คลังเก็บป้ายกำกับ: Nissan Intertrade

รีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 20,000 กิโล”

หลังขับรถมาได้เพียง 6 เดือน เบียร์ก็ขับทะลุ 20,000 กิโลเมตรมาเป็นที่เรียบร้อย

ก็ทำไงได้ March นั้นทั้งขับสนุกแถมสุดประหยัด ก็เลยมีเรื่องให้เบียร์ต้องจับเจ้า March มาใช้งานอยู่ตลอดเวลา ทั้ง ๆ ที่ก็มีรถคันอื่นพอจะให้สลับใช้กันอยู่บ้าง

แต่เมื่อไมล์ของน้อง March แตะระดับ 21,000 กิโล เมื่อต้นเดือนมกราคม ซึ่งเป็นระยะที่ถึงเวลานัดหมายเข้าเช็คระยะ 20,000 กิโลนั้น เบียร์เองยังไม่ได้เอารถเข้าเช็คแต่อย่างใด เนื่องจากช่วงนั้น เป็นช่วงที่เบียร์ซุ่มตกแต่งรถ March เพื่อทำ surprise เพื่อน ๆ ในงานประกวดแต่งรถ March ของนิสสัน วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ Arena 10 ทองหล่อ

 

หลังจากจบงานเบียร์ก็เนียนขับมาได้อีกเกือบ 1,200 กิโล จนเมื่อเบียร์วางแผนจะขับ March ไปเที่ยวอำเภอปาย แม่ฮ่องสอนในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ เบียร์จึงคิดว่า ต้องนำรถเข้าตรวจเช็คก่อนเดินทางน่าจะดีกว่า

เบียร์ตั้งใจนำรถเข้าเช็คระยะในวันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ แต่ด้วยความที่เบียร์ไม่ได้ทำงานประจำ จึงลืมไปว่า วันนี้เป็น มาฆบูชา ซึ่งศูนย์นิสสันเองก็ปิดทำการซะด้วย

วันรุ่งขึ้น เบียร์จึงขับ March ไปศูนย์นิสสันเกษตร – นวมินทร์แต่เช้า เพราะติดใจใน option ระหว่างรอรถ ที่มีทั้งขนมนมเนย เครื่องดื่มสารพัดอย่าง รวมถึงคอมพิวเตอร์ PC ให้นั่งเขียนรีวิวลงใน ReviewbyBiere.com ด้วย

 

แต่เมื่อมาถึงศูนย์ เบียร์ก็ได้รับการปฏิเสธการให้บริการ เนื่องจากคิวแน่นมาก และการเช็คระยะ 20,000 กิโล ต้องใช้เวลาดำเนินการ 3 ชั่วโมงต่อคัน!! ดังนั้น เมื่อศูนย์คำนวณเวลาแล้ว รถเบียร์ทำไม่ทันวันนี้แน่นอน

มาถึงบรรทัดนี้ก็ต้องขอชมเชย ศูนย์นิสสัน เกษตร-นวมินทร์ หรือ บริษัท สยามนิสสัน อินเตอร์เทรด จำกัด ที่พูดตรง ๆ กับลูกค้า ว่าทำได้ก็ทำได้ ทำไม่ได้ก็ทำไม่ได้ ไม่ใช่อยากได้ค่าบริการมาก จนเอารถเข้าไปดอง ให้ลูกค้าคอยเก้อ

เมื่อเป็นเช่นนี้ เบียร์จึงต้องล่าถอยออกมาและขับรถกลับมาตายรังที่เดิม คือ ศูนย์นิสสัน SMT ศรีนครินทร์แทน

 

แต่เมื่อขับรถมาถึง ก็ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะคิวแน่นเช่นกัน!!

เบียร์ก็รีบจนลืมไปว่า วันนี้มันวันเสาร์! ซึ่งเป็นวันที่ลูกค้าแน่นขนัดอยู่แล้วทุกศูนย์ เพราะศูนย์บริการปิดในวันอาทิตย์นั่นเอง

ทางศูนย์ SMT จึงแจ้งผมว่า ให้นัดหมายมาทำตั้งแต่เช้าตรู่วันจันทร์ คือ 7 โมงเช้า!!!

ซึ่งเบียร์ก็ยินยอมโดยดี เพราะบ้านเบียร์และศูนย์นิสสันนี้อยู่ใกล้ ๆ กัน และเมื่อคำนวณเวลาแล้ว รถเบียร์จะเสร็จประมาณ 10 โมง ซึ่งเหลือเวลาให้เบียร์ได้เตรียมตัวที่จะเดินทางไปปายในเช้าวันรุ่งขึ้นแบบสบาย ๆ

———————————

วันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ เวลา 7.00 น.

เมื่อเบียร์ขับ March มาจอดหน้าศูนย์บริการ ก็มีพนักงานมารับรถไปดำเนินการทันที ซึ่งต้องขอชมเชยว่า ทีมพนักงานพร้อม service ตรงเวลาดีมาก

เบียร์แจ้งรายละเอียดการรับบริการของเบียร์ว่า

1. เบียร์ต้องการน้ำมันเครื่องสังเคราะห์

2. เบียร์ไม่ต้องการน้ำยาล้างต่าง ๆ

3. รถเบียร์ไม่ต้องสลับยาง เพราะเพิ่งเปลี่ยนยางมาใหม่

4. เบียร์เพิ่งเปลี่ยนล้อ mag มาใหม่ ซึ่งศูนย์จะไม่สามารถถอดล้อของรถเบียร์ออกมาตรวจเช็คระบบเบรคได้ เนื่องจากขนาดน็อตล้อไม่เท่ากันกับของเดิม ดังนั้น เบียร์จึงต้องเตรียมบล็อคถอดล้อที่ร้าน Mag ให้เบียร์มา เอาไว้ให้ศูนย์ด้วย

ศูนย์ประเมินราคาค่าบริการไม่เกิน 2,500 ให้เบียร์เซ็นรับ ก่อนจะมอบใบรับรถมาให้เบียร์เก็บไว้ เพราะเบียร์แจ้งว่า เบียร์คงขอตัวกลับบ้านก่อน เนื่องจาก 3 ชั่วโมงคงรอไม่ไหว (แต่ถ้าเป็นศูนย์เกษตร-นวมินทร์ เบียร์คงรอได้สบาย)

—————————-

10.00 น. ทางศูนย์ก็โทรมาแจ้งว่า รถเบียร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว เบียร์จึงกระโดดขึ้น Taxi ไปรับรถทันที

โดยมีรายละเอียดค่าบริการดังนี้ครับ

 

หลายรายการที่เบียร์ได้ส่วนลดถึง 15% เป็นส่วนลดที่เบียร์ได้นัดหมายเข้ารับบริการล่วงหน้าครับ

ซึ่งเมื่อดูในบิล ความแตกต่างของการเช็คระยะ 10,000 โล กับ 20,000 โล สำหรับเบียร์คือ

1. ค่าแรงตรวจระบบเบรค

2. ไส้กรองอากาศ

ทำให้ราคา up ขึ้นมา 2,200 จากที่เคยจ่ายแค่ 1,500 บาทเท่านั้น

และนี่คือรายละเอียดที่ศูนย์ทำการตรวจให้น้อง March ของเบียร์ครับ

 

ดังนั้น จึงอยากจะแจ้งเพื่อน ๆ ว่า การเช็คระยะ 20,000 กิโลจะแตกต่างจาก 10,000 โลแล้วนะครับ ทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาที่ใช้ดำเนินการ

ถ้าเพื่อน ๆ ที่ถึงเวลาเช็คระยะ 20,000 กิโลแล้ว ก็วางแผนเวลาและเตรียมค่าใช้จ่ายกันให้ดีนะครับ

สำหรับเบียร์ เมื่อรถเสร็จแล้ว ก็พร้อมขับ March สู่เมืองปายในวันรุ่งขึ้นแล้ว

แล้วพบกับรีวิวภาค 6 “เที่ยวเมืองปาย by March” ที่นี่ครับ

 

 

รีวิว “ฮันนีมูนที่ ปาย – เชียงใหม่” ตอนที่ 3 ควบน้อง March ตะลุยเมืองปาย แม่ฮ่องสอน

ย้อนไปอ่านตอนที่ 2 คืนแรกที่ปายในโรงแรมโยมา (Yoma Hotel)

เมื่ออิ่มหมีพีมันกับอาหารเช้าแบบฝรั่งแล้ว เราสองคนก็มาใช้บริการน้อง March คู่ใจ พาเที่ยวเมืองปายต่อ

ก่อนออกรถ กดดูอุณหภูมิสักหน่อย

 

โอ้ว 16 องศาเอง เย็น ๆ แบบนี้ เปิดหน้าต่างขับดีกว่าเนอะ

เบียร์กด GPS หาน้ำตกหมอแปงจนเจอ ก็มุ่งหน้าไปน้ำตกก่อนเลย

แวะถ่ายรูปขำ ๆ ตามทาง

 

ถนนแคบม่ะ?

 

ถึงแล้ววววววว จอดตรงนี้แหล่ะ หินตรึมเลย เฮ้อออ

 

เมื่อลงจากรถ เบียร์เริ่มไม่แน่ใจว่า ควรจะลงไปที่น้ำตกดีหรือไม่ เพราะมันเงียบมากกกกกกกก ไม่มีผู้คนอยู่ในบริเวณนั้นเลยแม้แต่คนเดียว

แต่เมื่อมานึกดูแล้วว่าวันนี้วันพุธ แถมยังเป็นช่วงเช้า ๆ ซึ่งมันไม่ใช่วัน-เวลาที่ชาวบ้านเค้าเที่ยวกัน มันคงไม่แปลก ถ้าจะไม่เห็นนักท่องเที่ยวนี่นา

เบียร์จูงมือภรรยาเดินลงบันไดไปอีกพอสมควร จนในที่สุด เราก็รู้ว่าทำไมถึงไม่มีใคร

 

ก็น้ำแห้งซะขนาดนี้

 

ลองซูมดู

 

ในเมื่อไม่มีน้ำให้เล่น เบียร์ก็มาถ่ายรูปเล่นดีกว่า

 

ถ่ายรูปเสร็จแล้ว เราก็ชวนกันไปเที่ยวที่อื่นต่อ…..

เมื่อขับออกมาถนนหลวงสายแม่ฮ่องสอน – ปาย จนถึงทางแยกเข้าถนนเลี่ยงเมือง เบียร์ก็เจอป้ายนี้

 

เลยแวะถ่ายรูปสักหน่อย

 

หลังจากนั้น เบียร์ก็ขึ้นควบเจ้า March เลี้ยวขวาเข้าถนนเลี่ยงเมือง และเลี้ยวขวาเข้าซอยอีกที และวิ่งมาเรื่อย ๆ จนเจอวัดชื่อดัง

 

เนื่องจากประเพณีจีนโบราณที่บ้านภรรยา ไม่ให้คู่แต่งงานเข้าวัดหรือศาลเจ้ายาว 4 เดือน เบียร์จึงทำได้แค่เพียงถ่ายรูปจากริมถนนมาให้ดูแทน

 

แชะเสร็จ เบียร์ก็ขับรถต่อไปอีกนิดเดียว ก็เลี้ยวซ้าย และเข้าจอดที่ลานจอดรถทันที

 

จอดเสร็จก็ถ่ายรูปรถก่อนเพื่อนเลย

 

ด้านข้าง

 

ขอถ่ายคู่กับรถบ้าง

 

ถ่ายจนหนำใจแล้ว ก็เดินเข้าไปเยี่ยมชมหมู่บ้านจีนยูนนานทันทีครับ

 

บรรยากาศโดยรวม

 

ร้านขายของที่ระลึกก็จะขายของจีน ๆ ต่าง ๆ เช่น ชาจีน เป็นต้น

 

มุมถ่ายรูปนี้มีค่าใช้จ่าย

 

ถ้าอยากกินขาหมูก็มาที่นี่

 

มุมถ่ายรูปน่ารัก ๆ

 

คนจีนย่อมชอบสี”แดง”เป็นธรรมดา

 

หันมาอีกที “เอ๊ะ! เค้าทำอะไรกันนะ”

 

ดูเหมือนจะเป็นชิงช้านะ

 

คำเฉลยอยู่นี่

 

คิดดู จะเล่นที ต้องใช้ผู้ชายช่วยไกวมากขนาดนี้

 

มีกองเชียร์ร่วมลุ้นข้างสนาม

 

ใกล้ ๆ ชิงช้า เจอม้าตัวนี้น่ารักดี ใส่แว่นด้วย

 

หิวยัง? ทานสุกี้ไหมครับ?

 

เดินลึกเข้ามาเรื่อย ๆ ยังเจออีกหลายร้าน แต่ปิดกันหมด

 

ทดสอบกำลังภายในแล้ว กำแพงร้านแข็งใช้ได้เลย

 

ขี้เกียจเดินเข้าไป ใช้ซูมเอาแล้วกัน อิอิ

 

ขนาดห้องน้ำยังจี๊นนน จีน

 

เพื่อให้เข้ากับการตกแต่งในโซนนี้นั่นเอง

 

เห็นแล้วนึกถึงหนังจีนเนอะ

 

ส่วนตรงนี้ เค้ามีกิจกรรมให้ลอง”ยิงหน้าไม้” แบบจีน ๆ

 

เดินดูทั่วแล้ว ก็ออกมาเดินดูด้านนอกกันบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหาร

 

เดินไปเดินมาเริ่มร้อน ยกนาฬิกาขึ้นมองเวลา โอ้ว 11 โมงกว่าแล้ว ไปหาอะไรทานดีกว่า

ขึ้นรถ Start เครื่อง กดดูอุณหภูมิก่อนเลย ทำไมร้อนเช่นนี้

 

จากนั้น เบียร์ก็ขับรถเข้าตัวอำเภอปายครับ

 

ช่วงนี้เค้ากำลังโปรโมต “ปาย 100 ปี” พอดี เพราะเห็นป้ายเมื่อเช้า ก็ยังมาเจอที่หน้าอำเภออีก

 

ถ้าอยากรู้ประวัติเมืองปาย มายืนอ่านกันได้ที่นี่

 

แต่เบียร์ขี้เกียจอ่าน เลยเดินเข้าที่ว่าการอำเภอ เพื่อไปขอประกาศนียบัตร เสียค่าธรรมเนียมไป 50 บาท

 

ซึ่งประกาศฯใบนี้ เบียร์ขอมอบให้น้อง March ครับ

 

รับใบประกาศเสร็จ ก็เดินมาทานส้มตำชื่อดัง ฝั่งตรงข้ามที่ว่าการอำเภอ

 

เท่าที่อ่านจากป้ายที่ติดภายในร้าน เลยทำให้รู้ว่า ร้านนี้คนแน่นมากในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา แต่ผมมาช่วงนี้เลยสบาย คลายความแน่นไปได้เยอะ

ดังนั้นแค่ภายใน 5 นาที อาหารที่สั่งทั้ง 3 จานก็ถูกวางอยู่ตรงหน้า

 

หลังจากทานเสร็จ บอกได้เลยว่าอร่อย และราคาไม่แพงครับ ค่อยมีความรู้สึกว่ามาทานส้มตำต่างจังหวัดหน่อย

ไม่เหมือนร้านกาแฟหลายร้านที่ราคาเท่าในกรุงเทพเด๊ะ ๆ เลย จนแอบรู้สึกว่า ไม่ต้องลำบากมาทานถึงนี่ก็ได้

———————-

ทานส้มตำเสร็จ ก็ขับรถออกไปเที่ยวต่อด้านนอกครับ ขับไปขับมา สายตามาสะดุดป้ายนี้

 

ว้าวววว กม. ที่ 0

 

อีกด้านของป้ายบ่งบอกผู้จัดทำ

 

และเมื่อออกรถมาได้อีกไม่นาน เบียร์ก็เกิดหิวกาแฟ พลันสายตาเหลือบไปเห็นร้านนี้เข้า เลยรีบแวะทันที

 

แต่ก่อนเข้าไปสั่งกาแฟ ขอถ่ายรูปเล่น ๆ หน้าร้านก่อน

 

ซูม ๆ

 

น้องมาร์ชขอแชะอีกสักรูป

 

ก่อนจะโดนเจ้าของถ่ายคู่

 

มายืนด้านข้างบ้าง

 

ก่อนจะลงไปขอบคุณล้ออัลลอยใหม่ของ Enkei และยาง Nitto Neo Gen ที่ทำให้เบียร์มีความสุขในการขับขี่ March มาเที่ยวในครั้งนี้สุด ๆ

 

เดี๋ยวร้านเค้าน้อยใจ มาถ่ายร้านเค้าบ้าง

 

ร้านนี้นับว่าจัดมุมถ่ายรูปน่ารัก ๆ ไว้เพียบเลย

 

มองดูดี ๆ สิ เป็นรูปหน้ายิ้มด้วย

 

มุมนี้ภรรยาจอง

 

เดินขึ้นไปสั่งกาแฟดีกว่า

 

เดินขึ้นมาก็เจอข้อความนี้ เหมือนรู้ว่าเบียร์มาฮันนีมูน

 

ก่อนเดินเข้าไปสั่งก็เจอหมานอนตายอยู่ตัวหนึ่ง

 

มุมถ่ายภาพเก๋ ๆ ในร้านข้างเคาน์เตอร์

 

มาดูด้านนอกกันบ้าง นั่งชมวิวสบาย ๆ เลย

 

มาสะดุดภาพสุดท้าย บ้าน 2 หลังนั่นคืออะไรเอ่ย?

 

สอบถามพนักงานได้ใจความว่า มันคือบ้านของเจ้าของร้าน น่าอยู่ดีจังเลย

 

ลักษณะบ้านหันหน้าเข้าเนินเขา รับวิว Hillside กันแบบเต็ม ๆ

 

มาดูวิวสวย ๆ กันบ้าง

 

กาแฟยังไม่มาก็นั่งรอกันต่อไป

 

กาแฟมาแว้วววว ซึ่งของเบียร์เป็นกาแฟเย็นฮิวไซด์ แก้วละ 75 บาท ส่วนของภรรยาเป็นชาเขียวนมสดปั่น ราคาเท่ากันเด๊ะ!

 

ถ่ายรูปคู่กันสักหน่อย

 

—————————

ได้กาแฟแล้ว ร่างกายตื่นตัวพร้อมลุยต่อ เบียร์ขับรถออกจากร้านกาแฟเลี้ยวขวาบนถนนสายหลัก ย้อนไปไม่ไกล ก็เจอป้ายบอกทางไป “น้ำตกแพมบก” เบียร์ก็เลี้ยวขวาทันที

โดยทางเข้าแรก ๆ ก็เป็นถนนธรรมดาทั่ว ๆ ไป

 

วิวสองข้างทาง

 

ขับได้สักพัก ถนนก็เริ่มแคบลง และเส้นทางก็เริ่มชันมากขึ้น

 

สองข้างทางก็มีแต่ต้นไม้ ไร้สิ่งก่อสร้างใด ๆ

 

แม้จะขับเข้าซอยมากว่า 5 กิโลเมตร เบียร์ก็บ่ยั่น ก็น้องมาร์ชเค้าไปได้ทุกที่ ที่มีถนนนี่นา

 

และแล้วก็…ถึงสักที

 

เบียร์เลี้ยวขวาตามป้าย เข้าจอดรถทันที

 

และแน่นอน ช่วงน้ำน้อย + วันธรรมดา ทำให้น้ำตกในปาย ก็ยังร้างราผู้คนอยู่เช่นเคย น้อง Lucky จึงต้องอยู่ลำพังอย่างเดียวดายบนลานจอดรถของน้ำตก

 

ก่อนจะทิ้งให้ Lucky อยู่ลำพัง ก็ถ่ายรูปเค้าไว้สักหน่อย

 

ขออีกสัก act เนอะ lucky เนอะ

 

ส่วนพ่อกับแม่ ขอตัวไปลุยน้ำตกก่อน

 

ทางขึ้นค่อนข้างธรรมชาติมากมาย

 

น้ำน้อยจริง ๆ

 

เหนื่อยนัก พักก่อน

 

ส่วนหนุ่ม-สาวอย่างเราสองคนไม่หวั่น ลุยต่อ

 

ไม่ว่าทางจะยากลำบากแค่ไหน

 

เราก็จะไปด้วยกัน

 

วิวข้างทางระหว่างเดินขึ้น

 

หลังจากนั้นเราก็ต้องเดินข้ามสะพานไม้มาอีกฝั่งหนึ่ง

 

รูปนี้ถ่ายจากบนสะพานไม้ จะเห็นได้ว่า น้ำน้อยจริง ๆ

 

ผู้ชายที่เห็นในภาพนั้น เพิ่งเดินแซงเบียร์ไประหว่างที่เบียร์มัวแต่ถ่ายรูป ซึ่งก่อนที่เค้าจะแซงนั้น เค้าได้ยิ้มทักทายก่อนจะพูดว่า “See you again!!” เนื่องจากเค้าก็มาทานกาแฟที่ร้าน Hillside ก่อนจะเดินทางมาที่น้ำตกแพมบกเช่นเดียวกันนั่นเอง

 

เดินขึ้นได้แป๊ปเดียว ก็เจอทางลงไปน้ำตก

 

เห็นภาพนี้ ก็ยิ่งรู้สึกแห้งแล้ง เพราะน้ำหดหายไปเยอะจริง ๆ

 

ถ้ามีน้ำเยอะ ก็ยังไม่รู้ว่าจะเดินมาถึงตรงนี้ได้อย่างไร

 

แล้วเราก็เดินมาถึงจุดไฮไลท์ของน้ำตก ซึ่งถ้ามีน้ำเยอะ ที่นี่คงจะสวยงามน่าดู

 

ดูน้ำตกสิ ไหลน้อยอย่างกับเยี่ยวแมว

 

แม้น้ำจะน้อย แต่เมื่อยืนอยู่บริเวณนี้ เบียร์รู้สึกได้ชัดเจนว่า อากาศเย็นลงมาก รู้สึกสบายตัว และสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก

 

ดังนั้นเลยต้องกด LIKE ให้อากาศสักหน่อย

 

ถ่ายรูปภรรยาบ้าง

 

เมื่อสูดอากาศจนพอใจแล้ว ก้มมองนาฬิกาข้อมือ ก็ตกใจ เพราะเกือบจะบ่าย 3 แล้ว

เราสองคนจึงชวนกันออกจากน้ำตก เพื่อไปเช็คอินที่รีสอร์ทกันก่อนให้เรียบร้อย

อ่านต่อตอนที่ 4 พักผ่อนแสนสบายที่ ปาย ไอส์แลนด์ รีสอร์ท (PAI ISLAND)