คลังเก็บป้ายกำกับ: นิสสัน

กดปุ่มดับเครื่อง Nissan Juke ตอนขับรถ เครื่องยนต์จะดับไหม?

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

เนื่องด้วยปุ่มสตาร์ทและดับเครื่องยนต์ของ Nissan Juke นั้นอยู่ด้านซ้ายมือ ทำให้หลายคนมีความกังวลว่า ถ้ามือไปโดนปุ่ม หรือมีลูก ๆ หลาน ๆ จอมซนไปกดปุ่มนี้ ตอนที่รถ Juke วิ่งอยู่ เครื่องยนต์จะดับไหม? แล้วจะเป็นอันตรายหรือเปล่า?

ไปชมคำตอบในคลิปรีวิวกันเลยครับ

รีวิว หน้าจอเรือนไมล์ Nissan Juke MC by Biere

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

วันนี้เบียร์จะมารีวิวหน้าจอเรือนไมล์ของ Nissan Juke ครับ ว่าในหน้าจอนั้น บอกค่าอะไรเราบ้าง?

ไปชมกันเลยครับ

รีวิว Nissan Juke 1.6V CVT by Biere ตอนที่ 11 “เมื่อได้ลองขับจู๊ค”

และแล้วก็ได้เวลาขับรถสักที

 

ก่อนที่จะขับรถทุกครั้ง เราต้องคาดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งใน Nissan Juke นั้น ถ้าคุณไม่คาดเข็มขัด นอกจากจะมีสัญลักษณ์เตือนที่หน้าจอด้านขวาฝั่งความเร็วแล้ว

 

ก็ยังมีเสียงเตือนดังเป็นระยะ ๆ อีกด้วย

 

สำหรับเข็มขัดนิรภัยด้านหน้าของ Nissan Juke นั้น เป็นเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ ซึ่งเข็มขัดแบบนี้จะดีกว่าเข็มขัดนิรภัยปกติ ตรงที่เมื่อเกิดอุบัติเหตุ เข็มขัดจะช่วยผ่อนแรงไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บจากการถูกเข็มขัดรัดไว้

และที่เบียร์ชอบอีกอย่างก็คือ เข็มขัดสามารถปรับสูง-ต่ำ ตามสรีระของแต่ละคนได้

 

เพียงแค่ดึงแล้วเลื่อนขึ้น ๆ ลง ๆ ซะ

 

ก็สามารถปรับความสูง-ต่ำได้ตามใจ จะได้ไม่เกิดอาการแน่นอก จนต้องยก(เข็มขัด)ออก

 

คาดเข็มขัดเรียบร้อยแล้ว หน้าจอก็ขึ้นให้เหยียบเบรกครับ

 

ถ้าเพื่อน ๆ ขึ้นรถมา อยากสตาร์ทรถเลย ก็แค่เหยียบเบรกค้างไว้ แล้วกดปุ่ม Start 1 ที เครื่องยนต์ก็จะติดทันที และพร้อมพาเพื่อน ๆ ทะยานไปยังจุดหมายปลายทาง

 

แต่ถ้าเพื่อน ๆ ยังไม่อยากสตาร์ท เพื่อน ๆ ก็สามารถเลือกระดับการจ่ายไฟ เหมือนกุญแจรถปกติที่ใช้บิดได้

เมื่อเรากดปุ่ม Start แล้ว ไม่ว่าจะเหยียบเบรคหรือไม่เหยียบก็ตาม ที่ปุ่ม Start Stop Engine ก็จะมีไฟดวงเล็ก ๆ ด้านบนติดขึ้นมาเพื่อแสดงว่า ระบบได้ตรวจสอบว่ากุญแจอัจฉริยะในรถเป็นกุญแจที่ถูกต้องตรงกัน และสามารถใช้งานรถได้ตามปกติ

 

สำหรับการกดปุ่ม Start โดยไม่เหยียบเบรกนั้น สถานะของรถจะเป็นดังนี้

–    กดปุ่ม Start 1 ครั้ง ไม่ได้เหยียบเบรค สถานะจะเหมือนระดับ Acc ในรุ่นอื่น ๆ ซึ่งเพื่อน ๆ จะเปิดวิทยุฟังเพลงได้ เหมาะกับเวลาเพื่อน ๆ ไปนั่งฟังเพลงรอใครบางคนในรถ

 

–    แต่ถ้าเพื่อน ๆ กดปุ่ม Start อีก 1 ครั้ง (หรือ 2 ครั้ง จากเดิม) ระบบไฟทั้งหมดก็จะเปิดขึ้น สถานะจะเหมือนระดับ On ในรถรุ่นอื่น ๆ และมีสัญลักษณ์เตือนต่าง ๆ เต็มหน้าจอไปหมด

 

ซึ่งในโหมดนี้ เพื่อน ๆ สามารถเปิดไฟ เปิดกระจกไฟฟ้า ปรับกระจกมองข้าง ดูจอที่เรือนไมล์ได้ทันที

–    และถ้าเพื่อน ๆ กดปุ่ม Start อีก 1 ครั้ง (หรือ 3 ครั้งจากเดิม) ก็คือการปิดระบบทั้งหมดครับ ซึ่งมันก็จะวนเวียนไปมาอยู่ 3 ตำแหน่งแบบนี้ จนกว่าเพื่อน ๆ จะเหยียบเบรคเพื่อ Start รถนั่นเอง

 

ในกรณีที่ Start รถแล้ว แล้วต้องการดับเครื่อง ก็เพียงกดปุ่ม Start 1 ที เครื่องยนต์ก็จะดับครับ โดยจะเหยียบเบรคหรือไม่ก็ได้

และถ้าเพื่อน ๆ ดับเครื่องแล้ว แต่ยังอยากฟังเพลงต่อในรถ เพราะอาจจะจอดรถรอรับคนรัก เพื่อน ๆ ก็กดปุ่ม Start โดยไม่ต้องเหยียบเบรคอีกครั้งหนึ่งครับ ก็จะสามารถฟังเพลงได้ตามปกตินั่นเองครับ ง่ายจังเลย


มาม่ะ ถึงเวลาซิ่งน้อง Juke กันแล้วครับ

 

เหยียบเบรก เข้าเกียร์ D แล้วไปกันเลย

 

การออกตัวนิ่มสบาย สไตล์เกียร์ CVT ที่จริงเบียร์ก็คุ้นชินอยู่แล้วกับระบบเกียร์แบบนี้ ขับมาจะ 4 ปีแล้วนี่

 

การเลี้ยวรถทำได้สบาย ด้วยพวงมาลัยไฟฟ้าที่ปรับความหนักเบาตามความเร็วรถ ยิ่งช้า ยิ่งเบา น้ำหนักพวงมาลัยดีมาก ไม่มีการต้องออกแรงแต่อย่างใด

 

หรือพูดง่าย ๆ คือ เราสามารถเลี้ยวรถด้วยมือเดียวเลยก็ยังได้ สบาย ๆ แต่ไม่แนะนำให้ทำนะครับ มันอันตราย ขอเบียร์เป็นคนทดสอบเพื่อรีวิวให้เพื่อน ๆ อ่าน คนเดียวพอครับ

 

ทางนิสสันให้ข้อมูลว่า รัศมีวงเลี้ยวของ Nissan Juke นั้น คือ 5.5 เมตร ซึ่งก็ไม่แปลกกับวงล้อขนาดใหญ่ถึง 17 นิ้ว

 

ซึ่งเอาเข้าจริง เบียร์ลองกลับรถดู ก็ไม่ได้กว้างอะไรมากนัก ถือว่าคล่องตัวมากทีเดียวในการขับรถในเมืองที่แสนจะวุ่นวาย

 

และเวลาที่เราขับรถอยู่ แล้วอยากดูข้อมูลบนจอรถหน้าต่าง ๆ อย่างที่เบียร์รีวิวไปก่อนหน้านี้แล้วว่า เราต้องกดปุ่มขวาที่หน้าจอแบบนี้

 

ซึ่งการกดดูหน้าจอแบบนี้จะเหมือนกับ Nissan Almera รุ่น V และ VL ที่เราต้องสอดมือเข้าไปในพวงมาลัยเพื่อกดปุ่ม ดังนั้น ถ้าอยากจะกดดูจริง ๆ อย่ากดดูตอนเลี้ยวรถนะครับ อันตรายมากกับแขนของเรา

 

ทัศนวิสัยคือ สิ่งที่เบียร์ถูกใจมากใน Nissan Juke เพราะเป็นรถที่สูงกำลังดี มองเห็นด้านหน้าชัดเจน และไกลขึ้น

ซึ่งเทคนิคการขับขี่ปลอดภัยนั้น เค้าว่ากันว่า ยิ่งเรามองได้ไกลมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งปลอดภัยมากเท่านั้น เพราะสามารถประเมินสถานการณ์ได้ล่วงหน้า และตัดสินใจได้ทันท่วงที

 

วมทั้งขนาดของกระจกมองข้างที่กว้างกำลังดี ทำให้มองเห็นรถก่อนเปลี่ยนเลนได้อย่างชัดเจน ชอบมากครับ

 

การออกแบบของไฟหน้านั้น ไม่ได้ทำให้รถดูเจ๋งแต่เพียงภายนอก เพราะเมื่อเราได้ขับเจ้า Juke ความรู้สึกของการขับรถสปอร์ตก็ออกมาแบบเต็ม ๆ จากการดีไซน์ไฟหน้าให้ยื่นมาแบบนี้

 

และผสมผสานกับการออกแบบภายใน ทั้งพวงมาลัย เรือนไมล์ และคอนโซล ที่เสริมความรู้สึกสปอร์ตให้มากขึ้น เพราะอย่าลืมว่ารถสปอร์ตที่แท้จริงนั้น มันต้องดูดิบ ๆ ถึงจะได้อารมณ์

 

ที่สำคัญ เจ้าไฟหน้าที่ดูยื่น ๆ ออกมานั้น มันไม่ได้แค่ช่วยให้ดูสปอร์ตขึ้นเท่านั้น แต่มันมีประโยชน์มากในการกะระยะทางด้านซ้าย

 

รวมถึงการถอยรถจอดทางด้านขวา เวลามีเสา

 

ขับมาได้สักพัก จังหวะมีรถตัดหน้า เบียร์เลยลอง“บีบแตร”ดู เสียงออกมาค่อนข้างเบา ไม่รู้เป็นเพราะเสียงแตร Juke มันเบาจริง ๆ  หรือในรถเก็บเสียงได้ดี ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ คนไหน ไม่ใช้แตรเลย ก็ไม่ต้องไปสนใจครับ ปล่อยผ่านไป

 

และถ้าเพื่อน ๆ ซื้อ Juke มาใช้งานในเมือง เบียร์ว่ามันเหมาะมาก ทั้งทัศนวิสัย ทั้งการขับขี่ที่บอกได้เลยว่า “คล่องตัว”สุด ๆ

 

เบียร์ลองถอยรถจอดแนวขนานกับถนน ซึ่งเป็นการถอยจอดที่ยากที่สุดของการจอดรถปกติแล้ว แต่น้อง Juke ก็ถอยได้ง่ายดาย แม้ในช่องที่ดูไม่กว้าง

และเมื่อรวมกับอุปกรณ์มาตรฐานที่นิสสันประเคนให้มาพร้อมสรรพ ทั้งกล้องมองหลังและเซนเซอร์ถอยหลังแล้ว ก็ยิ่งถอยได้อย่างมั่นใจขึ้น

 

ถ้าพูดกันตรง ๆ ความคล่องตัวในการถอยจอดนั้น พอ ๆ กับน้อง March เลย

เบียร์จึงลองจับรถ 2 รุ่นนี้จอดเทียบกันดู

 

โดยจอดด้านหน้าให้เท่ากัน

 

แล้วเดินไปดูด้านหลัง ก็พบว่า Nissan Juke นั้น ยาวกว่ากันเพียงนิดเดียว

 

มิน่าละ ทำไมคุณแม่ยายของเบียร์ เมื่อเห็นเจ้า Juke ถึงบอกว่า “รถเล็กจัง” 55555+

 

ในเมืองทดสอบผ่าน จากนั้นเลยพาไปขึ้นทางด่วน

 

ก็พบว่ามันไม่ใช่ทางด่วนอย่างที่เค้าพูดกัน

 

เพราะจริง ๆ แล้วมันคือ “การทาง(เสียเงิน)พิเศษแห่งประเทศไทย”

 

แต่จะว่าไป นี่ถ้าเบียร์มีลูก เบียร์สารภาพเลยว่า สนใจเจ้า Nissan Cube คันหน้ามากกว่านะ

 

แต่นิสสันคงรู้ว่าเบียร์ไม่มีลูก เลยไม่เอา Nissan Cube มาขาย แต่เลือกเอา Nissan Juke ที่เหมาะสมมากที่สุดกับ คนที่ใช้รถในครอบครัวที่มีสมาชิกไม่เกิน 2 คนอย่างครอบครัวเบียร์ 55555+

 

เมื่อรถบนทางด่วน เอ้ย ทางพิเศษหายติดแล้ว เบียร์ได้ลองเหยียบคันเร่งดู เบียร์รู้สึกว่า มันอืดกว่า Nissan Sylphy แฮะ ทั้งที่เครื่องยนต์ตัวเดียวกัน

 

ซึ่งจริง ๆ จะว่าไปมันก็ควรจะอืดกว่า เพราะ Nissan Juke นั้น ทั้งล้อใหญ่กว่า ตัวสูงกว่า และหุ่นต้านลมมากกว่า Sylphy ที่ออกแบบมาให้ลู่ลมแบบสุด ๆ

 

แต่ในฐานะที่ใช้เกียร์ CVT มานาน เบียร์รู้ว่า รถมันยังไม่รู้จักกับเบียร์ เพราะระบบเกียร์ CVT นั้นมีการจดจำพฤติกรรมการขับขี่ และจะตอบสนองอัตราเร่งตามนิสัยของเจ้าของรถ

 

ดังนั้น ถ้าเพื่อน ๆ ที่มาขับเกียร์ CVT ใหม่ ๆ อาจจะยังไม่ชิน เพราะการออกตัวของ CVT เน้นออกตัวแบบนิ่มนวล สไตล์รถผู้ดี ไม่ใช่กระโชกโฮกฮากแต่อย่างใด

 

และการเหยียบคันเร่งค่อย ๆ ขึ้นไปเรื่อย ๆ จะทำให้รถค่อย ๆพุ่งไปข้างหน้าได้ดีกว่าการบดคันเร่งจนมิด แล้วต้องมาตกใจว่า ทำไมรถยังไม่ออกตัวไปตามน้ำหนักเท้าที่ลงไปเลย

 

และสำหรับมือใหม่ CVT อาจจะแปลกใจกับอาการ“กระตุก”ในช่วงที่ผ่อนคันเร่ง หรือเบรก จนตกใจนึกว่ารถมีปัญหา ที่จริงแล้ว แรก ๆ อาการนี้จะเกิดขึ้นจากระบบ Engine Break ของเกียร์ CVT นั่นแหล่ะครับ สมัยเบียร์ขับเกียร์ CVT ใหม่ ๆ เจอบ่อย

แต่พอเกียร์รู้จักพฤติกรรมของเราชัดเจนแล้ว อาการนี้จะหายไป เปลี่ยนเป็นความนิ่มนวลแทน

 

ดังนั้นจึงต้องทำความรู้จักกันมากขึ้น ด้วยการยิงยาวจากกรุงเทพไปปราณบุรี

 

แต่จะว่าไป การได้มอง Nissan Juke ยามวิ่งนั้น มันช่างดูเท่เหลือเกิน แม้จะเป็นรถเดิม ๆ จากโรงงาน ไมได้แต่งเติมใด ๆ ทั้งสิ้น

 

ในช่วงแรก ๆ ของการขับนั้น เมื่อเบียร์ลองโหมด Eco ใน i-con ก็พบว่า รถค่อนข้างอืด การเร่งแซงจะยาก เหมาะกับการขับไปเรื่อย ๆ ไม่รีบร้อน และเน้นประหยัดน้ำมัน

 

เบียร์จึงลองเปลี่ยนมาใช้โหมด Normal ซึ่งสามารถกดเปลี่ยนได้เลย แม้รถยังวิ่งอยู่ อาการของรถก็ดีขึ้นชัดเจน  แต่ถามว่าแรงไหม ก็ยังไม่ได้แรงสมใจอยากนัก

 

แต่เมื่อเบียร์จำเป็นต้องเร่งแซงคันหน้า เบียร์ตัดสินใจกดโหมด Sport ทันที ก็พบว่า รถเบาลงอย่างเห็นได้ชัด อัตราตอบสนองทันใจ แต่มันส์ไหม ก็บอกตรง ๆ ว่ายังไม่มันส์มากเท่าไหร่แฮะ

 

แต่ไม่เป็นไร เพิ่งเดทกันวันสองวัน เราอาจจะยังไม่รู้จักกันดีพอ เบียร์ก็เลยต้องขอพาเธอไปเที่ยวมากขึ้น ทั้งพาไปดูแม่น้ำ

 

พาไปดูภูเขา

 

พาไปดูทะเล

 

ที่สำคัญ เบียร์เชื่อเสมอว่า “รักแท้แพ้ใกล้ชิด” ยิ่งมีเวลาอยู่ด้วยกันมากเท่าไหร่ ยิ่งรู้จักและเข้าใจกันมากขึ้น

 

เพราะบางทีเธออาจจะเป็นภูมิแพ้กรุงเทพก็เป็นได้ เพราะมลพิษมันมากมายเหลือเกิน

 

เลยต้องพาเธอมาสูดอากาศให้เต็มที่ ก่อนจะพาเธอกลับไปซิ่งอีกครั้ง

 

และสิ่งที่เบียร์ทำก็ได้ผล เมื่อเบียร์กลับถึงกรุงเทพ เบียร์รู้สึกได้เลยว่า Nissan Juke นั้น ตอบสนองเท้าเบียร์ขึ้นมาก

 

อัตราเร่งดีขึ้นอย่างน่าแปลกใจ เพราะขนาดเบียร์ใช้แค่โหมด Eco แต่เบียร์ก็สามารถแซงรถยนต์บนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ที่เป็นเลนสวนแค่ 2 เลนได้อย่างรวดเร็ว เหมือนตอนที่ใช้โหมด Normal ตอนขาไป ยังไงยังงั้นเลย

 

ส่วนโหมด Normal และ Sport นั้น ไม่ต้องพูดถึง มันดีขึ้นจนได้ความมันส์กลับมาสมใจเครื่อง 1600 ซีซีจริง ๆ

 

จนอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาดังลั่นว่า “แรงส์ได้อีก”

 

จากทางตรง เบียร์ลองเข้าโค้งด้วยความเร็ว ก็พบข้อดีของ Nissan Juke อีกหนึ่งข้อ คือ รถเกาะถนนดีมาก เรียกว่าเข้าโค้งได้มั่นใจมาก ๆ กับรถที่มีความสูงขนาดนี้

 

ดีกว่ารถ Chevrolet Captiva ที่เบียร์ใช้อยู่อีกหนึ่งคันอย่างเห็นได้ชัด เพราะคันนั้นเวลาเข้าโค้ง รถจะโคลงจนขาดความมั่นใจ

 

อ๋อ ถ้าท่านผู้บริหารบริษัทนิสสัน มอเตอร์เข้ามาอ่าน เบียร์ขอบอกในฐานะลูกค้าประจำนิสสันเลยว่า ถ้า Nissan X-Trail ใหม่ที่จะเปิดตัวขายในปีนี้นั้น มีเครื่องดีเซล และ 7 ที่นั่งนะ เบียร์สัญญาว่าจะขาย Captiva เปลี่ยนเป็น X-Trail ทันทีเลย เอ้า!!

 

สาเหตุหลักที่ Nissan Juke เข้าโค้งได้นิ่งมาก อาจจะเป็นเพราะ Nissan นั้นเลือกที่จะเสริมเหล็กกันโคลงมาให้ Juke ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

 

รวมทั้งขนาดหน้ายางที่กว้างก็มีส่วนช่วยให้รถเกาะถนนได้ดีขึ้น

 

สรุปแล้ว ถ้ารถได้รู้จักและเข้าใจนิสัยการขับของเจ้าของรถแล้ว การขับขี่ก็จะตอบสนองตามที่เจ้าของรถเป็น

 

ดังนั้น อย่าแปลกใจ ถ้าเพื่อน ๆ ไปลองขับ Nissan Juke รุ่นเดียวกัน แต่เจ้าของรถขับไม่เหมือนกัน รถจะให้ความรู้สึกที่ “ต่าง”กัน

นั่นคือ ถ้าคนแรกเป็นคนขับรถช้า หรือขับแต่ในเมือง เจอแต่รถติด Juke คันนั้น จะอืดกว่าปกติ

 

แต่ถ้าอีกคัน เจ้าของขับรถเร็ว เร่งเอา เร่งเอา หรือวิ่งต่างจังหวัดมากกว่าในเมือง รถคันที่สองก็จะพุ่งมากกว่าคันแรกนั่นเอง

 

สำหรับรีวิวการขับ Juke ก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ครับ ในตอนหน้าเบียร์จะพาไปดู feedback เวลาขับ Juke กันครับว่า เบียร์ประสบพบเจออะไรมาบ้าง?

แล้วพบกันในรีวิวตอนที่ 12 ครับ

 

 

 

รีวิว Nissan Juke 1.6V CVT by Biere ตอนที่ 10 “สำรวจปุ่มเกียร์และช่องเก็บของด้านหน้า”

ถัดจาก i-con ในตอนที่ 9 เราลองไล่สายตาลงมาสำรวจคอนโซลด้านหน้าอีกหน่อย  จะมีช่องว่าง ๆ อยู่

 

ส่องเข้าไปชัด ๆ  พบที่วางของพร้อมแผ่นกันลื่น ทำให้รู้โดยทันที ว่าควรจะวางอะไร

 

จัดไป โทรศัพท์มือถือนั่นไง

 

ใกล้ ๆ กันพบช่องเสียบชาร์ตไฟในรถ

 

สามารถชาร์ตไฟได้เลยนะครับ 12V 120W

 

เปิดดูเก๊ะหน้าสักหน่อย แม้จะดูตอนพรีวิวไปแล้ว แต่ดูในงานเปิดตัว มันไม่ชัด งั้นจัดใหม่

 

ก็ลึกดีนะ แต่เสียดายมีชั้นเดียว

 

เพราะใจจริงอยากให้มี 2 ชั้นแบบ Nissan Sylphy ที่เคยรีวิวไว้ใน รีวิว Nissan Sylphy 1.8 V Navi by Biere ตอนที่ 7 “สำรวจอุปกรณ์ด้านหน้า ว่าคุ้มค่าแค่ไหน?” ว่าของ Nissan Sylphy นั้นแยกส่วนชัดเจนดี ถูกใจ 55555+

 

กลับมาดูตรงกลาง กับฐานเกียร์ขนาดใหญ่สีแดงแรงฤทธิ์ ซึ่งเป็นสีมาตรฐานภายใน ไม่ว่าจะเลือกสีภายนอกสีอื่นก็ตาม

 

ซึ่งการออกแบบฐานเกียร์นี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากถังน้ำมันรถ Super Bike อย่าง Ducati

 

สวยงามจริง ๆ ให้ตายสิ ใครไม่ชอบไม่รู้ รู้แต่เบียร์ชอบมาก

 

แวะมาถึงฐานทัพ เอ๊ย ฐานเกียร์แล้ว ก็ขอรีวิวเรื่องเกียร์ก่อนสักนิด ให้เข้าใจตรงกัน

 

โดย Nissan Juke ทั้งรุ่น 1.6E และ รุ่น 1.6V ต่างก็ถูกส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ CVT ตัวเดียวกันนี่แหล่ะครับ ปัจจุบันรถนั่งของนิสสันทุกรุ่นมาใช้เกียร์ CVT กันหมดแล้ว เพราะข้อดีจริง ๆ ของมันคือ การประหยัดน้ำมัน และยังเร่งได้ดีถ้ารู้จักและเข้าใจจังหวะ

เพราะเกียร์ CVT ต่างกับเกียร์ออโต้ทั่วไปตรงที่เกียร์ CVT นั้น”ไม่มีระดับเกียร์ 1 – 2 – 3 แบบเกียร์ออโต้” หรือที่วงการรถยนต์เรียกกันว่าอัตราทดเกียร์ ทำให้มีช่วงเกียร์ที่กว้าง จึงทำให้ประหยัดน้ำมันได้ดีมาก แต่ก็ยังเร่งได้มันส์ถ้ารู้ทันนั่นเอง

 

เพื่อน ๆ ลองสังเกตให้ดี เกียร์ CVT จะไม่มีเกียร์ 2 – 1 แต่มีแค่ L หรือเกียร์ Low ซึ่งไว้ใช้เวลาขึ้นทางชันจัด ๆ เท่านั้น

 

เบียร์เองใช้เกียร์ CVT ของ Nissan มาถึงวันนี้ก็จะ 4 ปีแล้ว ซึ่งรู้จักและเข้าใจมันอย่างดี เบียร์เลยจะบอกว่า สำหรับเกียร์ CVT ของ  Nissan นั้น ใช้เกียร์ D ก็เอาอยู่แล้วครับ แค่รู้จังหวะการเหยียบก็พอแล้ว

อย่างตอนที่เบียร์ขับ Nissan March ไปเที่ยวที่ปาย แม่ฮ่องสอน ตามที่รีวิวไว้ใน รีวิว “ฮันนีมูนที่ ปาย – เชียงใหม่” ตอนที่ 1 เดินทางสู่เมืองปายด้วย Nissan March  เบียร์ก็ไม่ได้ยุ่งกับเกียร์ L เลย เพราะเกียร์ D ก็พาเบียร์ข้ามภูเขาไปเที่ยวที่ปายได้อย่างสบาย ๆ

 

ดังนั้นเรื่องเกียร์ตอนขับขี่ไม่มีอะไรยากครับ  แต่ตอนนี้เบียร์อยากให้เพื่อน ๆ ดูที่หัวเกียร์กันชัด ๆ

 

จะเห็นได้ว่าที่หัวเกียร์มี 2 ปุ่ม สีเทากับสีดำ ถ้าเพื่อน ๆ ขับเกียร์ออโต้เป็นอยู่แล้ว ก็คงรู้ดีว่ามันเอาไว้กดเพื่อปลด Lock ตำแหน่งเกียร์นั่นเอง

 

โดยหลัก ๆ ตำแหน่งที่ต้องกดคือ

จาก P ไป R
จาก N ไป R
จาก R ไป P
จาก D ไป L

 

เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เราเผลอไปโดนคันเกียร์จนเลื่อนไปในตำแหน่งที่อันตรายนั่นเอง โดยเฉพาะเกียร์ถอยหลัง หรือ R จะถูกบังคับให้กดทุกครั้ง เมื่อจะเข้าเกียร์นี้

ซึ่งจริง ๆ แล้ว ถ้าเราจะกดหมดทุกเกียร์ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ กลับยิ่งดีด้วยซ้ำไป

ถัดลงมา จะเห็นปุ่มสีดำขนาดย่อม

 

เพื่อน ๆ ที่ขับ Nissan เกียร์ CVT คงร้องอ๋อ และตอบว่าปุ่ม Sport Mode แน่เลย ก็ต้องบอกว่า“ผิด”ครับ

อาจจะเป็นเพราะ Nissan Juke มีโหมดการขับขี่แบบ Sport ใน i-con อยู่แล้ว ดังนั้น ปุ่มนี้ก็จะเหมือนกับปุ่มในเกียร์อัตโนมัติทั่วไป นั่นก็คือปุ่ม O/D หรือ Over Drive นั่นเอง

ซึ่งปุ่มนี้เอาไว้กดเมื่อเราต้องการแร่งแซงกะทันหันครับ เพื่อบังคับอัตราทดเกียร์ให้พาเราทะยานแซงได้ง่ายขึ้น พอเรากดปุ่มนี้แล้ว จะมีสัญลักษณ์เตือนที่หน้าจอฝั่งวัดรอบเครื่องยนต์ด้วยครับ

 

เมื่อแซงรถข้างหน้าเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมกดกลับด้วยนะครับ อย่าติดใจจนขับเพลินละ ขีดน้ำมันหายจะหาว่าเบียร์ไม่เตือน ^^

และปุ่มสุดท้ายในเกียร์ CVT ครับ อยู่เหนือตัว P บริเวณฐานเกียร์

 

นั่นคือ ปุ่ม Shift Lock ครับ มีหน้าที่ปลด Lock ตำแหน่งเกียร์เวลาจอดรถ 

ต้องเล่าให้ฟังก่อนว่า แรกเริ่มเดิมทีเนี่ย ผู้ผลิตรถยนต์เกียร์ auto นั้น ทำปุ่ม P ซึ่งย่อมาจาก Parking ไว้เพื่อการจอดรถเท่านั้นโดยคุณสมบัติของเกียร์ P จะกันรถไหลอีกชั้นหนึ่งด้วย

แต่ด้วยพื้นที่ที่จำกัด ทำให้ รถยนต์สมัยนี้ไม่สามารถจอดในเลนปกติได้ จึงต้องจอดซ้อนคันกันมากขึ้น ทำให้การจอดรถซ้อนคัน ต้องใช้เกียร์ N จอดเท่านั้น เพื่อให้คันที่เราไปจอดขวางอยู่ สามารถเข็นรถเราให้หลบพ้นทางที่เค้าจะออกได้

 

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ค่ายรถจึงบังคับให้เจ้าของรถ ต้องจอดรถด้วยเกียร์ P ก่อนเท่านั้น เพื่อสร้างความมั่นใจว่า รถท่านได้เข้าเกียร์ที่ถูกต้องในการจอดเรียบร้อยแล้ว

 

หลังจากนั้น เจ้าของรถต้องพิจารณาด้วยตัวเองว่า ควรจอด P หรือ N ตามสถานการณ์ โดยการทำปุ่มนี้ขึ้นมา เพื่อให้ท่านกดปลด Lock จาก P มา N เวลาจอดรถซ้อนคันได้นั่นเอง

ขึ้นตอนการปลด Lock เกียร์ เพื่อจอดซ้อนคัน 

– เข้าเกียร์ P กดปุ่มดับเครื่องยนต์

– ให้เอามือข้างหนึ่งกดปุ่มนี้ค้างไว้นะครับ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็กดปุ่ม Lock คันเกียร์ (ปุ่มที่ 1) แล้วลากคันเกียร์มาไว้ที่ N ครับ

 

หรือชมขั้นตอนในแบบ VDO ที่เบียร์ทำไว้ให้ได้ที่นี่ครับ

 

เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถจอดรถซ้อนคันได้ โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นได้แล้วครับ แต่อย่าลืมตั้งล้อรถให้ตรงและเอาเบรคมือลงด้วยนะครับ

 

ติดกับเกียร์ CVT ก็จะมีที่วางแก้วน้ำ 2 ช่อง ที่เบียร์เคยบอกเพื่อน ๆ ไปในพรีวิวก่อนหน้านี้แล้วว่า เบียร์ชอบมาก

 

เพราะเบียร์แอบเซ็งที่วางแก้วของ Nissan Sylphy นิดนึง ตรงที่มันอยู่ติดกันจนเกินไป ถ้าแก้วหรือขวดน้ำผอม ๆ ก็โอเค แต่พอเจอแก้วอวบ ๆ อ้วน ๆ หน่อยแล้วก็จะคอยเบียดกันอยู่ได้ ทำให้ใช้งานจริงลำบาก

 

ดังนั้นมาทดสอบกันเลย ว่าที่วางแก้วของ Nissan Juke จะถูกใจคนชอบดื่มน้ำตอนขับรถอย่างเบียร์แค่ไหน

เริ่มที่ขวดน้ำเล็กกับน้ำอัดลม อันนี้ถูกใจสบายมาก แยกกันชัดเจน หยิบดื่มง่าย

 

แม้เอาที่ท้าวแขนลงมา ก็ยังไม่เกะกะ

 

สามารถหยิบขวดน้ำเปล่าได้สบาย ๆ

 

หรือแม้แต่กระป๋องน้ำอัดลมก็ไม่เป็นปัญหากับความสูงขนาดนี้

 

คราวนี้ทดสอบด้วยขวดน้ำเปล่าไซส์ 7 บาท และน้ำเปล่าขวดอ้วน ๆ ก็ใส่ได้สบาย ๆ ใช้งานได้ดีตามที่ควรจะเป็น

 

แต่พอเอาที่ท้าวแขนลงมา หายนะบังเกิด  เพราะที่ท้าวแขนกับขวดน้ำมันเบียดกัน เวลาจะหยิบ จะวางค่อนข้างยุ่งยากนิดนึง

 

ปิดท้ายกับแก้วกาแฟจากร้านประจำ ถูกใจมากกับการวางแยกกัน ไม่เบียดกันอีกแล้ว

 

ด้วยความเตี้ยของแก้วกาแฟ เลยรู้สึกว่าแก้วจมไปหน่อย ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ยังหยิบขึ้นมาได้ง่าย เพียงแต่ต้องมั่นใจว่า ฝาที่ปิดนั้นแน่นมากพอ ไม่งั้นงานเข้าเอาง่าย ๆ  55555+

 

แต่พอลองเอาแก้วที่เป็นฝาโดมมาวางด้านหลัง แล้วเอาที่ท้าวแขนลง ก็ดูจะมีปัญหาในการหยิบอยู่นิดหน่อย แต่ยังน้อยกว่าขวดน้ำ

 

สรุปแล้ว ขวดน้ำเปล่าที่สูง ๆ ก็ควรจะไปวางตรงแผงประตูไปเลย

 

ส่วนแก้วน้ำสูง ๆ หรือฝาโดมนั้น ก็ควรมาวางช่องวางแก้วตรงกลางนี่ละ เหมาะสมที่สุด

 

ปิดท้ายด้านหน้ากับที่ท้าวแขน

 

ถึงแม้จะเลื่อนเดินหน้าหรือถอยหลังไม่ได้เหมือน Nissan Sylphy แต่ข้อดีจริง ๆ คือพับเก็บขึ้นไปเลยได้ เพื่อจะได้หยิบขวดน้ำได้สะดวก เอ๊ย ไม่ใช่ เพื่อเปิดพื้นที่ให้โล่ง ยามที่ไม่ต้องการที่ท้าวแขน

 

แต่เมื่อดึงลงมา ก็สามารถเปิดฝาเพื่อเก็บของได้

 

ขนาดใหญ่พอเหมาะเลยทีเดียว

 

เลยกลายเป็นที่วางกล่องแว่นตากันแดดของเบียร์แทน เพราะ Nissan Juke ดันไม่มีที่เก็บแว่นตาบนเพดานมาให้ เสียดายจัง

 

สำหรับการสำรวจฐานเกียร์และช่องเก็บของด้านหน้าก็มีเพียงเท่านี้ครับ ในรีวิวตอนหน้า เบียร์จะพาเพื่อน ๆ ไปขับ Juke กันครับ ว่าจะสนุกขนาดไหน?

ขอบคุณที่เข้ามาอ่าานรีวิวนิสสัน จู๊คของเบียร์นะครับ

 

รีวิว วิธีการจอด Nissan Juke ซ้อนคัน ด้วยเกียร์ว่าง

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ที่ใช้รถ Nissan Juke

มีหลายท่านสอบถามวิธีการจอดรถนิสสัน จู๊คด้วยเกียร์ว่าง (เกียร์ N) เวลาซ้อนคันในที่สาธารณะ ว่ามีวิธีการอย่างไร?

เพราะเมื่อเราเข้าเกียร์ N แล้วดับเครื่องทันที รถจะร้องตลอดเวลา และสั่งให้เข้าเกียร์ P เท่านั้น

มาดูรีวิวขั้นตอนการจอดรถในคลิปกันครับ

หมายเหตุ : วิธีนี้ใช้ได้กับรถเกียร์อัตโนมัติส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรถนิสสัน