คลังเก็บป้ายกำกับ: ไปรษณีย์อ่อนนุช

จุดเริ่มต้นของการขี่มอเตอร์ไซค์ ตอนที่ 2 : มิตรภาพดี ๆ ในโลก Social

ย้อนอ่าน ตอนที่ 1 : สัมผัสแรกของความตื่นเต้น

เมื่อรถมอเตอร์ไซค์ห่างหายไปจากชีวิต เบียร์ก็ลืมความรู้สึกดี ๆ ที่เคยได้รับจากการขี่รถเครื่อง 2 ล้อไปจนหมดสิ้น

จนเมื่อปี 2013 ที่ผ่านมา เบียร์เริ่มมีความรู้สึกว่า รถราในกรุงเทพมากขึ้นอย่างชัดเจน ถนนหลายสายเริ่มติดขัดมากขึ้นผิดปกติ จนหลายครั้งเวลานั่งเบื่อ ๆ ในรถ ก็รู้สึกอิจฉารถมอเตอร์ไซค์สุด ๆ ว่า เค้าสามารถสอดแทรกไปได้โดยไม่ติดขัดอย่างเรา

 

สมัยนั้น เบียร์เองขายของผ่านไปรษณีย์อย่างเดียว หน้าที่ประจำวันก็คือ การนำของไปส่งที่ไปรษณีย์อ่อนนุช ซึ่งอยู่ใกล้บ้านที่สุด โดยถนนอ่อนนุชนั้น ก็เป็นอีกถนนหนึ่งที่รถติดหนักมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่เหตุการณ์สำคัญที่เริ่มส่งผลกระทบกับชีวิตของเบียร์ก็คือ “ที่จอดรถ”

เพราะหลายครั้งที่ฝ่ารถติดมาจนถึงไปรษณีย์ แต่กลับพบว่า ไม่มีที่จอดรถเลย และไม่สามารถจอดรอคิวได้ เพราะรถคันหลังก็ต่อแถวเข้ามาเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าเราขับออกประตูแล้วต้องออกเลย วนกลับเข้ามาหาที่จอดไม่ได้อีก และถ้าจะจอดริมถนนก็ไม่ได้ เพราะมีเส้นขาว-แดงห้ามจอดอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็คอยวิ่งล็อคล้อกันอยู่ตลอดเวลา

 

พอหาที่จอดไม่ได้ ก็ต้องวนไปกลับรถมาอีกรอบ เสียเวลาอีกนานกว่าจะได้กลับมา เพราะรถติดหนักมากจริง ๆ จนบางวัน เบียร์ไม่สามารถส่งของได้เลย ต้องขนของกลับบ้านก็เคยมาแล้ว

เบียร์จึงเริ่มคิดว่า ทำยังไงจะแก้ปัญหานี้ได้ เพราะมันส่งผลกระทบกับงานของเราเข้าเต็ม ๆ

ทีแรกเบียร์นึกถึงจักรยานแม่บ้านที่สามารถขนของได้ เพื่อใช้ขี่ไปส่งแทน แต่นึกไปนึกมา ระยะทางราว ๆ  3-4 กิโลเมตรจากบ้านไปไปรษณีย์อ่อนนุชนั้น แม้จะไม่ไกล แต่ก็อันตรายไม่เบา แถมกลัวจักรยานหายเวลาจอดอีก

 

แต่แล้วเบียร์ก็นึกถึงรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นมาทันที ว่าถ้ามีสักคันไว้ขี่ใกล้ ๆ ไปส่งไปรษณีย์แค่นี้ก็คงดีนะ ไม่น่ากลัวเท่าขี่จักรยานด้วย

ที่สำคัญ หน้าหมู่บ้านเบียร์นั้น คือ แหล่งของกินอร่อย ๆ ในย่านพัฒนาการเลย แต่ปัญหาที่เจอคือ มันไม่มีที่จอดรถ เพราะชาวบ้านจากย่านอื่นก็มาหากินในนี้เหมือนกัน นั่นทำให้ ไม่ค่อยได้มีโอกาสทานของอร่อยหน้าหมู่บ้านตัวเองเท่าไหร่นัก

 

เบียร์จึงคิดว่า มอเตอร์ไซค์น่าจะมาตอบโจทย์นี้ได้ทั้ง 2 อย่าง เรียกว่า ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึง 2 ตัว

แต่ถ้าจะขี่มอเตอร์ไซค์ เราจะขี่แบบไหนดีละ? เบียร์ลองถามความต้องการของตัวเองก็พบว่า เบียร์อยากได้มอเตอร์ไซค์คันเล็ก ๆ มันดูน่ารัก น่าขี่ดี และคงไม่น่ากลัวเหมือนรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ ๆ ที่เราจะควบคุมไหวหรือเปล่าก็ไม่รู้

 

แวบแรก เบียร์นึกถึงรถมอเตอร์ไซค์เล็กที่ดังสุดในขณะนั้นคือ Kawasaki KSR รถคันจิ๋วที่เห็นวิ่งอยู่มากมายเต็มถนน เบียร์เลยเปิดดูราคารถในเวบไซท์ทันที

แต่พอเห็นตัวเลขที่ 66,000 บาท ก็ต้องตกใจ เฮ้ย รถคันนิดเดียว ราคาแพงกว่ารถคันใหญ่อีก!!!

เบียร์จึงเปลี่ยนใจ มาลองหายี่ห้ออื่นดู เปิดเวบของค่ายฮอนด้า ดันไปสะดุดตากับ Honda MSX 125  มองแล้วก็รู้สึกชอบในทันที เพราะมันขนาดไซค์พอ ๆ กับ KSR เลย แถมดูทันสมัยกว่าเยอะ ที่สำคัญเป็นรถแบบมีคลัชด้วย ซึ่งเบียร์ก็ยังติดใจไม่หายจากรถพี่ชายที่เคยได้สัมผัส

 

แต่พอเบียร์มองเห็นราคา ดวงตาก็เกือบถลน ห๊ะ อะไรนะ!! ราคา 75,000 บาท แพงกว่า KSR อีก!!!

ทำไมรถยิ่งเล็ก ยิ่งแพงละเนี่ย เบียร์เริ่มงงกับวงการรถมอเตอร์ไซค์

แต่ไม่เป็นไร เรามี Social เป็นเพื่อน เลยตัดสินใจโพสต์ facebook ขอความเห็นจากเพื่อน ๆ ทันที ก็ได้รับความเห็นจำนวนมากมาเป็นข้อมูล

แต่ที่เด็ดสุดก็คือ มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งส่ง inbox มา และบอกว่า เค้าใช้ Honda MSX อยู่พอดี น้องพิมพ์เล่าข้อมูลของรถให้ฟังมากมายและปิดท้ายว่า ถ้าพี่เบียร์สนใจ เค้าจะขี่ไปให้ลองถึงบ้านเลย

 

เบียร์ก็ตกใจ ไม่คิดว่า น้องจะมีน้ำใจมากขนาดนี้ เพราะคุยไปคุยมา น้องก็เป็นแค่ลูกค้าที่ซื้อมอเตอร์ไซค์มาใช้ ไม่ใช่เซลล์ขายรถที่ต้องมาพรีเซนต์อะไรขนาดนั้น

และที่เราเป็นเพื่อนกันใน Facebook นั้น ก็เพราะน้องเคยอ่านรีวิว Nissan March ของเบียร์มาก่อนนั่นเอง

 

ถึงวัดนัดหมาย น้องก็ขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงบ้านจริง ๆ  เบียร์ยิ่งตกใจหนักขึ้นไปอีกที่รู้ว่า บ้านน้องอยู่ถึงถนนจันทน์ และก็ไม่ได้มีธุระ ปะปังอะไรแถวพัฒนาการด้วย แต่น้องก็ตั้งใจขี่มา เพราะอยากให้เบียร์ได้สัมผัสว่า รถมันเป็นยังไง?

 

“ไม่มีร้านที่ไหนให้ลองหรอกค่ะรุ่นนี้ เลยอยากให้พี่เบียร์ได้ลอง จะได้รู้คำตอบของหัวใจ”  น้องเค้าว่างั้น

ที่จริงก็เกรงใจมาก ๆ  แต่น้องมีน้ำใจให้ขนาดนี้ เบียร์ก็เลยรับกุญแจมาแต่โดยดี (อ้าว นึกว่าจะหล่อ 55555+) (ก็มาถึงที่แล้วนี่ แฮ่ๆๆๆๆ)

แม้ตอนที่น้องมาถึง ฟ้าฝนก็ตกลงมาพอดี จนพื้นถนนเปียก แต่ความอยากรู้ก็ทำให้เบียร์ตัดสินใจขี่รถมอเตอร์ไซค์ของน้องออกไปวนรอบหมู่บ้านทันทีที่ฝนหยุดนั่นแหล่ะ

 

“เฮ้ย ขี่สนุกแฮะ” เบียร์พูดกับตัวเองขณะควบเจ้า Honda MSX วิ่งถึงถนนเมนของหมู่บ้าน

เบียร์พารถไปขี่วนรอบทะเลสาบของหมู่บ้าน เลี้ยวไปเลี้ยวมา ก็ยิ่งมั่นใจ เพราะรถไม่มีอาการลื่นเลยแม้แต่นิดเดียว

“รถเปลี่ยนยางมาแล้วค่ะ เป็นของ Pirelli ไม่ใช่ยางเดิมค่ะ” น้องกระซิบบอกภายหลัง

 

อันที่จริง เบียร์เองก็ไม่ได้ลองทดสอบอะไรมากมายหรอกครับ เพราะนอกจากเราไม่ได้จับรถมอเตอร์ไซค์มานานมากแล้ว เราเองก็เกรงใจเจ้าของรถอยู่ดี แถมถนนตอนนี้ก็ลื่นอีกต่างหาก พลาดพลั้งขึ้นมา จะมองหน้ากันไม่ติด แค่ได้วิ่งไปวิ่งมาช้า ๆ  จับความรู้สึกของตัวเบียร์เอง ว่า เบียร์ชอบรถแบบนี้หรือไม่เท่านั้นเอง?

ซึ่งพอนำรถมาคืนน้องที่บ้าน ก็บอกเลยว่า ติดใจมากมายเลยทีเดียว

 

น้องยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่มีประโยชน์เอามาก ๆ เพราะที่บ้านของน้องเองนั้น ใช้มอเตอร์ไซค์เป็นหลักแทบทุกคน ทำให้เบียร์รู้อะไรมากขึ้นเยอะ จนเริ่มสนุกกับการศึกษาข้อมูลของรถสองล้อขึ้นเรื่อย ๆ

แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ามิตรภาพดี ๆ จากโลกโซเชียล ที่มีอยู่จริงครับ ที่เราได้สัมผัสแล้ว ประทับใจมากกว่าข้อมูลเรื่องจักรยานยนต์ซะอีก

ต้องขอขอบคุณน้องแน๊ตอีกครั้ง ณ ที่นี้ครับ และที่ตัดสินใจเขียนบทความนี้ ก็เพราะวันที่เริ่มเขียนบทความนี้ (3 สิงหาคม) เป็นวันครบรอบ 4 ปีที่น้องขี่มอเตอร์ไซค์มาให้เบียร์ลองที่บ้านนั่นเองครับ

 

อ่านต่อตอนที่ 3 : พ่อหนุ่มเวสป้า