คลังเก็บป้ายกำกับ: ducati monster

รีวิว กระเป๋าถังน้ำมัน Ducati Performance ตรงรุ่น Ducati Monster 796 S2R

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

วันนี้เบียร์มารีวิวกระเป๋าถังน้ำมันตรงรุ่น Ducati Monster 796 ครับ เพราะเป็นของแท้จาก Ducati Performance นั่นเอง จะใช้งานได้ดีแค่ไหน ดูในคลิปได้เลยครับ

แล้วอย่าลืมติดตามรีวิวอื่น ๆ ของเบียร์ได้ที่ www.reviewbybiere.com นะครับ

จุดเริ่มต้นของการขี่มอเตอร์ไซค์ ตอนที่ 2 : มิตรภาพดี ๆ ในโลก Social

ย้อนอ่าน ตอนที่ 1 : สัมผัสแรกของความตื่นเต้น

เมื่อรถมอเตอร์ไซค์ห่างหายไปจากชีวิต เบียร์ก็ลืมความรู้สึกดี ๆ ที่เคยได้รับจากการขี่รถเครื่อง 2 ล้อไปจนหมดสิ้น

จนเมื่อปี 2013 ที่ผ่านมา เบียร์เริ่มมีความรู้สึกว่า รถราในกรุงเทพมากขึ้นอย่างชัดเจน ถนนหลายสายเริ่มติดขัดมากขึ้นผิดปกติ จนหลายครั้งเวลานั่งเบื่อ ๆ ในรถ ก็รู้สึกอิจฉารถมอเตอร์ไซค์สุด ๆ ว่า เค้าสามารถสอดแทรกไปได้โดยไม่ติดขัดอย่างเรา

 

สมัยนั้น เบียร์เองขายของผ่านไปรษณีย์อย่างเดียว หน้าที่ประจำวันก็คือ การนำของไปส่งที่ไปรษณีย์อ่อนนุช ซึ่งอยู่ใกล้บ้านที่สุด โดยถนนอ่อนนุชนั้น ก็เป็นอีกถนนหนึ่งที่รถติดหนักมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่เหตุการณ์สำคัญที่เริ่มส่งผลกระทบกับชีวิตของเบียร์ก็คือ “ที่จอดรถ”

เพราะหลายครั้งที่ฝ่ารถติดมาจนถึงไปรษณีย์ แต่กลับพบว่า ไม่มีที่จอดรถเลย และไม่สามารถจอดรอคิวได้ เพราะรถคันหลังก็ต่อแถวเข้ามาเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าเราขับออกประตูแล้วต้องออกเลย วนกลับเข้ามาหาที่จอดไม่ได้อีก และถ้าจะจอดริมถนนก็ไม่ได้ เพราะมีเส้นขาว-แดงห้ามจอดอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็คอยวิ่งล็อคล้อกันอยู่ตลอดเวลา

 

พอหาที่จอดไม่ได้ ก็ต้องวนไปกลับรถมาอีกรอบ เสียเวลาอีกนานกว่าจะได้กลับมา เพราะรถติดหนักมากจริง ๆ จนบางวัน เบียร์ไม่สามารถส่งของได้เลย ต้องขนของกลับบ้านก็เคยมาแล้ว

เบียร์จึงเริ่มคิดว่า ทำยังไงจะแก้ปัญหานี้ได้ เพราะมันส่งผลกระทบกับงานของเราเข้าเต็ม ๆ

ทีแรกเบียร์นึกถึงจักรยานแม่บ้านที่สามารถขนของได้ เพื่อใช้ขี่ไปส่งแทน แต่นึกไปนึกมา ระยะทางราว ๆ  3-4 กิโลเมตรจากบ้านไปไปรษณีย์อ่อนนุชนั้น แม้จะไม่ไกล แต่ก็อันตรายไม่เบา แถมกลัวจักรยานหายเวลาจอดอีก

 

แต่แล้วเบียร์ก็นึกถึงรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นมาทันที ว่าถ้ามีสักคันไว้ขี่ใกล้ ๆ ไปส่งไปรษณีย์แค่นี้ก็คงดีนะ ไม่น่ากลัวเท่าขี่จักรยานด้วย

ที่สำคัญ หน้าหมู่บ้านเบียร์นั้น คือ แหล่งของกินอร่อย ๆ ในย่านพัฒนาการเลย แต่ปัญหาที่เจอคือ มันไม่มีที่จอดรถ เพราะชาวบ้านจากย่านอื่นก็มาหากินในนี้เหมือนกัน นั่นทำให้ ไม่ค่อยได้มีโอกาสทานของอร่อยหน้าหมู่บ้านตัวเองเท่าไหร่นัก

 

เบียร์จึงคิดว่า มอเตอร์ไซค์น่าจะมาตอบโจทย์นี้ได้ทั้ง 2 อย่าง เรียกว่า ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึง 2 ตัว

แต่ถ้าจะขี่มอเตอร์ไซค์ เราจะขี่แบบไหนดีละ? เบียร์ลองถามความต้องการของตัวเองก็พบว่า เบียร์อยากได้มอเตอร์ไซค์คันเล็ก ๆ มันดูน่ารัก น่าขี่ดี และคงไม่น่ากลัวเหมือนรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ ๆ ที่เราจะควบคุมไหวหรือเปล่าก็ไม่รู้

 

แวบแรก เบียร์นึกถึงรถมอเตอร์ไซค์เล็กที่ดังสุดในขณะนั้นคือ Kawasaki KSR รถคันจิ๋วที่เห็นวิ่งอยู่มากมายเต็มถนน เบียร์เลยเปิดดูราคารถในเวบไซท์ทันที

แต่พอเห็นตัวเลขที่ 66,000 บาท ก็ต้องตกใจ เฮ้ย รถคันนิดเดียว ราคาแพงกว่ารถคันใหญ่อีก!!!

เบียร์จึงเปลี่ยนใจ มาลองหายี่ห้ออื่นดู เปิดเวบของค่ายฮอนด้า ดันไปสะดุดตากับ Honda MSX 125  มองแล้วก็รู้สึกชอบในทันที เพราะมันขนาดไซค์พอ ๆ กับ KSR เลย แถมดูทันสมัยกว่าเยอะ ที่สำคัญเป็นรถแบบมีคลัชด้วย ซึ่งเบียร์ก็ยังติดใจไม่หายจากรถพี่ชายที่เคยได้สัมผัส

 

แต่พอเบียร์มองเห็นราคา ดวงตาก็เกือบถลน ห๊ะ อะไรนะ!! ราคา 75,000 บาท แพงกว่า KSR อีก!!!

ทำไมรถยิ่งเล็ก ยิ่งแพงละเนี่ย เบียร์เริ่มงงกับวงการรถมอเตอร์ไซค์

แต่ไม่เป็นไร เรามี Social เป็นเพื่อน เลยตัดสินใจโพสต์ facebook ขอความเห็นจากเพื่อน ๆ ทันที ก็ได้รับความเห็นจำนวนมากมาเป็นข้อมูล

แต่ที่เด็ดสุดก็คือ มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งส่ง inbox มา และบอกว่า เค้าใช้ Honda MSX อยู่พอดี น้องพิมพ์เล่าข้อมูลของรถให้ฟังมากมายและปิดท้ายว่า ถ้าพี่เบียร์สนใจ เค้าจะขี่ไปให้ลองถึงบ้านเลย

 

เบียร์ก็ตกใจ ไม่คิดว่า น้องจะมีน้ำใจมากขนาดนี้ เพราะคุยไปคุยมา น้องก็เป็นแค่ลูกค้าที่ซื้อมอเตอร์ไซค์มาใช้ ไม่ใช่เซลล์ขายรถที่ต้องมาพรีเซนต์อะไรขนาดนั้น

และที่เราเป็นเพื่อนกันใน Facebook นั้น ก็เพราะน้องเคยอ่านรีวิว Nissan March ของเบียร์มาก่อนนั่นเอง

 

ถึงวัดนัดหมาย น้องก็ขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงบ้านจริง ๆ  เบียร์ยิ่งตกใจหนักขึ้นไปอีกที่รู้ว่า บ้านน้องอยู่ถึงถนนจันทน์ และก็ไม่ได้มีธุระ ปะปังอะไรแถวพัฒนาการด้วย แต่น้องก็ตั้งใจขี่มา เพราะอยากให้เบียร์ได้สัมผัสว่า รถมันเป็นยังไง?

 

“ไม่มีร้านที่ไหนให้ลองหรอกค่ะรุ่นนี้ เลยอยากให้พี่เบียร์ได้ลอง จะได้รู้คำตอบของหัวใจ”  น้องเค้าว่างั้น

ที่จริงก็เกรงใจมาก ๆ  แต่น้องมีน้ำใจให้ขนาดนี้ เบียร์ก็เลยรับกุญแจมาแต่โดยดี (อ้าว นึกว่าจะหล่อ 55555+) (ก็มาถึงที่แล้วนี่ แฮ่ๆๆๆๆ)

แม้ตอนที่น้องมาถึง ฟ้าฝนก็ตกลงมาพอดี จนพื้นถนนเปียก แต่ความอยากรู้ก็ทำให้เบียร์ตัดสินใจขี่รถมอเตอร์ไซค์ของน้องออกไปวนรอบหมู่บ้านทันทีที่ฝนหยุดนั่นแหล่ะ

 

“เฮ้ย ขี่สนุกแฮะ” เบียร์พูดกับตัวเองขณะควบเจ้า Honda MSX วิ่งถึงถนนเมนของหมู่บ้าน

เบียร์พารถไปขี่วนรอบทะเลสาบของหมู่บ้าน เลี้ยวไปเลี้ยวมา ก็ยิ่งมั่นใจ เพราะรถไม่มีอาการลื่นเลยแม้แต่นิดเดียว

“รถเปลี่ยนยางมาแล้วค่ะ เป็นของ Pirelli ไม่ใช่ยางเดิมค่ะ” น้องกระซิบบอกภายหลัง

 

อันที่จริง เบียร์เองก็ไม่ได้ลองทดสอบอะไรมากมายหรอกครับ เพราะนอกจากเราไม่ได้จับรถมอเตอร์ไซค์มานานมากแล้ว เราเองก็เกรงใจเจ้าของรถอยู่ดี แถมถนนตอนนี้ก็ลื่นอีกต่างหาก พลาดพลั้งขึ้นมา จะมองหน้ากันไม่ติด แค่ได้วิ่งไปวิ่งมาช้า ๆ  จับความรู้สึกของตัวเบียร์เอง ว่า เบียร์ชอบรถแบบนี้หรือไม่เท่านั้นเอง?

ซึ่งพอนำรถมาคืนน้องที่บ้าน ก็บอกเลยว่า ติดใจมากมายเลยทีเดียว

 

น้องยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่มีประโยชน์เอามาก ๆ เพราะที่บ้านของน้องเองนั้น ใช้มอเตอร์ไซค์เป็นหลักแทบทุกคน ทำให้เบียร์รู้อะไรมากขึ้นเยอะ จนเริ่มสนุกกับการศึกษาข้อมูลของรถสองล้อขึ้นเรื่อย ๆ

แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ามิตรภาพดี ๆ จากโลกโซเชียล ที่มีอยู่จริงครับ ที่เราได้สัมผัสแล้ว ประทับใจมากกว่าข้อมูลเรื่องจักรยานยนต์ซะอีก

ต้องขอขอบคุณน้องแน๊ตอีกครั้ง ณ ที่นี้ครับ และที่ตัดสินใจเขียนบทความนี้ ก็เพราะวันที่เริ่มเขียนบทความนี้ (3 สิงหาคม) เป็นวันครบรอบ 4 ปีที่น้องขี่มอเตอร์ไซค์มาให้เบียร์ลองที่บ้านนั่นเองครับ

 

อ่านต่อตอนที่ 3 : พ่อหนุ่มเวสป้า

จุดเริ่มต้นของการขี่มอเตอร์ไซค์ ตอนที่ 1 : สัมผัสแรกของความตื่นเต้น

 

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

เคยมีหลายคนถามเบียร์ว่า ทำไมถึงชอบขี่มอเตอร์ไซค์มากนัก ทั้งที่มีรถยนต์ใช้ แต่ก็ดันไม่ใช้ เบียร์เลยคิดว่า จะมาเล่าที่มาที่ไปให้ฟังพร้อมกันไปเลยทีเดียวดีกว่าครับ

 

ย้อนไปสมัยเบียร์อายุ 18 ปีนั้น เบียร์จำได้แม่นเลยว่า เบียร์ได้เดินทางไปที่กรมขนส่งทางบก เพื่อทำใบขับขี่รถยนต์ โดยสมัยนั้น จะได้ใบขับขี่แบบตลอดชีพมาเลย และเมื่อทำเสร็จเรียบร้อย คุณแม่ก็แนะนำว่า

“เบียร์ ลูกทำใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ไปด้วยเลยสิ ถึงจะไม่ขี่แต่มีติดไว้ก็ดีนะ เผื่อวันนึงจำเป็นต้องขี่”

เบียร์ก็ตอบว่า “ไม่ต้องหรอกครับแม่ ยังไงเบียร์ก็ไม่มีทางขี่มอเตอร์ไซค์แน่นอน เนื้อหุ้มเหล็ก อันตรายจะตาย”

ด้วยความเชื่อมั่นนี้ อาจจะเกิดจากที่บ้านเบียร์นั้น ไม่มีใครใช้มอเตอร์ไซค์ให้เห็นแม้แต่คนเดียวครับ ทุกคนขับรถยนต์หมด จึงถูกปลูกฝังการใช้รถยนต์มาตั้งแต่เด็กนั่นเอง

จนมีวันหนึ่ง เบียร์ต้องลงไปเยี่ยมญาติฝั่งคุณพ่อที่จังหวัดกระบี่หลายวัน และต้องไปนอนที่บ้านญาติในสวนยาง ซึ่งการอยู่แต่ในสวนยางนั้น ก็ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายอยู่ไม่น้อย จนคุณอา เจ้าของบ้านมองเห็นหลานเบียร์ดูเซ็ง ๆ เลยโยนกุญแจรถมอเตอร์ไซค์มาให้ แล้วบอกว่า เอารถไปขี่เล่นสิ

เบียร์จำรุ่นมอเตอร์ไซค์ไม่ได้หรอกครับ แต่ลักษณะรถเหมือนกับ Honda Wave ในปัจจุบัน เบียร์ถามวิธีการเข้าเกียร์อยู่ 2 นาที ก็นำรถออกไปขี่เล่นทันที จากขี่ในสวนยางวนไปวนมา ก็เริ่มออกถนนใหญ่เลาะไปเรื่อย ๆ ทั้งที่ไม่มีใบขับขี่และหมวกกันน็อค ขี่ไปขี่มาจนมารู้ตัวอีกที ก็เห็นป้ายเขียนไป “พังงา ตรงไป”

เบียร์มองป้ายด้วยความตื่นเต้น การที่ขี่มอเตอร์ไซค์มีลมเย็นตีใส่หน้า มันให้อารมณ์ความสุขอย่างบอกไม่ถูก เบียร์จินตนาการถึงการขี่มอเตอร์ไซค์ไปรับลมทะเลอันดามันที่พังงาขึ้นมาทันที ว่ามันจะฟินแค่ไหน

แต่ก่อนที่อารมณ์จะพาไป สายตาก็เหลือบไปเห็นเข็มวัดน้ำมันแตะไปที่ระดับสุดท้าย หรือหมายความว่า “น้ำมันหมด” นั่นเอง

 

“เอ้า แล้วจะไปยังไงละเนี่ย เงินก็ไม่มี” เบียร์บ่นกับตัวเอง ก่อนจะเลี้ยวรถขี่กลับไปตามทางเดิมทันที เพื่อกลับไปที่บ้านสวน

นั่นคือ ความรู้สึกแรกของการขี่มอเตอร์ไซค์ ที่ได้สัมผัสสายลม แสงแดด และความตื่นเต้นที่จะได้ขี่ข้ามจังหวัดไปเที่ยวทะเลครับ

 

หลังจากกลับมากรุงเทพไม่นาน ก็มีลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ทรงสปอร์ตมาที่บ้าน เบียร์เองก็เริ่มสนใจมอเตอร์ไซค์ขึ้นมานิด ๆ เลยไปยืนลูบ ๆ คลำ ๆ รถของลูกพี่ลูกน้อง จนแกต้องเดินมาคุยด้วย

 

พี่ชาย : ขี่เป็นไหมละ? เราอ่ะ?

เบียร์ : เบียร์เคยขี่แบบที่ตบเกียร์หน้า-หลังครับ ไม่มีคลัช

พี่ชาย : คันนี้มันจะมีคลัช และเกียร์มีแต่ด้านหน้า ใช้ตบลงกับงัดขึ้นเท่านั้น

เบียร์ : โห แล้วจะงงไหมครับพี่ ตบลง งัดขึ้น มันไม่ซ้ำกันหรอ?

พี่ชาย : ตบลงเฉพาะเข้าเกียร์ 1 อย่างเดียว พอเกียร์ 2 ขึ้นไป เรางัดขึ้นไปตาม step เลย พอจะเข้าเกียร์ว่าง ก็ตบลงมาจนสุด มันจะเป็นเกียร์ 1 ถูกไหม? จากนั้นก็งัดขึ้นเบา ๆ นะ มันจะเป็นเกียร์ว่าง เพราะถ้าเบียร์งัดแรง มันก็จะเป็นเกียร์ 2 เข้าใจยัง?

เบียร์ : ก็ยังงงงงงอยู่ดี ว่าแต่จะบีบคลัชตอนไหน ยังไงครับ?

พี่ชาย : เบียร์ขับรถเกียร์ธรรมดาเป็นนี่ มันก็เหมือนรถยนต์นั่นแหล่ะ บีบคลัช ปล่อยคลัชเหมือนรถยนต์เป๊ะเลย แค่จำจังหวะเข้าเกียร์ให้ถูกก็พอ

 

พี่ชายพูดจบ ก็ยื่นกุญแจรถมาให้ แล้วบอกว่า “อ่ะ ไปลองขี่ดู ตามสบาย พี่จะไปกินเหล้ากะพ่อเค้า”

“ขอบคุณครับพี่” เบียร์ตอบ ก่อนรับกุญแจมาขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ทรงสปอร์ตของพี่ชาย ซึ่งเบียร์มีความรู้สึกว่า ถ้าเป็นสมัยนี้ มันน่าจะเป็น Honda CBR 150 นะ เพราะสมัยนั้น ไม่รู้เรื่องรถมอเตอร์ไซค์เลยจริง ๆ

เบียร์บีบคลัช ตบเกียร์ลง ค่อย ๆ ปล่อยครัชสวนกับการบิดคันเร่ง ตามสไตล์การขับรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ค่อย ๆ แล่นออกไปอย่างนุ่มนวล เบียร์รู้สึกตื่นเต้นทันที ที่ทำได้สำเร็จ โดยรถไม่ดับเลย

เบียร์ลากเกียร์ 1 มาเรื่อย ๆ จนถึงถนนเมนของหมู่บ้าน ก็เริ่มบิดคันเร่ง บีบคลัช ตบเกียร์ลงเพื่อเปลี่ยนเป็นเกียร์ 2 เสียงเครื่องยนต์ดังแผดลั่น จนร้านข้าวมันไก่หน้าปากซอย หันมองเป็นตาเดียว และรถก็ค่อย ๆ หยุดลง

เบียร์งงกับอาการที่เกิดขึ้น เลยก้มลงดูหน้าจอรถ ปรากฏว่า มีไฟสีเขียวโชว์ขึ้นว่า N

 

“อ้าว จะเข้าเกียร์ 2 ดันเป็นเกียร์ว่าว เอ้ยย เกียร์ว่าง”

เบียร์ขำตัวเอง ก่อนจะเริ่มต้นใหม่ คราวนี้ไปได้ด้วยดี จนถึงเกียร์ 3 ก่อนจะนำรถไปจอดที่หน้า 7-11 ซึ่งพึ่งมาเปิดใหม่ ๆ เลยในสมัยนั้น

เบียร์เลี้ยวรถเข้าจอดอย่างช้า ๆ  ก่อนจะเริ่มเสียการทรงตัว และรถก็ค่อย ๆ เอียงล้มลงไปเบา ๆ โดยที่เบียร์กระโดดหลบออกมาได้ก่อน

“เอ้า ล้มแปะซะแล้ว” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่เค้าจะเดินมาช่วยยกรถมอเตอร์ไซค์ของพี่ชายขึ้นมาตั้งให้ตรงตามปกติ

“ขอบคุณครับพี่” เบียร์ตอบด้วยความซึ้งใจ ปนกับความงงงวยนิด ๆ กับคำว่า “ล้มแปะ”

ผ่านพ้นค่ำคืนนั้นมาด้วยดี เบียร์เริ่มรู้สึกสนุกกับการขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นอีกแล้ว

แต่หลังจากนั้น…เบียร์ก็ไม่ได้สัมผัสมอเตอร์ไซค์อีกเลย……..

 

อ่านต่อ ตอนที่ 2 : มิตรภาพดี ๆ ในโลก Social ครับ