คลังเก็บป้ายกำกับ: นิสสัน

รีวิว Nissan Juke 1.6V CVT 2014 by Biere ตอน “เปิดตัว Nissan Juke Speciale”

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

หลังจากที่พี่ชายผมไปรับรถ Nissan Juke มาแล้วตามรีวิว Nissan Juke 1.6V CVT by Biere ตอน “รับรถที่โชว์รูม”นั้น

 

ปัญหาจากการใช้งาน Nissan Juke มาตลอด 1 เดือนตั้งแต่รับรถ ยังไม่เจออะไรใด ๆ ทั้งสิ้น มีแค่ปัญหาเดียวคือ Nissan Juke สีแดงตามท้องถนนมันเยอะมากกกกกกเกินไป

 

นั่นเป็นเพราะ Nissan Juke สีแดงนั้น เป็นสีที่มียอดขายมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากสีขาวเชียวนะ

 

และนี่คือสิ่งที่ทำให้พี่ชายค่อนข้างกังวลว่า ถ้าวันไหนเกิดเบลอ ๆ ต้องมีเผลอขึ้นรถผิดคันอย่างแน่นอน

พี่ชายเลยแอบบอกว่า วันที่ไปรับรถที่โชว์รูมนั้น ได้เห็น Nissan Juke รุ่นพิเศษ ซึ่งก็คือ Nissan Juke Joint Edition ที่นิสสันผลิตมาจำหน่ายรวม 300 คันตั้งแต่งาน Motor Show ที่ผ่านมา และขายหมดลงไปอย่างรวดเร็ว

ซึ่งทันทีที่เห็นนั้น พี่ชายก็คิดขึ้นมาว่า อยากแต่งรถออกมาในรูปแบบนี้

 

แต่จะว่าไป การที่ไปทำสติ๊กเกอร์แบบ Joint Edition นั้น ก็จะไม่ทำให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะคันอยู่ดี เพราะแค่ตัว Joint สีแดงก็มีเป็น 100 คันแล้วที่นิสสันทำออกมา

พี่ชายจึงมอบโจทย์นี้ให้เบียร์รับผิดชอบ ว่าจะแต่งสติ๊กเกอร์แบบไหน รถถึงจะมีเอกลักษณ์พิเศษให้จดจำได้ แต่ต้องทำไม่มากจนเกินไป เพราะไม่อยากให้ดูเหมือนรถแข่งนั่นเอง

 

เบียร์มานั่งคิดอยู่พักนึง ก็นึกถึง Ferrari 458 Speciale ขึ้นมาทันที เพราะม้าลำพองรุ่นพิเศษรุ่นนี้ เพิ่งเปิดตัวไม่นานมานี้ด้วยการติดสติ๊กเกอร์คาดลายสีขาว-น้ำเงินตรงกลางรถ บนตัวถังสีแดง

แม้ทาง Ferrari จะแจ้งว่า เป็นการรำลึกถึงตัวแข่งในอดีตที่ใช้สีนี้ในการแข่งขันจนชนะเลิศ แต่ในฐานะคนไทย ต้องยอมรับว่า มันเป็นสีของธงชาติไทยชัด ๆ

 

ที่สำคัญ สีแดงของ Nissan Juke กับสีแดงของ Ferrari 458 Italia นั้น เป็นสีแดงโทนเดียวกัน การได้ดูตัวอย่างจากภาพของ Ferrari ทำให้เบียร์สามารถ “มโน”ความสวยงามได้ง่ายขึ้น

 

เบียร์จึงนำเสนอไอเดียนี้ให้พี่ชายทันที ซึ่งพี่ชายก็ say yes อย่างรวดเร็ว และให้เบียร์จัดการนำรถไปทำได้เลย

เบียร์จึงติดต่อไปที่ร้าน Tony Wrap ซึ่งเป็นร้านที่เบียร์เคยนำ Nissan March ไป wrap มาก่อนหน้านี้ตามที่เขียนไว้ในรีวิวแปลงโฉม Nissan March ภาค 2 ตอนที่ 6 “เปลี่ยนสีรถใหม่ ให้สดใส และซาบซ่าส์”  เพราะมั่นใจในฝีมือการ wrap ที่ผ่านมาในรถ Nissan March ของเบียร์นั่นเอง

 

โดยคุณโทนี่ เจ้าของร้านได้นัดเบียร์เข้าไปแปลงโฉมในวันที่ 16 มิถุนายน 2014 ที่ร้าน Tony Speed Wrap ซึ่งตั้งอยู่ในห้าง Makro จรัญสนิทวงศ์

 

เบียร์มาถึงก่อนเวลาพอสมควร จนเมื่อเวลาเดินถึง 11 โมงตรงตามที่นัดไว้ ก็ได้เวลาพาน้อง Juke ขึ้นเขียง

 

ส่วนเบียร์ก็มานั่งคอยในห้องรับรองลูกค้าข้าง ๆ ที่มีกระจกมองการทำงานของช่างได้ตลอดเวลา

 

หลังจากปล่อยช่างวางแผนงานได้สักพัก ทางช่างก็ได้เชิญไปดูงานเบื้องต้น และคุยกันเรื่องขนาด และสัดส่วนต่าง ๆ ให้ถูกใจเรามากที่สุด โดยทางช่างก็ได้แนะนำโค้งเว้าต่าง ๆ ให้เหมาะกับรถเราด้วย

 

เมื่อบรีฟงานเรียบร้อย เบียร์ก็เดินกลับมารอที่ห้องรับรองลูกค้า และสายตาดันไปสะดุดหยุดมองเจ้ากรอบป้ายทะเบียนป้ายนี้

 

แหม สีมันช่างเข้ากันพอดีเลยนะ

 

สักพักมองไปที่รถ เห็นฝากระโปรงหน้าเรียบร้อยแล้ว ช่างก็ขยับตำแหน่งไปติดที่หลังคาต่อ

 

ตามด้วยด้านหลังรถ

 

โดยใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง (น่าจะมีพักทานข้าว 1 ชั่วโมงด้วย เพราะคาบเกี่ยวช่วงเที่ยง) ก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมออกมาโลดแล่นสู่โลกภายนอก

 

ออกมาแล้ว เบียร์ก็ขอถ่ายรูปคู่สักหน่อย ความรู้สึกตอนนั้นคิดถึงประโยคนี้เลยจริง ๆ

“ธงชาติและเพลงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย เราจงร่วมใจกันยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช และความเสียสละของบรรพบุรุษไทย”

 

ก็ไม่รู้สินะครับ เห็นหลายคันไปทำสีคล้ายธงชาติของประเทศอื่น แต่เบียร์ว่าทำสีคล้ายธงชาติไทยดูน่าจะภูมิใจมากกว่า

จ่ายเงินค่าทำเรียบร้อย ก็ทะยานออกจากห้าง Makro ทันที

 

ขับออกมาก็รู้สึกว่าแปลกตาไปพอสมควรครับ เมื่อเห็นฝากระโปรงหน้ารถ

 

ทีนี้มาดู Nissan Juke Speciale Version กันแบบเต็ม ๆ ทุกมุมกันบ้างครับ

 

เริ่มที่ฝากระโปรงหน้า

 

สติ๊กเกอร์ที่ใช้เป็นแบบเงา เกรดนำเข้าจากเยอรมันครับ

 

โดยขนาดความกว้างของสีขาวเงา เรายึดจากกระจังหน้ารูปตัว V นั่นเองครับ

 

จากฝากระโปรงหน้าลากเส้นยาวต่อไปถึงหลังคา

 

ต่อเนื่องไปจนถึงด้านหลังตาม concept Speciale

 

ครอบผ่านไฟเบรกดวงที่ 3 แบบนี้

 

ส่วนด้านหลังก็ลงมาแบบนี้ครับ สิ้นสุดหยุดตรงเส้นขอบโครเมียมพอดี

 

มุมมองด้านหลังแบบเต็มคันครับ

 

มุมมองจากด้านบนครับ ไกลแค่ไหนคือใกล้? เอ้ยย ไม่ใช่ ไกลแค่ไหนก็จำรถเราได้แน่นอน

 

ไม่ว่าจะขับอยู่ข้างหน้า

 

หรือตามมาข้างหลัง

 

จับแชะกับพี่ ๆ น้อง ๆ ในบ้านหน่อย

 

หลังจากแต่งเสร็จ หลายคนคงตกใจว่า เฮ้ย ทำไมแต่งน้อยจัง ไม่เหมือนตอนแต่ง Nissan March สีส้มเลย ก็อย่างที่บอกไปข้างต้นนั่นละครับ ว่า Juke คันนี้ไม่ใช่รถเบียร์ เป็นรถของพี่ชาย และจุดประสงค์การแต่งก็บอกไปด้านบนชัดเจนอยู่แล้ว

 

สุดท้ายนี้ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านรีวิวแปลงโฉมเล็ก ๆ น้อย ๆ ใน Nissan Juke คันนี้จนจบครับ

 

แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ

 

 

รีวิว Nissan Juke 1.6V CVT by Biere ตอนที่ 15 “จู๊คยามค่ำคืน”

Nissan Juke ยามค่ำคืน

 

ด้วยการดีไซน์ที่แปลกของไฟหน้า ทำให้ยามค่ำคืนของ Nissan Juke นั้น สังเกตได้ง่าย เห็นไฟแบบนี้มา รู้เลยนี่คือ Nissan Juke

 

ต่างกับรถทั่วไป ที่เห็นแต่ไฟแล้วมองไม่ออกว่าเป็นรถยี่ห้ออะไร รุ่นไหน?

ยิ่งถ้าสมมติว่า เวลาฝนตกหนัก หรือหมอกจัด แล้วเราเปิดไฟตัดหมอกใช้งานด้วยแล้ว  ก็ยิ่งสังเกตง่ายเข้าไปอีก กับไฟ 3 ชั้น ที่เบียร์แอบแซวไปขำ ๆ ว่ายังกะไฟรถทัวร์

 

และด้วยไฟซีนอนแบบปรับระดับอัตโนมัติ ทำให้การเดินทางยามค่ำคืนของ Nissan Juke นั้น มองเห็นทางได้ชัดเจน

 

แต่ถนนเส้นนี้มีไฟทางช่วย ลองมาดูถนนที่มืดมิดกันดีกว่าครับ

แต่จะมืดขนาดไหนอ่ะหรอ? ก็ลองดูแล้วกันว่า นี่คือภาพจริงที่เบียร์ปิดไฟหน้าแล้วถ่ายรูป

 

เปิดไฟดูสิ

 

ลองดูมุมมองที่เบียร์เห็น

 

เปิดไฟตัดหมอกดูสิ สว่างขึ้นไหม?

 

แล้วไฟสูงละ เป็นยังไง?

 

ทดสอบไปทดสอบมา ชักกลัวแฮะ เกิดพลาดโดนปล้น จะไม่มีโอกาสมาเขียนรีวิว

เลยตัดสินใจลองเลี้ยวกลับรถ เพื่อดูการปรับความสูง-ต่ำของไฟหน้าแบบอัตโนมัติไปด้วย

 

เปิดไฟสูงเช็คทางหน่อย เผื่อมีใครแอบอยู่มืด ๆ

 

ความสว่างในการใช้งานจริง ถือว่า โอเคเลยครับ แต่ข้อเท็จจริงของไฟซีนอนคือ ด้วยความที่เป็นแสงสีขาว อาจจะทำให้เวลาฝนตกหนักนั้นมองไม่เห็นทาง ซึ่งเบียร์เคยขับรถที่เปลี่ยนมาติดไฟซีนอนยามฝนตกแล้ว เหนื่อยมาก จนต้องตัดสินใจเลี้ยวจอดรอฝนหยุดที่ปั๊มข้างทางแทน

แต่นั่นคือ ไฟซีนอนที่ปรับแต่งมา ไม่รู้ค่า K ที่แท้จริง (รถคนอื่น)

ส่วนไฟซีนอนแท้จากโรงงานนิสสันของ Juke นั้น เบียร์ยังไม่มีโอกาสได้ทดสอบให้ทราบ เพราะช่วงนี้ไม่มีฝนตกลงมาให้ลองเลยนั่นเอง

 

ส่วนมุมมองกระจกมองข้างก็เหมือนตอนกลางวันครับ มองชัดเจน เปลี่ยนเลนได้ง่าย

 

ทีนี้มาดูแสงในรถบ้างครับ

 

สีสันยามค่ำคืนภายในนั้นสวยงาม และสบายตาดีมากอยู่แล้ว

 

ที่แผงประตูคนขับจะมีไฟแค่สวิตซ์กระจกไฟฟ้าด้านคนขับเท่านั้นนะครับ ถ้าจะเปิดด้านอื่นต้องคลำเอา

 

ส่วนแผงปุ่มกระจกมองข้างปรับไฟฟ้านั้น มืดสนิทครับ สว่างแค่ปุ่มพับกระจกเท่านั้น เผื่อฉุกเฉิน พี่มอไซค์ซิ่งมาข้าง ๆ ยามรถติดตอนกลางคืน (เพราะเดี๋ยวนี้รถติดทุกเวลา)  ก็หาปุ่มพับได้ง่ายไม่ต้องคลำแต่อย่างใด

 

ส่วนที่ปุ่มสตาร์ทและตำแหน่งเกียร์ ก็มีไฟสีส้มบอกชัดเจนครับ สวยงามมาก

 

แต่พอมาเปิดฝากระโปรงหลังยามค่ำคืน ค่อนข้างมืดครับ แม้จะใส่ไฟสัมภาระหลังมาให้แล้ว แต่กำลังไฟไม่สูง และมีเพียงข้างขวาข้างเดียวครับ

 

สำหรับรีวิวยามค่ำคืนของเจ้าจู๊คก็จบลงเพียงเท่านี้ครับ

ในตอนหน้า เบียร์จะมารีวิวอัตราการกินน้ำมัน และบทสรุปของ Nissan Juke ซึ่งเป็นรีวิวตอนสุดท้ายครับ

แล้วพบกันนะครับ

รีวิว Nissan Juke 1.6V CVT by Biere ตอนที่ 14 “เปิดดูประตูท้าย ว่าได้อะไรบ้าง?”

ออกจากเบาะหลัง เดินมาสำรวจด้านท้ายกันบ้าง

 

วิธีเปิดฝากระโปรงหลัง เบียร์ได้สอนไปตั้งแต่รีวิวตอนต้น ๆ แล้วว่าเปิดอย่างไร?  เราก็ลองเปิดดูกันเลยครับ

 

ก็จะเจอพื้นที่เก็บของประมาณนี้

 

ลองวางกระเป๋าเดินทาง และกระเป๋าโน้ตบุ๊คดู

 

จะว่าไป พื้นที่แค่นี้ ใช้นั่งชมวิวก็พอได้อยู่

 

จะว่าไป การมานั่งปล่อยตัว ปล่อยใจมองทะเล ฟังเสียงคลื่นซัดบนห้องสัมภาระหลังของน้องจู๊คนี่มันมีความสุขจริง ๆ นะครับ

 

เพราะทำให้เบียร์ได้เห็นประโยชน์ของไฟท้ายทรงบูมเมอแรงของน้องจู๊คก็ตอนนี้แหล่ะ ว่ามันไม่ได้แค่สวยงามสไตล์สปอร์ตเท่านั้น แต่มันยังใช้วางเครื่องดื่มตอนนั่งชิลล์ได้อีกด้วย 55555+

 

แม้ด้วยพื้นที่ห้องสัมภาระที่เห็น มันอาจจะดูไม่เพียงพอ แต่น้องจู๊คนั้นยังสามารถพับเบาะหลังเพิ่มพื้นที่ได้อีก แบบ 60:40 (ซ้าย 60% , ขวา 40%) โดยวิธีพับนั้น ให้เพื่อน ๆ หาหมุดที่เบาะหลังให้เจอ

โดยหมุดของเบาะซ้าย ก็จะอยู่ด้านซ้ายสุดของเบาะ

 

จากนั้นให้ดึงหมุดขึ้นมา แล้วผลักเบาะไปข้างหน้า

 

เบาะซ้ายก็จะพับไปแบบนี้  (พื้นที่เบาะที่พับคือ 60%)

 

หรือถ้าเราอยากพับเฉพาะเบาะขวา ก็หาหมุดที่อยู่ขวาสุด

 

ใช้วิธีเดียวกันกับข้างซ้ายเลย จัดการดึงหมุดขึ้นมา

 

แล้วผลักเบาะไปข้างหน้า

 

เบาะก็จะพับลงไปแบบนี้

 

ซึ่งประโยชน์ของการแยกพับเบาะ เหมาะกับการที่เราต้องขนของขนาดใหญ่ หรือยาว แต่เรายังต้องการให้ผู้โดยสารท่านที่ 3 นั่งโดยสารได้อยู่นั่นเอง

แต่ถ้าเราต้องการขนของขนาดใหญ่จริง ๆ และไม่มีคนนั่ง ก็สามารถพับเบาะลงทั้ง 2 ข้างได้เลย

 

แต่เบียร์ไม่ค่อยเห็นคนใช้ขนของกันหรอก ส่วนใหญ่คนที่มีลูก มักใช้ปูที่นอนให้ลูกนอนมากกว่า ว่าม่ะ?

 

และเมื่อเราต้องการพับเบาะกลับมาเหมือนเดิมนั้น ง่ายดายมากครับ เพียงแค่ดึงเบาะขึ้นมา แล้วเอาสายเข็มขัดนิรภัยหลบเบาะแบบนี้

 

แล้วก็ปล่อยเบาะไปปกติ ไม่ต้องออกแรงดัน เบาะก็จะกลับเข้าล็อคเองอย่างแน่นหนา

 

กลับมาที่ห้องสัมภาระกันต่อ จำได้ไหมครับ? ที่เบียร์พรีวิวเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ว่า Nissan Juke มีดีตรงที่เก็บของแบบ 2 ชั้น

โดยให้เราดึงแผ่นวางสัมภาระขึ้นก่อน และสอดเข้าไปตามร่องแบบนี้ ก็จะพบกับที่วางของชั้นที่สองนั่นเอง

 

ข้อดีที่เบียร์มองเห็นได้ทันที คือ การวางแยกประเภทของได้ โดยเฉพาะสุภาพสตรีที่นิยมสะสมรองเท้าไว้ในรถ ซึ่งก็ไม่รู้จะขับไปเปิดท้ายขายของหรืออย่างไร พกกันทีแน่นรถไปหมด

คู่นี้ใช้ขับรถ คู่นี้ใส่เดินตลาดแฉะ ๆ คู่นี้ใส่เดินห้างหรู ๆ  คู่นี้ใส่เข้าที่ทำงาน คู่นี้ใส่ทานข้าวกับแฟน ไม่รู้จำกันได้ยังไง สุดยอดจริง ๆ เบียร์ว่าสักวันต้องเบลอเอาคู่ที่ใส่ไปเดินตลาด ใส่เข้าห้องนอนแน่ ๆ 555555+

แซวสาว ๆ มาเยอะ เริ่มค้อนเบียร์กันละ มาม่ะ มาต่อ ซึ่งข้าวของอีกอย่างที่เหมาะจะอยู่ในช่องแห่งความลับช่องนี้ ก็คือ กับข้าว ของสด หรือของที่อาจจะเปียกชื้นได้

 

มันไม่ใช่แค่เก็บเพื่อกันกลิ่นที่จะเข้ารถนะครับ เพราะเรื่องกลิ่น บางทีมันก็กันไม่ได้จริง ๆ แต่ประโยชน์ที่แท้จริงคือ ถ้าถาดวางของเปื้อน เราสามารถดึงถาดนี้มาล้างทำความสะอาดข้างนอกได้นั่นเอง

 

และเมื่อดึงถาดออกมาแล้ว เราจะพบกับยางอะไหล่ของ Nissan Juke นั่นเอง

 

เอาออกมาดูกันม่ะ เริ่มด้วยการดึงฝานี้ออกมาก่อน

จากนั้นก็หมุนตัวล็อคยางออก

 

ออกแล้ว

 

ยกออกมาดูกันดีกว่า

 

ชื่อเขียนชัดเจนว่า Spare Tire หรือยางสำรอง

 

ระบุยี่ห้อ Maxxis

 

ขนาดแตกต่างกับล้อจริงของ Nissan Juke อย่างสิ้นเชิง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะขนาดของพื้นที่เก็บมีจำกัด และจะว่าไป มันก็เป็นแค่ยางสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉินที่ใส่ชั่วคราวเพื่อวิ่งเอายางจริงไปปะหรือเปลี่ยนเท่านั้นเอง

 

ส่วนข้อจำกัดของยางอะไหล่คือ ห้ามวิ่งเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาที่ใช้ยางนี้อยู่

 

กลับมาดูที่ถาด ก็จะเจอเครื่องไม้เครื่องมือฉุกเฉินสำหรับแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

 

หยิบชิ้นนี้มาดูหน่อย เอาไว้ทำอะไร?

 

เจ้าห่วงอันนี้ มีหน้าที่ไว้เป็นขอเกี่ยว เวลาที่รถวิ่งไม่ได้ และต้องอาศัยรถลาก มาลากน้อง Juke ของเรานั่นเองครับ

 

โดยการใส่ห่วงอันนี้ เราก็จะมาใส่กับช่องด้านหน้ารถ ช่องนี้ครับ แต่ช่องมันปิดอยู่ ทำไงดี?

 

ง่าย ๆ เลย เดินกลับไปที่ถาด แล้วหยิบตัวนี้ออกมา

 

และเอาปลายแบนมางัดตรงช่องเล็ก ๆ เบา ๆ เท่านี้เอง

 

ออกมาละ

 

ส่องเข้าไปในรู จะเจอเกลียวอยู่

 

ก็เอาห่วงนี้สอดใส่เข้าไป

 

จากนั้นก็หมุนเข้าไปให้แน่นหนา

 

เท่านี้ก็เรียบร้อย สามารถเอาตะขอมาเกี่ยวเพื่อลาก Nissan Juke ได้แล้ว

 

ดูกันอีกสักชิ้น

 

เหล็กตัวนี้สำหรับใช้ถอดน็อตล้อรถนั่นเองครับ เวลาต้องเปลี่ยนยางฉุกเฉิน เช่นยางรั่ว ยางแตก เป็นต้น

 

สำหรับห้องสัมภาระท้ายก็มีเพียงเท่านี้ครับ

ในตอนหน้าเบียร์จะพาไปดูเจ้าจู๊คในเวลากลางคืนครับ ว่าจะสว่างไสวเพียงใด

แล้วพบกันครับ

 

รีวิว Nissan Juke 1.6V CVT by Biere ตอนที่ 12 “เสียงลือ เสียงเล่า เวลาเราขับจู๊ค”

ตลอดการใช้งาน Nissan Juke นั้น เพื่อน ๆ รู้ไหมครับว่าเบียร์เจออะไร?

 

เบียร์เจอความโดดเด่นของน้อง Juke จากผู้คนรอบข้างอย่างชัดเจนครับ ไม่ว่าจะขับอยู่ หรือแวะจอดที่ไหน สายตาส่วนใหญ่ของผู้คนแถวนั้นต้องเหลียวมองน้อง Juke อย่างเห็นชัดเจน

 

เพื่อน ๆ เคยขับรถสปอร์ตไหมละครับ? ถ้าเพื่อน ๆ เคยขับ หรือมีใช้อยู่แล้ว เพื่อน ๆ จะรู้ว่า เวลาขับรถสปอร์ตไปจอดที่ไหน สายตาคนมองเพื่อน ๆ ยังไง ก็มองน้อง Juke อย่างนั้นนะแหล่ะ

 

แต่ Nissan Juke ต่างจากรถสปอร์ตตรงที่ราคานั้นเอื้อมถึงได้ง่าย เอ๊ย นั่นมันชัวร์อยู่แล้ว 55555+

จุดต่างจริง ๆ คือ ความเป็นรถ Sport Crossover นี่แหล่ะ เพราะเบียร์บอกได้เลยว่า Nissan Juke คือ รถสปอร์ตที่เหมาะกับถนนเมืองไทยอย่างที่สุด

เพราะเวลาขับไปเจอหลุม เจอบ่อ เจอถนนลูกรัง อย่าว่าแต่รถสปอร์ตเลย แค่รถธรรมดาคุณก็ยังต้องขับช้า คอยระวังเลย แต่นิสสัน จู๊คไม่ใช่อย่างนั้น คุณสามารถขับมันลุยไปได้เลย หลุมบ่อ ลูกรังไม่มีสะทกสะท้าน

 

ซึ่งยากที่จะหารถเท่ ๆ ที่ดูสปอร์ตจนโดดเด่นเกินใคร แต่ยังขับขี่ด้วยความสบายใจ และมีความสุข

 

ถ้าเป็นคนเล่น Facebook เจอแบบนี้ ก็ต้องกระทืบ Like ให้เลยทีเดียว

 

และจะว่าไป การที่ Nissan Juke ตกเป็นเป้าสายตานั้น มันไม่ใช่แค่การถูกจ้องมองอย่างเดียวนะครับ แต่คนส่วนใหญ่ที่มอง มักจะยืนวิพากษ์วิจารณ์กันด้วย

เบียร์เลยต้องทำตัวเนียน เดินหายไป แล้วรีบกลับมาแอบฟัง

ว่าแต่อยากได้ยินไหมครับ ว่าเบียร์ได้ยินอะไรมาบ้าง?

“เฮ้ย นิสสัน จู๊ค เว้ยเฮ้ย อะไรนะ อ๋อ รักนะ จู๊ค จู๊ค”

 

“ไปดูมาแล้ว ราคา 8 แสนกว่า นี่ผมว่าจะซื้อให้ลูกขับไปเรียนอยู่”

 

“ไปดูที่ศูนย์มา ไม่มีรถให้ลองเลย อยากขับดูจัง”

 

บางคนไม่วิจารณ์เปล่า เดินมาส่องที่รถเลย หน้าแนบชิดติดหน้าต่าง ถ้าขโมยได้ เบียร์ว่าเค้าขโมยไปแล้ว 55555+

 

“มันมีแค่ 2 ประตูเองนะ เข้าออกลำบากอ่ะสิ” 

พอได้ยินประโยคนี้ สิ่งที่เบียร์ทำคือ รีบเดินไปที่ประตูหลัง แล้วทำท่าแบบนี้ทันที 55555+

 

จากนั้นเบียร์ก็แกล้งหันไปมองคนที่พูดว่า Juke มีแค่ 2 ประตู ก็เห็นเค้าตกตะลึง จนอึ้ง ๆ ไปนะ ^^

 

ไหน ๆ แกล้งมาทำเนียนเปิดประตูหลังแล้ว เดี๋ยวตอนหน้าเบียร์จะพาสำรวจเบาะหลังกันเลยดีกว่า ว่าเป็นอย่างไร?

แล้วพบกันตอนหน้าครับ

กดปุ่มดับเครื่อง Nissan Juke ตอนขับรถ เครื่องยนต์จะดับไหม?

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

เนื่องด้วยปุ่มสตาร์ทและดับเครื่องยนต์ของ Nissan Juke นั้นอยู่ด้านซ้ายมือ ทำให้หลายคนมีความกังวลว่า ถ้ามือไปโดนปุ่ม หรือมีลูก ๆ หลาน ๆ จอมซนไปกดปุ่มนี้ ตอนที่รถ Juke วิ่งอยู่ เครื่องยนต์จะดับไหม? แล้วจะเป็นอันตรายหรือเปล่า?

ไปชมคำตอบในคลิปรีวิวกันเลยครับ