รีวิวร้าน “นิยาย” Story Cafe Garden เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

สวัสดีครับเพื่อนๆ

เพื่อน ๆ ชอบอ่านหนังสือกันไหมครับ?

เบียร์รู้ครับว่า คนไทยอ่านหนังสือไม่เกิน 7 บรรทัด เพราะมีโควตาได้แค่นั้น คิคิ

แต่เพื่อน ๆ ที่ติดตามรีวิวของเบียร์คงไม่ใช่คนไทยแบบนั้นแน่ ๆ เพราะรีวิวแต่ละตอนของเบียรนี่ยาวและละเอียดเหลือเกิน ถ้าไม่ชอบอ่าน คงต้องขอผ่านแน่นอน

ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ ชอบอ่านหนังสือ โดยเฉพาะนิยาย ไม่ว่าจะแนวไหนก็ตาม ขอให้เป็นแนวที่เราชอบก็เถอะ สิ่งที่เรารู้สึกเมื่อได้อ่านนิยายเล่มนั้นก็คือ “ความเพลิดเพลิน” ที่เราจะถูกนิยายผูกใจเราไว้ให้อยู่กับเรื่องราวที่ถูกเขียนขึ้นมาอย่างดี เรียกว่า เผลอแป๊ปเดียวอ่านจบเล่มเฉยเลย

ซึ่งต่างจากหนังสือเรียน ที่เราเริ่มอ่านไม่กี่หน้า ก็ง่วงเสียแล้ว 55555+

วันนี้เบียร์จะพาเพื่อน ๆ ไปอ่าน“นิยาย”อีกเล่มนึงในรูปแบบร้านกาแฟ ว่าแล้วก็เปิดอ่านกันเลยครับ ว่าจะเพลินเพลินเจริญใจขนาดไหน

โดยนิยายเล่มนี้ เอ้ย ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยทุ่งมังกร 8 ครับ โดยถนนทุ่งมังกร 8 นั้น จะอยู่ในเขตตลิ่งชันใกล้ ๆ ถนนพุทธมณฑลสาย 1 นั่นเองครับ

โดยถนนเส้นนี้มาจากได้หลายทิศทาง เช่น ถนนบรมราชชนนี ถนนสวนผัก

แต่ถ้าอธิบายง่าย ๆ เบียร์แนะนำให้เพื่อน ๆ มาทางถนนบรมราชชนนีขาเข้ากรุงเทพครับ ขับเลยทางเข้าถนนพุทธมณฑลสาย 1 มาหน่อยเดียว ก็จะเจอป้ายบอกทางไปถนนทุ่งมังกรก็เลี้ยวซ้ายมาเลยครับ

จากนั้นวิ่งมาเรื่อย ๆ ไม่ไกล มองหาซอยทุ่งมังกร 8 แล้วเลี้ยวขวามาทันทีครับ

 

เข้าซอยทุ่งมังกร 8 มาไม่ไกล ร้านจะอยู่ทางขวามือครับ ถ้าเพื่อน ๆ ใช้ GPS หรือ Google Maps นำทาง ก็นำเลขพิกัดนี้ 13.788788 , 100.429292 ใส่ลงไป ก็จะมาเจออาคารสวย ๆ อาคารนี้

พอเห็นปุ๊ป ก็เลี้ยวขวาเข้าร้านได้เลยครับ

 

เข้ามาแล้วพบว่ามีที่จอดรถกว้างขวางมากทีเดียวครับ

 

เลือกจอดกันได้ตามสะดวกเลยครับ เบียร์จอดตรงนี้เลยแล้วกัน ว่างพอดี ติดทางเข้าร้านด้วย

 

จอดรถเรียบร้อย ก็เจอสวนสวย ๆ แนว English Garden รอต้อนรับอยู่ครับ

 

เพื่อน ๆ พร้อมจะอ่านนิยายเล่มนี้แล้วหรือยังครับ? ถ้าพร้อมแล้ว เข้าประตูไปอ่านกันเลย

 

เดินเข้ามา ก็พบว่า นิยายเล่มนี้ ดึงดูดสายตาเบียร์ให้ติดตาตรึงใจไปเรียบร้อยแล้ว เพราะถูกใจกับสไตล์การตกแต่งร้านเข้าอย่างจัง จนอยากเข้าไปดูต่อว่าข้างในจะเป็นอย่างไร?

 

เข้าไปดูด้านในกันครับ

 

พอเข้าไปแล้วก็บอกได้เลยว่าบรรยากาศร้านแบบนี้ น่ารักมากกกกกกก

 

โดยเฉพาะโต๊ะโซนนี้ ที่เบียร์ชอบมากเป็นการส่วนตัว

 

เพราะมันได้อารมณ์ Garden สุด ๆ

 

แต่ถ้าเพื่อน ๆ ชอบแนวน่ารัก ๆ หน่อย ที่นั่งภายในร้านก็ดูจะเหมาะเอามาก ๆ

 

หรือภายนอกร้านก็ยังมีที่นั่งให้เลือกหลากหลายครับ เรียกว่า น่านั่งไปหมดเลยจริง ๆแต่ถ้าเพื่อน ๆ มาช่วงเย็น ๆ ก็ควรนำยากันยุงที่ร้านวางเตรียมไว้ให้บนโต๊ะทาแขน ทาขาซะด้วยนะครับ เพื่อความปลอดภัยต่อร่างกายของเราครับ

 

พอได้โต๊ะที่ถูกใจแล้ว ทางพนักงานในร้านก็เอาเมนูมาให้ดูถึงที่ครับ

 

เลือกกาแฟเรียบร้อย ก็เลือกเค้กต่อเลยครับ

 

ที่นี่มีอาหารด้วยนะครับ

 

ใครหิวก็เลือกสั่งได้เลย

 

เสียดายว่าเบียร์พึ่งทานข้าวก่อนมาที่นี่แล้ว ตอนนี้เลยอยากทานเค้กมากกว่า แต่พอดูเมนูแล้วตัดสินใจไม่ได้ เดินไปดูของจริงดีกว่าครับ

 

มีพายฟักทองด้วย

 

พอได้เค้กที่ต้องการแล้ว ก็เดินไปสั่งที่เคาน์เตอร์ครับ

 

สั่งแล้ว ก็เดินกลับมาที่โต๊ะ น้องพนักงานก็เดินตามเอาน้ำเปล่ามาเสิร์ฟให้ถึงที่เลยครับ

 

ซึ่งถ้าไม่พอ เราก็ไปเติมน้ำเพิ่มได้ตรงนี้เลยครับ ดูสีแปลก ๆ คล้ายสีชา เพราะทางร้านผสมชาใส่เข้าไปให้ด้วยนั่นเองครับ

 

ดื่มน้ำเรียบร้อย เค้กก็มาเสิร์ฟก่อนเลยครับ

 

เริ่มที่เค้กส้มครับ ราคา 90 บาท

 

ต่อด้วยสตรอเบอรี่ชีสเค้กครับ ราคา 100 บาท (สีดูไม่เหมือนสตรอเบอรี่เลยเนอะ)

 

ต้องบอกว่า ชิมแล้วอร่อยทั้ง 2 รสเลยครับ

จากนั้นลาเต้เย็น (ราคา 70 บาท) ก็ตามมาติด ๆ ครับ

 

พอดูดแล้ว พูดได้เลยว่า รสชาติโอเคครับ ผสมกับบรรยากาศชิลล์ ๆ ที่มีลมพัดมาเย็น ๆ ก็ทำให้การนั่งอ่านนิยายเล่มนี้ มีความสุขมาก จนไม่อยากกลับเลยครับ

 

อิ่มแล้ว ไปเดินชมบรรยากาศบริเวณร้านกันหน่อยครับ

 

โดยอาคารสูง ๆ ที่ติดกันกับตัวร้านนั้น เป็นโรงเรียนสอนภาษาและสอนเต้นให้น้อง ๆ ครับ

 

ส่วนโซนนี้จะสอนศิลปะครับ โดยมีชื่อว่า บ้านสลัดศิลป์

และยังเป็นที่ตั้งของห้องน้ำด้วยครับ

ว่าแล้วก็เข้าไปสำรวจดูซะเลย โดยที่ตัวอาคารจะมีป้ายเล็ก ๆ บอกอยู่ครับ เราก็เดินเลี้ยวซ้ายไปตามป้ายเลย

 

โดยเดินไปตามแนวไม้ไผ่ ก็จะเจอห้องน้ำสะอาดให้บริการอยู่ 2 ห้องครับ

 

สรุปแล้ว ร้านกาแฟที่ชื่อ”นิยาย” ร้านนี้ เป็นนิยายที่อ่านแล้วเพลิดเพลินเจริญตาจริง ๆ ครับ จนเบียร์สัญญากับตัวเองไปเรียบร้อยแล้วว่า ต้องกลับมาที่นี่อีกรอบแน่นอน

โดยเฉพาะเมนูอาหารที่อยากกลับมาลองทานดู เพราะสังเกตได้ว่า โต๊ะรอบข้างที่เบียร์นั่งนั้น สั่งอาหารมาทานกันแทบทั้งนั้นเลย

และที่สำคัญ ถ้าเพื่อน ๆ ชอบถ่ายรูปสวย ๆ ไม่ว่าจะ selfie หรือจะ portrait ที่นี่คือ สถานที่ที่เหมาะสมมาก ๆ ครับ เพราะมีมุมสวย ๆ ให้เลือกถ่ายเพียบ!!

 

แต่ถ้าเพื่อน ๆ จะมาตามรอยรีวิวนิยายบายเบียร์นั้น ก็อย่ามาในวันพุธนะครับ เพราะร้านเค้าปิดทุกวันพุธนั่นเองครับ

ส่วนวันอื่นเลือกวัน-เวลากันมาตามสะดวกครับเพราะถ้าเป็นวันจันทร์ – ศุกร์ ร้านเปิด 10.30 – 19.30 ครับ

แต่ถ้าเป็นเสาร์-อาทิตย์ จะเปลี่ยนเป็น 09.00 – 18.00 ครับ

ก็เป็นอันจบการรีวิวเรียบร้อยครับ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านรีวิวของเบียร์นะครับ

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์กับเพื่อน ๆ สามารถ Like และ share ต่อได้เลยนะครับ เบียร์ยินดีครับ

แล้วอย่าลืมเข้ามาติดตามรีวิวอื่น ๆ ได้ที่ www.reviewbybiere.com และ http://www.facebook.com/reviewbybiere นะครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *