คลังเก็บป้ายกำกับ: อัลเมร่า

รีวิว Nissan Almera by Biere ตอนที่ 5 “สำรวจเบาะหลัง แล้วลองนั่งแบบผู้บริหาร”

หลังจากที่เพื่อน ๆ ได้เรียนรู้วิธีการใช้กุญแจรถของ Nissan Almera ไปครบทุกรุ่นเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ เรามาเปิดรถเข้ามาดูข้างในกันดีกว่าครับ

แต่ก่อนที่จะขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้คนขับนั้น เบียร์อยากให้เพื่อน ๆ ลองมาสำรวจ “เบาะหลัง” กันดูสักหน่อย เพราะนี่คือจุดขายหลักของเจ้า Almera เลยก็ว่าได้

เปิดประตูหลัง เข้ามาดูกันเลยดีกว่าครับ

 

จะพบว่าเบาะหลังดูดีขึ้นกว่า Nissan March รุ่นปี 2010 – 2011 อย่างชัดเจน เพราะใน Almera ทาง Nissan ได้ใส่พนักพิงศีรษะมาให้เรียบร้อยแล้ว

 

และในรุ่น E MT ขึ้นมา จนถึง VL CVT หัวหมอนทั้ง 2 ข้าง ยังสามารถปรับระดับความสูง รวมถึงถอดออกได้ด้วยการกดสลักด้านขวาครับ

 

ถัดจากพนักพิงศีรษะ จะพบเข็มขัดนิรภัย ซึ่งนิสสันใส่มาให้คาดกันถึง 3 ตำแหน่ง สำหรับผู้โดยสารทั้ง 3 คนบนเบาะหลัง

 

ซึ่งผู้โดยสารที่ได้พิงศีรษะบนพนักพิง จะคาดเข็มขัดในลักษณะเดียวกับผู้โดยสารด้านหน้านะครับ ลักษณะคล้าย 3 เหลี่ยม เพราะยึดตัวเราไว้ 3 ตำแหน่ง

ส่วนผู้โดยสารที่นั่งตรงกลางของเบาะหลังจะคาดเหมือนเข็มขัดเลยครับ คือ รัดเอวเอาไว้เท่านั้นเอง

แต่ในเมืองไทยยังไม่มีการบังคับให้ผู้โดยสารด้านหลังคาดเข็มขัดนิรภัยเหมือนด้านหน้า จึงไม่ค่อยได้เห็นใครคาดเข็มขัดนิรภัยกันเลยครับ เพราะส่วนใหญ่ก็จะเน้นความสบายกันมากกว่าความปลอดภัย

หลายครอบครัวถึงกับตกลงกันก่อนเดินทางว่า ใครไม่อยากคาดเข็มขัด ก็ไปนั่งด้านหลังแทนนั่นเอง

———————–

และเมื่อเพื่อน ๆ มองดูตรงกลางของเบาะหลัง จะเห็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าอยู่ ก็เอามือดึงมันลงมาได้เลยครับ

 

ก็จะเจอกับที่วางแขนและช่องวางแก้วน้ำได้ถึง 2 ใบ

 

ซึ่งจุดนี้ ทำให้เบียร์ยิ้มและประทับใจมากครับ เพราะส่วนตัวเบียร์มองว่ามันมีประโยชน์มากกับที่ท้าวแขนที่สามารถพับเก็บได้ แถมยังวางแก้วน้ำได้อีก (หรือจะวางอย่างอื่นก็ได้นะครับ ไม่ผิดกฏหมาย 55555+)

เพราะสมัยก่อน ตอนที่เบียร์ขับรถซีดานรุ่นปี 2000 อยู่คันหนึ่ง เบียร์วิ่งตามร้านเบาะ เพื่อจะจ้างให้ทำที่วางแก้วน้ำในที่ท้าวแขนเบาะหลังอยู่หลายที่ แต่ไม่มีใครรับทำเลย

สุดท้ายเบียร์ก็ขายรถคันนั้นทิ้ง เพราะไม่มีที่วางแก้วน้ำให้ผู้โดยสารตอนหลัง

เว่อร์ไปม่ะ? 55555+

ก็ต้องเว่อร์สิ เพราะเบียร์ล้อเล่น คิคิ

————————-

กลับมาที่อัลเมร่า เพื่อน ๆ จะพบว่า มันไม่ได้มีที่วางแก้วแค่ 2 ใบตรงที่ท้าวแขนนะครับ

แต่ยังมีที่วางแก้วเพิ่มให้อีก 2 ใบ ตรงกลางระหว่างเบาะคู่หน้าอีกด้วย

 

เท่ากับว่า ผู้โดยสารด้านหลังจะมีโควต้าที่วางแก้วน้ำได้ถึง 4 ใบ ซึ่งจะว่าไป มันก็เหมือนเป็นที่วางแก้วน้ำสำรองมากกว่า ในยามที่มีผู้โดยสารด้านหลังมากกว่า 2 คน ทำให้ดึงที่วางแก้วลงมาไม่ได้

 

และอย่างที่บอกครับ เพื่อนๆ คนไหนไม่ได้ชอบดื่มน้ำมากมายอะไรขนาดนั้น ก็สามารถวางของอย่างอื่นแทนได้ ไม่ผิดกฏหมาย

————————-

สำหรับผม การนั่งในเบาะหลังของ Nissan Almera ถือเป็นความสบายที่สุด สำหรับรถรุ่นนี้ เรียกว่า ซื้อรถคันนี้มา เบียร์อยากนั่งมากกว่าอยากขับ ว่างั้นเถอะ!!

ซึ่งอารมณ์นี้เป็นอารมณ์เดียวกับสมัยที่เบียร์เคยใช้ซีดานรุ่นใหญ่อย่าง Nissan Teana เป๊ะเลย

 

เพียงแต่ Nissan Almera ไม่ใช่เบาะหนังที่ดูหรูหรา ปราณีตเหมือนรุ่นพี่นั่นเอง ทางผู้ผลิตก็ทำเบาะผ้ามา เพื่อให้ใช้งานกันตามปกติในชีวิตประจำวัน

 

แต่เบียร์อยากแนะนำว่า ถ้าใครมีงบประมาณเหลือพอ จัดการนำเบาะและแผงประตูไปหุ้มหนังแท้ซะ ความหรูหราและความสบายก็จะมาเยี่ยมเยือนและไม่หนีหายไปไหน ความสุขที่ขับรถราคาครึ่งล้าน แต่ได้อารมณ์ล้านครึ่ง ก็จะอยู่กับคุณไปอีกนานหลายปี

ที่สำคัญ การหุ้มเบาะหนังจะช่วยแก้ปัญหา “ไฟช็อต” มือยามปิดประตูรถได้อีกด้วย ถึงแม้ปัญหานี้จะเกิดเป็นรายบุคคลตามระดับไฟฟ้าสถิตย์ในตัวก็ตาม และเกิดมากในหน้าหนาว แต่ถ้าจัดการหุ้มหนังเรียบร้อยเมื่อไหร่ ก็จะไม่มีใครเจออีกเลย เพราะต้นตอมันมาจากวัสดุของเบาะผ้านี่แหล่ะครับ

และอย่างที่เคยรีวิวไว้ในตอนที่ 1 “อีโค คาร์คันใหญ่ ใครว่าเป็นไปไม่ได้?” นั่นแหล่ะครับ ว่าขนาดปรับเบาะคนขับในการขับขี่ตามปกติแล้ว เมื่อเบียร์มานั่งเบาะหลัง ก็ยังมีพื้นที่วางขาหรือ leg room แบบสบาย ๆ ไม่อึดอัด

 

นั่นทำให้เบียร์นั่งไขว้ขาได้สบาย ๆ ยามเดินทางไกล

 

แถมหน้าต่างบานหลังของ Almera ที่ทั้งกว้าง และทั้งยาว ทำให้เราดูวิวทิวทัศน์ได้สบายตาขนาดนี้

 

ที่สำคัญ กระจกหน้าต่างคู่หลังของ Almera นั้น สามารถไขหรือกดกระจกให้ลงจนสุดได้นะครับ ไม่ติดฐานล้อเหมือนรถเก๋งซีดานรุ่นอื่น ๆ ทำให้เปิดรับลมในหน้าหนาวได้เต็ม ๆ ไม่ต้องมีขอบกระจกมากั้นให้เกะกะเลย

 

สิ่งที่ประทับใจอีกจุดคือ ที่วางแขนบริเวณแผงประตูทั้ง 2 ข้าง

 

เพราะเมื่อลองวางแขนก็วางได้สบาย แถมช่องตรงมือเปิดประตูก็ยังสามารถใส่ของจุกจิกได้เพิ่มอีก

ซึ่งจุดนี้จะดีกว่าที่วางแขนของ Nissan March ครับ ที่แคบกว่าและมีช่องใส่ของที่เล็กกว่า

 

 

ทีนี้ ถ้าเพื่อน ๆ อยากได้อารมณ์ผู้บริหาร ลองหาใครสักคนที่จะเปิดประตูให้เพื่อน ๆ ก้าวเข้าไปนั่งในเบาะหลังด้วยมาดสุดเท่ห์

 

จากนั้นก็ให้ใครคนนั้นช่วยเลื่อนเบาะนั่งด้านหน้าไปเยอะ ๆ เพื่อน ๆ ก็จะมีที่วางขาแบบรถผู้บริหารทั่วไปที่ “กว้างมากกกกกกก”

 

และเมื่อเพื่อน ๆ นั่งจนพอใจแล้ว และเปิดประตูเพื่อจะออก ก็จะตกใจว่า “ประตูหลังเปิดออกไม่ได้!!!!”

อ้าว ทำไมเป็นแบบนี้ละ!!!

ในขณะที่เพื่อน ๆ กำลังตกใจ คนขับรถก็จะเดินมาเปิดประตูให้ท่านก้าวลงได้ตามปกติ

อ้าว เฮ้ย! งงไปเลยสิครับ!!!

นี่แหล่ะ เคล็ดลับของรถผู้บริหารทั่วไป ประตูหลังเปิดเองไม่ได้ครับ ต้องให้คนขับรถหรือเจ้าหน้าที่ของสถานที่นั้น ๆ มาเปิดประตูให้ จะได้ดูดี มีเกียรติ

55555+ แซวเล่นครับ ความจริงคือ ประตูรถมันติด “ล็อคเด็ก” เอาไว้

แล้วล็อคเด็ก คืออะไร?

ฟังค์ชั่นการล็อคเด็กนี้มีมานานแล้วครับ เรียกว่ามีกับรถ 4 ประตูทุกคันเลยก็ว่าได้ (ดูจากรถ 4 ประตูที่เบียร์มีโอกาสได้ขับในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา) โดยผู้ผลิตรถยนต์ได้ทำขึ้น เพื่อป้องกันน้อง ๆ เปิดประตูรถเองในขณะที่รถวิ่งอยู่ หรือ เปิดประตูโดยไม่ได้ดูภายนอกก่อนว่ามีรถวิ่งมาหรือไม่? ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ เกิดขึ้นได้ในกรณีที่รถไม่ได้ล็อคประตูอยู่ หรือน้อง ๆ เผลอไปกดปลดล็อคประตูด้วยตัวเอง

ดังนั้น ผู้ผลิตจึงทำตัวล็อคนี้ขึ้นมา เพื่อป้องกันการเปิดประตูจากภายในครับ คราวนี้รถจะล็อคหรือไม่ล็อค น้อง ๆ ก็ไม่สามารถเปิดประตูได้เองครับ ต้องให้ผู้ใหญ่หรือคุณพ่อ คุณแม่มาเปิดประตูให้จากภายนอก

ซึ่งเพื่อน ๆ หลายคนที่ไม่รู้จัก “ล็อคเด็ก” ก็จะงงและคิดว่าประตูหลังเสีย จึงรีบขับรถเข้าศูนย์นิสสันทันที ซึ่งก็จะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ครับ เพราะเพื่อน ๆ สามารถแก้ปัญหาง่าย ๆ ด้วยตัวเพื่อน ๆ เอง

โดยล็อคเด็กจะอยู่ตรงกลางบริเวณปลายประตูหลังของทั้ง 2 ข้าง

 

อย่างประตูด้านขวา ก็จะอยู่ทางขวาสุด ใช้สำหรับล็อคประตูนี้ประตูเดียวเท่านั้น

 

และถ้าประตูด้านซ้าย ก็จะอยู่ทางซ้ายสุดแบบนี้ครับ

 

วิธีใช้ คือ ถ้าเราจะล็อคเด็ก ไม่ให้ประตูเปิดจากข้างในได้ ให้เราเลื่อนสลักไปทางซ้ายมือ หรือให้อยู่ในตำแหน่ง Lock

 

แต่ถ้าเราต้องการเอาออก หรือประสบปัญหาประตูหลังเปิดจากข้างในไม่ได้ เราก็แค่เลื่อนสลักไปทางขวามือ ไม่ให้อยู่ในตำแหน่ง Lock นั่นเอง

ซึ่งเบียร์ขอย้ำอีกครั้งว่า ล็อคเด็กมีเฉพาะประตูหลัง 2 ประตูเท่านั้น และมีให้ล็อคประตูใคร ประตูมัน ดังนั้น ถ้าจะล็อค ก็ต้องไปกดทั้ง 2 ประตู

ในทางกลับกัน ถ้าจะปลดล็อคออก ก็ต้องไปปลดล็อคให้ครบทั้ง 2 ประตูครับ

ง่ายไหมครับ? แค่นี้เอง

สำหรับการสำรวจเบาะหลังก็หมดลงแต่เพียงเท่านี้ครับ พบกันใหม่ตอนหน้า เบียร์จะพาเพื่อน ๆ ไปสำรวจเบาะหน้าพร้อมปรับท่าทางในการขับขี่ครับ

เข้าไปสำรวจได้เลยที่ รีวิว Nissan Almera by Biere ตอนที่ 6 “สำรวจเบาะหน้า แล้วปรับท่าให้เหมาะสม”