คลังเก็บป้ายกำกับ: nissan march

รีวิว เปลี่ยนสายพานพัดลม Nissan March

หลังจากเช็คระยะ 80,000 กิโลเมตรเรียบร้อยตามรีวิว “จับ NISSAN MARCH เข้าศูนย์ เช็คระยะ 80,000 กิโล”แล้ว เบียร์ก็นำเจ้า March คู่ใจมาใช้งานได้เพียง 2,000 กิโลเมตร ก็ได้ยินเสียง“จี๊ดๆๆ” เหมือนเสียงหนูร้อง ในห้องเครื่อง โดยเฉพาะเวลาสตาร์ตเครื่องใหม่ ๆ หรือเพิ่งออกตัว

ด้วยอาการนี้ เบียร์รู้ทันทีว่า สายพานพัดลมถ้าตั้งไม่ดี ก็คงจะหมดอายุ จึงรีบขับรถเข้าศูนย์นิสสัน รามคำแหง 172 ทันที เพื่อตรวจสอบ และผลก็ออกมาว่า ต้องทำการเปลี่ยนสายพานใหม่

ทางศูนย์ใช้เวลาไม่นาน ก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมนำสภาพสายพานเก่ามาให้ดู

 

จากนั้น เบียร์ก็ไปจัดการกับค่าเสียหายในครั้งนี้

 

Nissan March ของเบียร์ก็กลับมาปกติเช่นเดิม

ถ้าเพื่อน ๆ ได้ยินเสียงจี๊ด ๆ อย่าลืมรีบเข้าไปตรวจสอบเพื่อตั้งสายใหม่หรือเปลี่ยนใหม่ไปเลยนะครับ จะได้ใช้รถอย่างสบายใจ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านรีวิวครับ

รีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 80,000 กิโล”

สวัสดีครับ

ด้วยความที่ใช้รถทุกวัน วิ่งวันนึงก็เยอะ ทำให้เจ้า March ของเบียร์ ทะยานผ่าน 80,000 กิโลเมตรมาอย่างรวดเร็ว

ประกอบกับด้วยภาระหน้าที่การงานที่มากขึ้น เวลาอิสระน้อยลง ทำให้เบียร์ก็วิ่งเพลิน ขับเกิน 10,000 กิโลเมตรไปอยู่ดี

 

ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ เบียร์ได้ซื้อน้ำมันเครื่อง Valvoline 5W-40 จำนวน 3 ลิตร ไว้รอท่าตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมแล้วก็ตาม

 

และเพื่อไม่ให้ช้าไปกว่านี้ ในวันที่ 24 ธันวาคม ผมจึงโทรนัดหมายเข้าเช็คระยะทันที ในเช้าวันรุ่งขึ้น

วันที่ 25 ธันวาคม 2012 เวลา 7.50 น. Merry X’Mas

เบียร์ขับนิสสัน มาร์ชมาที่ศูนย์นิสสัน รามคำแหง 172 ตามนัดหมาย โดยเมื่อมาถึง ก็เจอพี่ รปภ.ทำการต้อนรับดังเดิม

 

ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง พี่ รปภ.ก็วางบัตรคิวให้ทันที

 

จากนั้น เบียร์ก็ขับมาจอดตรงจุดรับรถเช่นเคย

 

ทางเจ้าหน้าที่ออกมาต้อนรับ และออกใบให้ตามขั้นตอนปกติ โดยแจ้งว่า เช็คระยะ 80,000 กิโลเมตรนั้น ต้อง”จัดหนัก” และน่าจะเสร็จภายในเวลาเที่ยงตรง

 

รายการเช็คระยะ ยาวมาก จัดหนักจริง ๆ ซึ่งรถเบียร์เติมลมยางแบบไนโตรเจนมาแล้ว จึงแจ้งทางศูนย์ว่าไม่ต้องเติมลมให้อีก

 

ประเมินราคารอบนี้ สูงดีที่เดียว เห็นแล้วก็เสียว ๆ

 

พอศูนย์เปิด Job เรียบร้อยแล้ว เบียร์ก็เดินมาที่โชว์รูม เห็น 2 คันนี้แล้ว รู้สึกเลยว่า พี่น้องกันชัด ๆ

 

จากนั้นเบียร์ก็ขึ้นมารอที่ห้องรับรองลูกค้าชั้น 2 เช่นเคย มองลงไปข้างล่าง เห็นลูกรักมาจอดพัก รอขึ้นเขียง

 

เพียงครู่เดียว เจ้าหน้าที่ก็นำเจ้าลัคกี้ไปขึ้นเขียง

 

ยกขึ้นมาแล้ว

 

เจ้าลัคกี้โดนถอดรองเท้าด้วย เพื่อทำความสะอาดระบบเบรค

 

อีกนานกว่าจะเสร็จ เบียร์เปิด Notebook ทำงานต่อเลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลา

 

ครบ 3 ชั่วโมงเป๊ะ เจ้าหน้าที่ก็ขึ้นมาบอกเบียร์ว่า รถเสร็จเรียบร้อยแล้ว เบียร์ก็ลงมาดูทันที เห็นคิวรอรับบริการก็ตกใจ เพราะเยอะจริง ๆ คาดว่าน่าจะมาเช็ครถก่อนเดินทางไกลในช่วงปีใหม่กัน

 

เบียร์เดินไปชำระค่าเสียหาย รอบนี้จัดหนักจริง ๆ ทั้งเวลาและราคา เพราะโดนค่าแรงหลายรายการทีเดียว

 

ที่สำคัญราคาในบิลยังไม่รวมค่าน้ำมันเครื่องที่เบียร์ซื้อมาเองอีก 1,030 บาท รวมแล้ว รอบนี้โดนไปทั้งหมด 2,731.60 + 1,030 = 3,761.60 บาท

และใช้เวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมง

จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว ก็เดินมารับลูกกลับบ้านทันที

 

สำหรับรีวิวเช็คระยะ 80,000 กิโลเมตรก็หมดลงแต่เพียงเท่านี้

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะครับ

 

รีวิวเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ CVT Nissan March

สวัสดีครับ

เพื่อน ๆ หลายคนที่ใช้รถ Nissan เกียร์ CVT คงสงสัย และอยากรู้ว่า เมื่อไหร่ถึงจะต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ CVT? เพราะถ้าเพื่อน ๆ ที่เคยใช้เกียร์ออโต้ปกติมาก่อน จะต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ที่ 40,000 กิโลเมตร

 

ซึ่งทางนิสสัน มอเตอร์เองได้ระบุไว้ชัดเจนในคู่มือการใช้รถว่า ให้เปลี่ยนถ่ายทุก 100,000 กิโลเมตร!!

 

เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะย่ามใจ และรอให้ถึง 100,000 กิโลเมตร แต่ความจริงแล้ว ระยะทางที่ระบุนั้น เหมาะสมมาก ถ้าเป็นมาร์ชที่ญี่ปุ่น

ที่จริงเบียร์เองก็เป็นผู้ใช้รถอีกคนหนึ่งที่ย่ามใจรอให้ถึง 100,000 กิโลเมตร จนเมื่อมีโอกาสได้พูดคุยกับฝ่ายเทคนิคของบริษัท นิสสัน รวมถึงผู้จัดการศูนย์บริการนิสสัน ก็ให้คำตอบตรงกันว่า  March ในเมืองไทยนั้น ไม่สามารถรอให้ถึง 100,000 กิโลเมตรได้ เพราะด้วยสภาพอากาศ และมลภาวะต่าง ๆ ไม่เอื้ออำนวยสักเท่าไหร่นัก

 

ซึ่งระยะทางที่ทางฝ่ายเทคนิคแนะนำคือ 50,000 กิโลเมตรก็ควรเปลี่ยนถ่ายได้แล้ว โดยศูนย์บริการนิสสัน รามคำแหง 172 ก็ได้นำสภาพน้ำมันเกียร์ CVT มาวางเปรียบเทียบให้ดูด้วย

 

น้ำมันเกียร์ CVT ใหม่ครับ จะออกสีเขียว

 

สภาพน้ำมันเกียร์ CVT เมื่อใช้มา 50,000 กิโลเมตรครับ สีเริ่มจะเปลี่ยนเป็นสีดำแล้ว

 

โดยเจ้านิสสัน มาร์ชของเบียร์เองนั้น ได้วิ่งมาถึง 74,529 กิโลเมตรแล้ว เบียร์จึงตัดสินใจเปลี่ยนถ่ายทันทีในวันที่ 10 ตุลาคม 2012 โดยศูนย์นิสสัน รามคำแหง ได้เปิด Job ประเมินค่าบริการไว้ประมาณ 2,000 บาท

 

และทางศูนย์ก็ได้นำเจ้าลัคกี้ขึ้นแท่นทันที

 

ส่วนเบียร์ก็พาตัวเองขึ้นมารออยู่ห้องรับรองลูกค้าชั้น 2 เล่น Internet ที่ศูนย์บริการได้เตรียมคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เนตไว้ให้บริการฟรี

 

เมื่อทีมช่างเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ CVT ให้เรียบร้อยแล้ว ก็ได้ทำการ Learning เกียร์ CVT ให้ด้วยครับ

 

ความน่ารักของศูนย์บริการนี้คือ เมื่อพนักงานขึ้นมาทำการ Learning เกียร์บนรถ ก็ถอดรองเท้าออกด้วย นับว่าเป็นความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เบียร์ประทับใจ นอกเหนือจากมีผ้ามาหุ้มพวงมาลัยและเบาะนั่งตามปกติ

 

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พนักงานของศูนย์ก็ทำความสะอาดรถให้เป็นการเก็บงานก่อนส่งมอบ

 

ส่วนผมก็เดินมาเคลียร์ค่าเสียหายดังนี้

 

ก่อนออกจากศูนย์ ทางพนักงานบอกว่า ลืมนำสภาพน้ำมันเกียร์ CVT ของเบียร์มาให้ดูว่า ดำแค่ไหน แต่พนักงานก็บอกว่า ดำพอ ๆ กับตัวอย่างที่มีให้ดูนั่นล่ะ

 

และเมื่อเบียร์ขับรถออกมา เบียร์รู้สึกว่ารถวิ่งดีขึ้นอย่างชัดเจน

จึงอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ที่วิ่งถึง 50,000 กิโลเมตรแล้ว เข้าไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ CVT กันครับ โดยเปลี่ยนพร้อมกับเช็คระยะ 50,000 ก็ได้ครับ จะได้ไม่เสียเวลา

ขอบคุณที่อ่านรีวิวจนจบครับ แล้วเจอกันรีวิวหน้า เช็คระยะ 80,000 กิโลเมตรครับ

รีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 70,000 กิโล”

สวัสดีครับ

และแล้วเจ้า Lucky หรือ นิสสัน มาร์ชคู่ใจของเบียร์ก็วิ่งทะยานผ่านหลัก 70,000 กิโลเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งก็ถึงเวลาได้นำรถเข้าไปตรวจสุขภาพกันอีกครั้ง

โดยเบียร์ยังคงติดใจน้ำมันเครื่อง Valvoline 5W-40 เหมือนเดิม ซึ่งก็ได้สั่งซื้อไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว โดยจัดแบบขวดละ 1 ลิตร 3 ขวด รวม 3 ลิตรเฉพาะรถเบียร์คันเดียว เพราะครั้งนี้ไม่ได้เข้าศูนย์พร้อมกับเพื่อนเหมือนครั้งที่แล้ว ที่ซื้อแบบ 6 ลิตรมาแชร์กันได้ ตามรีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 60,000 กิโล” + เคลม”โช้คประตูหลัง”

 

และแน่นอน ศูนย์บริการนิสสันที่เบียร์ไว้ใจให้ตรวจสุขภาพเจ้าลัคกี้ก็ย่อมเป็นศูนย์นิสสัน รามคำแหง 172 ในเครือสยามกลการนั่นเอง

 

โดยเบียร์ได้โทรสอบถามคิวและนัดหมายไว้ล่วงหน้า 1 วันที่เบอร์ 02-517-9234 เพื่อความมั่นใจว่ารถเราจะได้ทำแน่นอน ไม่ต้องรอคิวใด ๆ

—————————

13 กันยายน 2012

9 โมงเช้า เบียร์ขับเจ้าลัคกี้เข้าศูนย์นิสสัน ซึ่งเมื่อเจอยามที่หน้าประตู ยามก็ไม่มีการถามอะไรเบียร์สักคำ แต่นำป้ายที่บ่งบอกว่า รถคันนี้เป็นรถที่นัดหมายเอาไว้มาวางที่หน้ากระจก และเลื่อนเหล็กกั้นให้เบียร์เข้าไปแบบยิ้มแย้ม ซึ่งก็เป็นความประทับใจเล็ก ๆ ตั้งแต่เข้ามาเลยทีเดียว

และเบียร์ก็ขับรถไปจอดที่ป้าย “ลูกค้านัดหมาย” ทันที

 

ลงมาจากรถก็มีพนักงานมาต้อนรับ และตรวจสอบรถก่อนเข้าเช็คระยะ

 

พร้อมวางป้ายแสดงสถานะของการบริการตามขั้นตอนการทำงาน

 

โดยเบียร์ได้แจ้งพนักงานไว้ 2 เรื่อง

1. เบียร์นำน้ำมันเครื่องมาเอง

2. ฝากระโปรงหน้ารถเบียร์เป็นคาร์บอน ไฟเบอร์ ให้ระมัดระวังการปิดฝากระโปรง อย่าโยน แต่ให้กดลงแทน

 

ระหว่างรอพนักงานตรวจสอบ เบียร์เดินไปดูป้ายนัดหมาย ก็พบว่ามีเพียง 2 คันที่โทรมานัดหมาย โดยรถเบียร์เป็นคันที่ 2 ตอน 9 โมง

 

เบียร์เดินกลับมาดูที่รถ และเปิดประตูเพื่อจะหยิบของ เบียร์ก็เห็นภาพนี้ ที่ทำให้เบียร์ประทับใจในการบริการของที่นี่มาก กับการคลุมผ้าที่เบาะรถ พวงมาลัย และหัวเกียร์ เพื่อปกป้องความสะอาดจากพนักงานที่ต้องมาเลื่อนรถเบียร์

 

เมื่อพนักงานตรวจสอบเสร็จ ก็ทำรายการออกมาดังนี้

 

ดูรายการแล้ว พนักงานที่นี่เอาใจใส่ลูกค้าจริง ๆ ครับ แถมไม่มีการยัดเยียดขายของอะไรเพิ่มเติมไม่ว่าจะจำเป็นหรือไม่จำเป็น ซึ่งผู้จัดการศูนย์ที่เดินเข้ามาทักทายเบียร์ ก็ยังบอกเบียร์ว่า หลายที่ชอบยัดเยียดของให้ลูกค้า ซึ่งที่นี่ไม่ชอบทำแบบนั้น เพราะศูนย์นี้เน้นบริการลูกค้าแบบที่ลูกค้าต้องการ เพื่อให้ลูกค้าแฮปปี้มากที่สุด

และนี่คืองบประมาณค่าบริการว่า จะไม่เกินวงเงินนี้

 

เมื่อเซ็นชื่อรับทราบแล้ว เบียร์ก็หิ้วโน้ตบุ๊คคู่ใจขึ้นไปนั่งทำงานที่ห้องรับรองลูกค้าชั้น 2 เหมือนอย่างเคย

 

พิมพ์งานไป สลับมองการทำงานของช่างไป

 

เห็นหมดว่า ช่างทำอะไรกับรถเราบ้าง โปร่งใส และสบายใจ

 

ก้มพิมพ์งานต่อ มองอีกที อ้าว ลัคกี้ตัวลอย ^^

 

นั่งอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้จัดการศูนย์ก็ขึ้นมาบอกว่า “คุณเบียร์ รถเสร็จแล้วครับ” เบียร์จึงเก็บข้าว เก็บของเดินลงมาชำระค่าเสียหายตามรายการนี้

 

ซึ่งเมื่อรวมกับค่าน้ำมันเครื่อง Valvoline 5W-40 ที่ซื้อมาในราคา 1,030 บาทแล้ว เท่ากับว่า ค่าเสียหายทั้งหมดสำหรับการตรวจสุขภาพของเจ้า Lucky คือ 1,914.36 บาท

จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว ก็มารับรถที่จอดรออยู่หน้าประตูศูนย์บริการ ซึ่งมาพร้อมกับความสะอาด เนื่องจากศูนย์นิสสันได้ล้างรถให้ก่อนส่งมอบด้วย

 

ซึ่งรีวิวการจับนิสสัน มาร์ชเช็คระยะ 70,000 กิโลของเบียร์ ก็คงจบลงแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะครับ

 

รีวิว “เคลมมอเตอร์พัดลม” Nissan March (มีคลิป VDO)

หลังจากที่นำรถเข้าเช็คระยะ 60,000 กิโลเมตร ตามรีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 60,000 กิโล” + เคลม”โช้คประตูหลัง” มาแล้วนั้น

เบียร์ก็ใช้รถมาได้สิบกว่าวัน จนคืนหนึ่ง ขณะกำลังขับรถกลับบ้าน เบียร์ก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ บริเวณเครื่องยนต์

 

เมื่อถึงบ้านแล้ว เบียร์รีบจอดรถก่อนจะลองเดินไปดูที่ด้านหน้ารถ ก็รู้สึกว่ากันชนหน้ารถจะสั่นเล็กน้อย จึงเปิดฝากระโปรงรถขึ้นดู ก็พบว่า พัดลมหน้ารถมีอาการหมุนไม่ค่อยตรง และทำให้เกิดอาการสั่น จนมีเสียงตีกันของวัตถุในบริเวณนั้น เบียร์จึงถ่ายคลิปเก็บไว้ทันที

 

วันรุ่งขึ้น เบียร์จึงรีบเข้าไปที่ศูนย์นิสสัน รามคำแหง 172 เพื่อให้ดูอาการ ทางศูนย์ก็แจ้งว่าเป็นอาการผิดปกติจริง แต่ ณ เวลาที่เบียร์มานั้น จะทำไม่ทันในวันเดียวกัน เพราะต้องใช้เวลาในการรื้อพัดลมอยู่พอสมควร รวมถึงต้องสั่งอะไหล่ที่เกี่ยวข้องมาเปลี่ยนด้วย ทางศูนย์เลยแนะนำให้นำรถมาแต่เช้าของอีกวันนึง

 

————————-

10 พฤษภาคม 2012

เบียร์ขับ Nissan March ไปถึงศูนย์นิสสันรามคำแหงตั้งแต่ 8 โมงเช้า พอถึงศูนย์ปุ๊ป ทางเจ้าหน้าที่ก็นำเจ้า Lucky ขึ้นเขียงรื้อพัดลมกันทันที

 

ยกรถขึ้นไปแล้ว

 

ส่วนเบียร์ก็ต้องยกตัวเองขึ้นมารออยู่ที่ห้องรับรองลูกค้า ได้แต่มองลูกรักผ่านกระจกบานใส

 

รออยู่สักระยะใหญ่ ทางเจ้าหน้าที่ก็เดินขึ้นมาแจ้งว่า “ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วครับ พบว่ามอเตอร์ของพัดลมเสียครับ และตอนนี้อะไหล่มอเตอร์ของขาดครับ”

เบียร์ตกใจ รีบถามกลับไปว่า “อ้าว แล้วจะทำไงครับ?”

เจ้าหน้าที่อมยิ้ม ก่อนจะบอกเบียร์ว่า “แต่ไม่ต้องกังวลครับ ผมเบิกชุดพัดลมมาทั้งชุดเลยครับ เปลี่ยนใหม่ทั้งหมดครับ”

ได้ฟังก็หายกังวล และกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ไป

เจ้าหน้าที่ยิ้มรับ และบอกเบียร์ว่า “แต่ต้องรอหน่อยนะครับ ของจะมาส่งช่วงบ่ายครับ”

เบียร์กล่าวขอบคุณ ก่อนจะหยิบโน้ตบุ๊คคู่ใจขึ้นมานั่งทำงานในระหว่างรอ

 

มองนาฬิกาได้เวลาบ่ายโมง เบียร์เหลือบไปเห็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งถือกล่องสีน้ำตาลมาวางไว้ใกล้ ๆ รถเบียร์ เลยถือโอกาสเดินลงไปดูสักหน่อย

 

หยิบกระดาษสีขาวขึ้นมาอ่าน ก็รู้ว่าของมาแล้ว มาทั้งชุดจริง ๆ

 

ใกล้ ๆ กัน มีพัดลมสภาพเก่าวางอยู่ เลยรู้ว่า มันคือของเก่าที่เพิ่งถอดออกมานั่นเอง

 

จากนั้น เบียร์ก็ปล่อยให้เจ้าหน้าที่จัดการรถไป

 

และพาตัวเองขึ้นมานั่งดูอยู่ด้านบน เพื่อไม่ให้เกะกะการทำงานของเจ้าหน้าที่

 

นั่งรอต่ออีกประมาณ 1 ชั่วโมง รถก็เสร็จเรียบร้อย มาจอดรถให้เบียร์พากลับบ้าน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพราะเป็นการรับประกันคุณภาพของนิสสัน มอเตอร์

 

สำหรับเพื่อน ๆ ที่รถมีอาการคล้าย ๆ เบียร์ อย่าลืมเข้าไปให้ศูนย์ตรวจสอบและแก้ไขนะครับ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ