้ำมัน และบทสรุปของ Nissan Juke ซึ่งเป็นรีวิวตอนสุดท้ายครับ

แล้วพบกันนะครับ