คลังเก็บป้ายกำกับ: garage

จุดเริ่มต้นของการขี่มอเตอร์ไซค์ ตอนที่ 2 : มิตรภาพดี ๆ ในโลก Social

ย้อนอ่าน ตอนที่ 1 : สัมผัสแรกของความตื่นเต้น

เมื่อรถมอเตอร์ไซค์ห่างหายไปจากชีวิต เบียร์ก็ลืมความรู้สึกดี ๆ ที่เคยได้รับจากการขี่รถเครื่อง 2 ล้อไปจนหมดสิ้น

จนเมื่อปี 2013 ที่ผ่านมา เบียร์เริ่มมีความรู้สึกว่า รถราในกรุงเทพมากขึ้นอย่างชัดเจน ถนนหลายสายเริ่มติดขัดมากขึ้นผิดปกติ จนหลายครั้งเวลานั่งเบื่อ ๆ ในรถ ก็รู้สึกอิจฉารถมอเตอร์ไซค์สุด ๆ ว่า เค้าสามารถสอดแทรกไปได้โดยไม่ติดขัดอย่างเรา

 

สมัยนั้น เบียร์เองขายของผ่านไปรษณีย์อย่างเดียว หน้าที่ประจำวันก็คือ การนำของไปส่งที่ไปรษณีย์อ่อนนุช ซึ่งอยู่ใกล้บ้านที่สุด โดยถนนอ่อนนุชนั้น ก็เป็นอีกถนนหนึ่งที่รถติดหนักมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่เหตุการณ์สำคัญที่เริ่มส่งผลกระทบกับชีวิตของเบียร์ก็คือ “ที่จอดรถ”

เพราะหลายครั้งที่ฝ่ารถติดมาจนถึงไปรษณีย์ แต่กลับพบว่า ไม่มีที่จอดรถเลย และไม่สามารถจอดรอคิวได้ เพราะรถคันหลังก็ต่อแถวเข้ามาเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าเราขับออกประตูแล้วต้องออกเลย วนกลับเข้ามาหาที่จอดไม่ได้อีก และถ้าจะจอดริมถนนก็ไม่ได้ เพราะมีเส้นขาว-แดงห้ามจอดอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็คอยวิ่งล็อคล้อกันอยู่ตลอดเวลา

 

พอหาที่จอดไม่ได้ ก็ต้องวนไปกลับรถมาอีกรอบ เสียเวลาอีกนานกว่าจะได้กลับมา เพราะรถติดหนักมากจริง ๆ จนบางวัน เบียร์ไม่สามารถส่งของได้เลย ต้องขนของกลับบ้านก็เคยมาแล้ว

เบียร์จึงเริ่มคิดว่า ทำยังไงจะแก้ปัญหานี้ได้ เพราะมันส่งผลกระทบกับงานของเราเข้าเต็ม ๆ

ทีแรกเบียร์นึกถึงจักรยานแม่บ้านที่สามารถขนของได้ เพื่อใช้ขี่ไปส่งแทน แต่นึกไปนึกมา ระยะทางราว ๆ  3-4 กิโลเมตรจากบ้านไปไปรษณีย์อ่อนนุชนั้น แม้จะไม่ไกล แต่ก็อันตรายไม่เบา แถมกลัวจักรยานหายเวลาจอดอีก

 

แต่แล้วเบียร์ก็นึกถึงรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นมาทันที ว่าถ้ามีสักคันไว้ขี่ใกล้ ๆ ไปส่งไปรษณีย์แค่นี้ก็คงดีนะ ไม่น่ากลัวเท่าขี่จักรยานด้วย

ที่สำคัญ หน้าหมู่บ้านเบียร์นั้น คือ แหล่งของกินอร่อย ๆ ในย่านพัฒนาการเลย แต่ปัญหาที่เจอคือ มันไม่มีที่จอดรถ เพราะชาวบ้านจากย่านอื่นก็มาหากินในนี้เหมือนกัน นั่นทำให้ ไม่ค่อยได้มีโอกาสทานของอร่อยหน้าหมู่บ้านตัวเองเท่าไหร่นัก

 

เบียร์จึงคิดว่า มอเตอร์ไซค์น่าจะมาตอบโจทย์นี้ได้ทั้ง 2 อย่าง เรียกว่า ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึง 2 ตัว

แต่ถ้าจะขี่มอเตอร์ไซค์ เราจะขี่แบบไหนดีละ? เบียร์ลองถามความต้องการของตัวเองก็พบว่า เบียร์อยากได้มอเตอร์ไซค์คันเล็ก ๆ มันดูน่ารัก น่าขี่ดี และคงไม่น่ากลัวเหมือนรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ ๆ ที่เราจะควบคุมไหวหรือเปล่าก็ไม่รู้

 

แวบแรก เบียร์นึกถึงรถมอเตอร์ไซค์เล็กที่ดังสุดในขณะนั้นคือ Kawasaki KSR รถคันจิ๋วที่เห็นวิ่งอยู่มากมายเต็มถนน เบียร์เลยเปิดดูราคารถในเวบไซท์ทันที

แต่พอเห็นตัวเลขที่ 66,000 บาท ก็ต้องตกใจ เฮ้ย รถคันนิดเดียว ราคาแพงกว่ารถคันใหญ่อีก!!!

เบียร์จึงเปลี่ยนใจ มาลองหายี่ห้ออื่นดู เปิดเวบของค่ายฮอนด้า ดันไปสะดุดตากับ Honda MSX 125  มองแล้วก็รู้สึกชอบในทันที เพราะมันขนาดไซค์พอ ๆ กับ KSR เลย แถมดูทันสมัยกว่าเยอะ ที่สำคัญเป็นรถแบบมีคลัชด้วย ซึ่งเบียร์ก็ยังติดใจไม่หายจากรถพี่ชายที่เคยได้สัมผัส

 

แต่พอเบียร์มองเห็นราคา ดวงตาก็เกือบถลน ห๊ะ อะไรนะ!! ราคา 75,000 บาท แพงกว่า KSR อีก!!!

ทำไมรถยิ่งเล็ก ยิ่งแพงละเนี่ย เบียร์เริ่มงงกับวงการรถมอเตอร์ไซค์

แต่ไม่เป็นไร เรามี Social เป็นเพื่อน เลยตัดสินใจโพสต์ facebook ขอความเห็นจากเพื่อน ๆ ทันที ก็ได้รับความเห็นจำนวนมากมาเป็นข้อมูล

แต่ที่เด็ดสุดก็คือ มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งส่ง inbox มา และบอกว่า เค้าใช้ Honda MSX อยู่พอดี น้องพิมพ์เล่าข้อมูลของรถให้ฟังมากมายและปิดท้ายว่า ถ้าพี่เบียร์สนใจ เค้าจะขี่ไปให้ลองถึงบ้านเลย

 

เบียร์ก็ตกใจ ไม่คิดว่า น้องจะมีน้ำใจมากขนาดนี้ เพราะคุยไปคุยมา น้องก็เป็นแค่ลูกค้าที่ซื้อมอเตอร์ไซค์มาใช้ ไม่ใช่เซลล์ขายรถที่ต้องมาพรีเซนต์อะไรขนาดนั้น

และที่เราเป็นเพื่อนกันใน Facebook นั้น ก็เพราะน้องเคยอ่านรีวิว Nissan March ของเบียร์มาก่อนนั่นเอง

 

ถึงวัดนัดหมาย น้องก็ขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงบ้านจริง ๆ  เบียร์ยิ่งตกใจหนักขึ้นไปอีกที่รู้ว่า บ้านน้องอยู่ถึงถนนจันทน์ และก็ไม่ได้มีธุระ ปะปังอะไรแถวพัฒนาการด้วย แต่น้องก็ตั้งใจขี่มา เพราะอยากให้เบียร์ได้สัมผัสว่า รถมันเป็นยังไง?

 

“ไม่มีร้านที่ไหนให้ลองหรอกค่ะรุ่นนี้ เลยอยากให้พี่เบียร์ได้ลอง จะได้รู้คำตอบของหัวใจ”  น้องเค้าว่างั้น

ที่จริงก็เกรงใจมาก ๆ  แต่น้องมีน้ำใจให้ขนาดนี้ เบียร์ก็เลยรับกุญแจมาแต่โดยดี (อ้าว นึกว่าจะหล่อ 55555+) (ก็มาถึงที่แล้วนี่ แฮ่ๆๆๆๆ)

แม้ตอนที่น้องมาถึง ฟ้าฝนก็ตกลงมาพอดี จนพื้นถนนเปียก แต่ความอยากรู้ก็ทำให้เบียร์ตัดสินใจขี่รถมอเตอร์ไซค์ของน้องออกไปวนรอบหมู่บ้านทันทีที่ฝนหยุดนั่นแหล่ะ

 

“เฮ้ย ขี่สนุกแฮะ” เบียร์พูดกับตัวเองขณะควบเจ้า Honda MSX วิ่งถึงถนนเมนของหมู่บ้าน

เบียร์พารถไปขี่วนรอบทะเลสาบของหมู่บ้าน เลี้ยวไปเลี้ยวมา ก็ยิ่งมั่นใจ เพราะรถไม่มีอาการลื่นเลยแม้แต่นิดเดียว

“รถเปลี่ยนยางมาแล้วค่ะ เป็นของ Pirelli ไม่ใช่ยางเดิมค่ะ” น้องกระซิบบอกภายหลัง

 

อันที่จริง เบียร์เองก็ไม่ได้ลองทดสอบอะไรมากมายหรอกครับ เพราะนอกจากเราไม่ได้จับรถมอเตอร์ไซค์มานานมากแล้ว เราเองก็เกรงใจเจ้าของรถอยู่ดี แถมถนนตอนนี้ก็ลื่นอีกต่างหาก พลาดพลั้งขึ้นมา จะมองหน้ากันไม่ติด แค่ได้วิ่งไปวิ่งมาช้า ๆ  จับความรู้สึกของตัวเบียร์เอง ว่า เบียร์ชอบรถแบบนี้หรือไม่เท่านั้นเอง?

ซึ่งพอนำรถมาคืนน้องที่บ้าน ก็บอกเลยว่า ติดใจมากมายเลยทีเดียว

 

น้องยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่มีประโยชน์เอามาก ๆ เพราะที่บ้านของน้องเองนั้น ใช้มอเตอร์ไซค์เป็นหลักแทบทุกคน ทำให้เบียร์รู้อะไรมากขึ้นเยอะ จนเริ่มสนุกกับการศึกษาข้อมูลของรถสองล้อขึ้นเรื่อย ๆ

แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ามิตรภาพดี ๆ จากโลกโซเชียล ที่มีอยู่จริงครับ ที่เราได้สัมผัสแล้ว ประทับใจมากกว่าข้อมูลเรื่องจักรยานยนต์ซะอีก

ต้องขอขอบคุณน้องแน๊ตอีกครั้ง ณ ที่นี้ครับ และที่ตัดสินใจเขียนบทความนี้ ก็เพราะวันที่เริ่มเขียนบทความนี้ (3 สิงหาคม) เป็นวันครบรอบ 4 ปีที่น้องขี่มอเตอร์ไซค์มาให้เบียร์ลองที่บ้านนั่นเองครับ

 

อ่านต่อตอนที่ 3 : พ่อหนุ่มเวสป้า

รีวิวงาน Nissan 360 Asia & Oceania ตอนที่ 3: ย้อนอดีตของ Nissan กับ Zama Heritage Collection

ย้อนอ่านตอนที่ 2 :  สัมผัสความมันส์ในงาน Nismo Festival

 

หลังจากสัมผัสความเร็วแรงของ Nissan ในงาน Nismo Festival เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลานั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปดูอดีตของ Nissan กันบ้างครับ

 

โดยวันนี้ เบียร์เดินทางมาที่โรงงาน Nissan Zama Operation ซึ่งเคยใช้เป็นโรงงานผลิตรถยนต์ Nissan มาก่อน จนเปลี่ยนมาเป็นโรงงานผลิตแบตเตอรี่ และสุดท้ายก็ได้ปรับพื้นที่เป็น Zama Heritage Collection ซึ่งใช้เป็นโรงเก็บรถยนต์ขนาดใหญ่ของ Nissan ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันกว่า 400 คันครับ

 

ซึ่งรถทั้งหมดนั้น ส่วนนึงมาจากการได้รับบริจาคจากเจ้าของรถคันนั้น ๆ มาให้ Nissan ดูแลรักษา โดยสิ่งที่น่าทึ่งคือประมาณ 70% ของรถที่จอดอยู่ สามารถสตาร์ทรถ เอาออกมาขับได้ตามปกติครับ

 

แต่ก่อนจะเข้าไปชมนั้น ก็ต้องมานั่งฟังประวัติของ Nissan กันก่อน ทำให้รู้ว่า บริษัทรถยนต์ Nissan นั้น มีมามากกว่า 80 ปีแล้ว

 

หลังฟังจบ ก็ได้เวลาเดินเข้าสู่โรงเก็บรถขนาดใหญ่ของ Nissan ครับ

 

โดยก่อนจะเข้าไป ก็จะเจอกับต้นแบบรถไฟฟ้าก่อนเลย โดยเป็นการนำ Nissan Tiida 5 ประตูมาทดลองทำครับ

 

และเริ่มพบกับน้ำจิ้มเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เป็นรุ่นที่สำคัญในอดีตทั้งนั้น เช่น รถ Datsun , Nissan Cherry และ Nissan Sunny ครับ

 

สิ่งที่น่าภูมิใจคือ โรงเก็บรถแห่งนี้ ยังไม่ได้เปิดเป็นโรงเก็บรถแบบสาธารณะนะครับ ผู้ที่เข้ามาชมได้ ต้องได้รับการเชิญอย่างเป็นทางการจาก Nissan Motor เท่านั้น

เพราะปัจจุบัน บริเวณโดยรอบยังใช้เป็นสถานที่ทำงานของพนักงานนิสสันอยู่ ซึ่งแน่นอนว่า การให้คนนอกเข้ามาดูได้ง่ายนั้น อาจจะส่งผลต่อความลับในการปฏิบัติงานภายในบริษัทครับ เพราะตอนเดินทางเข้ามา ทางนิสสันก็ขอความร่วมมือว่า อยากให้ถ่ายภาพเฉพาะในโรงเก็บรถนี้เท่านั้น

 

และเมื่อประตูถูกเปิดออก ก็พบห้องเก็บรถขนาดใหญ่มากจริง ๆ ครับ

 

คิดดูสิครับ รถตั้งแต่ปี 1933 ยังถูกจอดแสดงอยู่เลย

 

ทรงรถสมัยนั้น เป็นสไตล์นี้แทบทั้งหมด

 

ซึ่งทาง Nissan ได้เขียนคำบรรยายรุ่นและประวัติไว้ให้ทราบทั้งหมดครับ ทำให้เรารู้จักรถเหล่านี้มากขึ้น

 

ที่สำคัญยังทำให้รู้ด้วย ว่า Nissan เคยมีความร่วมมือกับบริษัทใดบ้าง เพื่อทำรถออกมาจำหน่าย อย่างเช่น การร่วมมือกับบริษัท Austin จากอังกฤษ

 

หรืออย่าง Prince Motor ที่ได้ผลิตรถถวายให้กับสำนักพระราชวังของญี่ปุ่น โดยรถคันนี้เคยเป็นรถส่วนพระองค์ของเจ้าชายมาก่อนครับ

 

สง่างามจริง ๆ

 

นอกจาก Nissan แล้ว เพื่อน ๆ น่าจะเคยได้ยินชื่อ Datsun กันมาบ้าง ซึ่งรถ Datsun นั้น ขายควบคู่กับ Nissan มาตลอด เพียงแต่จะใช้ชื่อ Datsun กับรถยนต์ขนาดเล็กและรถกระบะเป็นหลักครับ

 

ส่วนชื่อ Nissan นั้น จะใช้กับรถยนต์ขนาดใหญ่แทนครับ

 

โดยยุคแรก ๆ นั้น Datsun จะเขียนว่า Datson ครับ แต่ด้วยคำว่า Son ในภาษาญี่ปุ่นนั้น มันสื่อความหมายไม่ดีครับ เพราะมันจะแปลออกมาว่า “ความล้มเหลว”

 

ด้วยเหตุนี้ ทาง Nissan เลยเปลี่ยนชื่อจาก Datson เป็น Datsun แทนครับ โดยมีความหมายว่า กระต่ายวิ่ง นั่นทำให้ยุคหนึ่ง Datsun จึงมีโลโก้รูปกระต่ายวิ่งอยู่บนฝากระโปรงด้วยครับ

 

เดินดูกันต่อครับ

 

สมัยก่อนสีนี้เป็นที่นิยมครับ เบียร์ว่าดูอ่อนหวานและหรูหราดีครับ

 

แม้แต่รถที่เกี่ยวข้องกับมหกรรมการกีฬา ก็ยังมีจอดโชว์ครับ

 

โดยรถคันนี้คือรถ Datsun Bluebird 1300 ปี 1968 ซึ่งเป็นรถที่ให้นักกีฬาญี่ปุ่นใช้ในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ในปี 1968 ที่เม็กซิโกครับ พอแข่งเสร็จ ทีมนักกีฬาก็เพ้นท์รถกันอย่างสนุกสนานทีเดียวครับ เพราะปีนั้นประเทศญี่ปุ่นคว้าเหรียญทองมาได้ถึง 11 เหรียญ / เหรียญเงิน 7 เหรียญ และเหรียญทองแดง 7 เหรียญครับ

 

ส่วนรถคันนี้คือ Nissan Cedric Special ปี 1964 ครับ

 

เป็นรถที่ใช้ถือคบเพลิงในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ปี 1964 ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพครับ

 

ภายในรถมีที่วางคบเพลิงครับ


 

เดินมาอีกหน่อย ก็พบกับตระกูล Skyline ครับ

 

สียอดนิยมซะด้วย

 

โอ้ว Skyline GT-R

 

หน้าชัด ๆ

 

เป็นรถที่มีประวัติมายาวนานจริง ๆ

 

นอกจาก Skyline แล้ว Skyway ก็มีนะ ^^

 

มาดู Fairlady กันบ้างครับ

 

ร้อนแรงด้วยสีแดงทั้งคัน

 

จอดโชว์กันเพียบเลย




 

มาดูความคลาสสิคกันครับ


 

ตามด้วยรถสปอร์ตคูเป้อีกหนึ่งรุ่นของ Nissan นั่นก็คือ Silvia นั่นเอง

 

เป็นรถปี 1966 โอ้ว เกิดก่อนเบียร์จะลืมตาดูโลกใบนี้ตั้ง 15 ปี!!


 

หรือจะรถเล็ก ๆ สีแสบตาอย่าง Nissan Cherry ก็มีจอดอยู่ในนี้ด้วย


 

แต่ถ้าชอบรถเล็กจริง ๆ มาดู Nissan Pao ดีกว่าครับ น่ารักมาก ๆ

 

หรือจะเป็น Nissan Figaro ก็ได้ ในเมืองไทยมีวิ่งกันหลายคันอยู่ครับ


 

เดินไปเดินมา เลยได้เห็นว่า รถของนิสสันนี่มันมีมากมายหลายรูปแบบจริง ๆ


 

ชอบประตูของ Nissan Prairie จริง ๆ ประตูหลังเปิดเหมือนรถตู้ จะเข้าหรือจะออกก็สะดวกสบายสุด ๆ


 

ก็อย่างว่าแหล่ะครับ บริษัทเปิดมาไม่ต่ำกว่า 80 ปีนี่นา ผลิตภัณฑ์ย่อมมีหลากหลายเป็นเรื่องธรรมดา

 

เดินถึงจุดนี้ เริ่มขยับมาช่วงปีที่เบียร์เกิดแล้ว



 

อุ้ย Nissan Pulsar ก็มี




 

Nissan Silvia S13 รหัสนี้ เริ่มคุ้นตาแล้ว


 

หันไปเจอบั้นท้ายของ Skyline รุ่นคุณปู่ รุ่นคุณทวด เลยทำให้เข้าใจว่า เอกลักษณ์ไฟท้ายโดนัทนี่มีมายาวนานแล้วจริง ๆ แถมยังรักษาไว้ได้จนปัจจุบัน

 

ยิ่งเข้ามาที่นี่ เรียกได้ว่า เห็นรถรุ่น Skyline และ Skyline GT-R น่าจะครบทุกยุค ทุกสมัยเลยแหล่ะครับ






 

ที่สำคัญ รถตระกูล GT-R รุ่นหลังๆ  ได้เป็นรถคู่ใจของพระเอกหนุ่ม Paul Walker จากหนัง Fast & Furious ในหลายภาค ทำให้รถ GT-R เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น





 

ที่นี่ไม่ได้มีแค่รถธรรมดา เพราะรถแข่งก็ยังมีจอดเก็บไว้เหมือนกัน







 

คันนี้กำลังเข็นเข้ามาจอดเก็บพอดีเลย ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเจอกันเมื่อวานที่งาน Nismo Festival ครับ

 

เดินมาเจอ Nissan Mid-4 II เครื่องยนต์วางกลางลำ มองแล้ว หน้าตาคล้าย ๆ กับ Honda NSX แต่พอเห็นแล้ว ต้องเสียดาย เพราะไม่ได้ทำมาขายจริง เนื่องจากการเงินของนิสสันสมัยนั้นไม่ค่อยดี เพราะถ้าทำออกมาขาย เบียร์ว่า Honda NSX ไม่ได้เกิดแน่ ๆ

 

เดินไปเดินมา เริ่มได้เห็นรถที่คุ้นตามากขึ้น เพราะเบียร์ได้เกิดมาบนโลกใบนี้แล้วนั่นเอง มองแล้วก็คิดถึงวันเก่า ๆ ที่เราเริ่มรู้จัก Nissan ในคำนิยามว่า “เพื่อนที่แสนดี”


 

อย่างเช่น Nissan Cefiro คันนี้ ที่จำได้ว่า ยอดจองถล่มทลายมาก ๆ ด้วยสไตล์รถซีดานขับเคลื่อนล้อหลัง ที่กลายเป็นรถยอดนิยมของขาซิ่งนักดริฟท์ในเมืองไทยไปตลอดกาล

 

จนเปลี่ยนโฉมใหม่ จากสายสปอร์ตกลายเป็นรถหรูหราไปเรียบร้อย


 

ส่วนใครที่ชอบ Nissan Fairlady 300ZX ก็คงมีความสุข เมื่อได้ยืนอยู่ตรงนี้


 

ส่วน Nissan 350Z ก็มีให้ดูทั้งรุ่น Coupe

 

และรุ่นเปิดประทุน


 

ช่องจอดมีหลายแถวมาก เรียกได้ว่าเดินดูทั้งวัน ส่องมันทุกคันก็ไม่มีอันเบื่อ




 

และแล้วเบียร์ก็มาสะดุดหยุดอยู่ที่ Nissan March K11 ซึ่งถือเป็น Nissan March โฉมที่ 2

 

เลยต้องแวะถ่าย selfie กันหน่อย

 

จากนั้นก็เดินมาเจอ“จอมพลังที่ถูกขังอยู่ในกรง” Nissan March K10 โฉมแรกตัวแรงแห่งยุค ที่มีชื่อเสียงเรียงนามว่า Matchy March

 

จากที่แค่ยืนแอบดูอยู่เมื่อวาน แต่วันนี้ได้อยู่ใกล้ ๆ เลยทีเดียว


 

แถมใกล้ ๆ เจ้า Matchy นั้น ยังมีรถนิสสันที่ขายในปัจจุบันจอดโชว์อยู่ด้วย ถือว่าได้ชมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันจริง ๆ

 

เดินมาสุดอาคาร เจอกับรถไฟฟ้าคันทดลองโฉม Nissan CUBE และ Nissan Leaf ที่เป็นรถตำรวจจอดอยู่เคียงคู่กัน

 

แต่ยังไม่ทันเดินต่อไป ทางผู้ดูแลของ Nissan ก็แจ้งว่า ได้หมดเวลาลงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งบอกได้เลยว่า เสียใจมาก เพราะการอยู่ในนี้ มันเพลิดเพลิน เจริญใจจริง ๆ

 

เพราะยังมีรถอีกมากมาย ที่เบียร์ยังไม่ได้สัมผัส และถ่ายรูปให้จุใจเลย

 

แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์อันล้ำค่ามากครับ ที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมโรงเก็บรถของ Nissan ครั้งนี้ หวังไว้ในใจเสมอว่า ถ้าได้รับเชิญอีกครั้ง จะไม่มีวันปฏิเสธโดยเด็ดขาด

เพราะถือว่าเป็นสถานที่ที่สุดยอดจริง ๆ ที่เก็บรวบรวมรถยนต์ในอดีตมาจนถึงปัจจุบันให้เราได้สัมผัสประวัติความเป็นมา และได้เห็นคุณค่าของการพัฒนารถยนต์

และที่สำคัญ นอกจากสถานที่จะสุดยอดแล้ว เพื่อนร่วมทริปอีก 4 คนที่มาเดินชมอยู่ด้วยกันก็ยังสุดยอดอีก

1. พี่จิมมี่ แห่ง Headlightmag.com
2. คุณเพียว เจ้าของ Car Club Thailand
3. น้องเบ๊บ แชมป์ Nissan GT Academy ปี 2014
4. น้องเมี่ยง แชมป์ Nissan GT Academy ปี 2015

ดีใจที่ได้เจอและรู้จักกับทุก ๆ คนเลยนะครับ

ก็เป็นอันจบการย้อนเวลา ตามหาอดีตของ Nissan เรียบร้อยครับ และเตรียมตัวเดินทางต่อสู่อนาคตในรีวิวหน้าครับ ที่เบียร์จะมาเล่าให้เพื่อน ๆ อ่านว่า Nissan มีโครงการจะออกรถแบบไหนต่อไปในอนาคต

แล้วพบกันครับ ไม่นานเกินรอแน่นอนครับ