รีวิวงาน Nissan 360 Asia & Oceania ตอนที่ 3: ย้อนอดีตของ Nissan กับ Zama Heritage Collection

ย้อนอ่านตอนที่ 2 :  สัมผัสความมันส์ในงาน Nismo Festival

 

หลังจากสัมผัสความเร็วแรงของ Nissan ในงาน Nismo Festival เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลานั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปดูอดีตของ Nissan กันบ้างครับ

 

โดยวันนี้ เบียร์เดินทางมาที่โรงงาน Nissan Zama Operation ซึ่งเคยใช้เป็นโรงงานผลิตรถยนต์ Nissan มาก่อน จนเปลี่ยนมาเป็นโรงงานผลิตแบตเตอรี่ และสุดท้ายก็ได้ปรับพื้นที่เป็น Zama Heritage Collection ซึ่งใช้เป็นโรงเก็บรถยนต์ขนาดใหญ่ของ Nissan ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันกว่า 400 คันครับ

 

ซึ่งรถทั้งหมดนั้น ส่วนนึงมาจากการได้รับบริจาคจากเจ้าของรถคันนั้น ๆ มาให้ Nissan ดูแลรักษา โดยสิ่งที่น่าทึ่งคือประมาณ 70% ของรถที่จอดอยู่ สามารถสตาร์ทรถ เอาออกมาขับได้ตามปกติครับ

 

แต่ก่อนจะเข้าไปชมนั้น ก็ต้องมานั่งฟังประวัติของ Nissan กันก่อน ทำให้รู้ว่า บริษัทรถยนต์ Nissan นั้น มีมามากกว่า 80 ปีแล้ว

 

หลังฟังจบ ก็ได้เวลาเดินเข้าสู่โรงเก็บรถขนาดใหญ่ของ Nissan ครับ

 

โดยก่อนจะเข้าไป ก็จะเจอกับต้นแบบรถไฟฟ้าก่อนเลย โดยเป็นการนำ Nissan Tiida 5 ประตูมาทดลองทำครับ

 

และเริ่มพบกับน้ำจิ้มเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เป็นรุ่นที่สำคัญในอดีตทั้งนั้น เช่น รถ Datsun , Nissan Cherry และ Nissan Sunny ครับ

 

สิ่งที่น่าภูมิใจคือ โรงเก็บรถแห่งนี้ ยังไม่ได้เปิดเป็นโรงเก็บรถแบบสาธารณะนะครับ ผู้ที่เข้ามาชมได้ ต้องได้รับการเชิญอย่างเป็นทางการจาก Nissan Motor เท่านั้น

เพราะปัจจุบัน บริเวณโดยรอบยังใช้เป็นสถานที่ทำงานของพนักงานนิสสันอยู่ ซึ่งแน่นอนว่า การให้คนนอกเข้ามาดูได้ง่ายนั้น อาจจะส่งผลต่อความลับในการปฏิบัติงานภายในบริษัทครับ เพราะตอนเดินทางเข้ามา ทางนิสสันก็ขอความร่วมมือว่า อยากให้ถ่ายภาพเฉพาะในโรงเก็บรถนี้เท่านั้น

 

และเมื่อประตูถูกเปิดออก ก็พบห้องเก็บรถขนาดใหญ่มากจริง ๆ ครับ

 

คิดดูสิครับ รถตั้งแต่ปี 1933 ยังถูกจอดแสดงอยู่เลย

 

ทรงรถสมัยนั้น เป็นสไตล์นี้แทบทั้งหมด

 

ซึ่งทาง Nissan ได้เขียนคำบรรยายรุ่นและประวัติไว้ให้ทราบทั้งหมดครับ ทำให้เรารู้จักรถเหล่านี้มากขึ้น

 

ที่สำคัญยังทำให้รู้ด้วย ว่า Nissan เคยมีความร่วมมือกับบริษัทใดบ้าง เพื่อทำรถออกมาจำหน่าย อย่างเช่น การร่วมมือกับบริษัท Austin จากอังกฤษ

 

หรืออย่าง Prince Motor ที่ได้ผลิตรถถวายให้กับสำนักพระราชวังของญี่ปุ่น โดยรถคันนี้เคยเป็นรถส่วนพระองค์ของเจ้าชายมาก่อนครับ

 

สง่างามจริง ๆ

 

นอกจาก Nissan แล้ว เพื่อน ๆ น่าจะเคยได้ยินชื่อ Datsun กันมาบ้าง ซึ่งรถ Datsun นั้น ขายควบคู่กับ Nissan มาตลอด เพียงแต่จะใช้ชื่อ Datsun กับรถยนต์ขนาดเล็กและรถกระบะเป็นหลักครับ

 

ส่วนชื่อ Nissan นั้น จะใช้กับรถยนต์ขนาดใหญ่แทนครับ

 

โดยยุคแรก ๆ นั้น Datsun จะเขียนว่า Datson ครับ แต่ด้วยคำว่า Son ในภาษาญี่ปุ่นนั้น มันสื่อความหมายไม่ดีครับ เพราะมันจะแปลออกมาว่า “ความล้มเหลว”

 

ด้วยเหตุนี้ ทาง Nissan เลยเปลี่ยนชื่อจาก Datson เป็น Datsun แทนครับ โดยมีความหมายว่า กระต่ายวิ่ง นั่นทำให้ยุคหนึ่ง Datsun จึงมีโลโก้รูปกระต่ายวิ่งอยู่บนฝากระโปรงด้วยครับ

 

เดินดูกันต่อครับ

 

สมัยก่อนสีนี้เป็นที่นิยมครับ เบียร์ว่าดูอ่อนหวานและหรูหราดีครับ

 

แม้แต่รถที่เกี่ยวข้องกับมหกรรมการกีฬา ก็ยังมีจอดโชว์ครับ

 

โดยรถคันนี้คือรถ Datsun Bluebird 1300 ปี 1968 ซึ่งเป็นรถที่ให้นักกีฬาญี่ปุ่นใช้ในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ในปี 1968 ที่เม็กซิโกครับ พอแข่งเสร็จ ทีมนักกีฬาก็เพ้นท์รถกันอย่างสนุกสนานทีเดียวครับ เพราะปีนั้นประเทศญี่ปุ่นคว้าเหรียญทองมาได้ถึง 11 เหรียญ / เหรียญเงิน 7 เหรียญ และเหรียญทองแดง 7 เหรียญครับ

 

ส่วนรถคันนี้คือ Nissan Cedric Special ปี 1964 ครับ

 

เป็นรถที่ใช้ถือคบเพลิงในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ปี 1964 ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพครับ

 

ภายในรถมีที่วางคบเพลิงครับ


 

เดินมาอีกหน่อย ก็พบกับตระกูล Skyline ครับ

 

สียอดนิยมซะด้วย

 

โอ้ว Skyline GT-R

 

หน้าชัด ๆ

 

เป็นรถที่มีประวัติมายาวนานจริง ๆ

 

นอกจาก Skyline แล้ว Skyway ก็มีนะ ^^

 

มาดู Fairlady กันบ้างครับ

 

ร้อนแรงด้วยสีแดงทั้งคัน

 

จอดโชว์กันเพียบเลย




 

มาดูความคลาสสิคกันครับ


 

ตามด้วยรถสปอร์ตคูเป้อีกหนึ่งรุ่นของ Nissan นั่นก็คือ Silvia นั่นเอง

 

เป็นรถปี 1966 โอ้ว เกิดก่อนเบียร์จะลืมตาดูโลกใบนี้ตั้ง 15 ปี!!


 

หรือจะรถเล็ก ๆ สีแสบตาอย่าง Nissan Cherry ก็มีจอดอยู่ในนี้ด้วย


 

แต่ถ้าชอบรถเล็กจริง ๆ มาดู Nissan Pao ดีกว่าครับ น่ารักมาก ๆ

 

หรือจะเป็น Nissan Figaro ก็ได้ ในเมืองไทยมีวิ่งกันหลายคันอยู่ครับ


 

เดินไปเดินมา เลยได้เห็นว่า รถของนิสสันนี่มันมีมากมายหลายรูปแบบจริง ๆ


 

ชอบประตูของ Nissan Prairie จริง ๆ ประตูหลังเปิดเหมือนรถตู้ จะเข้าหรือจะออกก็สะดวกสบายสุด ๆ


 

ก็อย่างว่าแหล่ะครับ บริษัทเปิดมาไม่ต่ำกว่า 80 ปีนี่นา ผลิตภัณฑ์ย่อมมีหลากหลายเป็นเรื่องธรรมดา

 

เดินถึงจุดนี้ เริ่มขยับมาช่วงปีที่เบียร์เกิดแล้ว



 

อุ้ย Nissan Pulsar ก็มี




 

Nissan Silvia S13 รหัสนี้ เริ่มคุ้นตาแล้ว


 

หันไปเจอบั้นท้ายของ Skyline รุ่นคุณปู่ รุ่นคุณทวด เลยทำให้เข้าใจว่า เอกลักษณ์ไฟท้ายโดนัทนี่มีมายาวนานแล้วจริง ๆ แถมยังรักษาไว้ได้จนปัจจุบัน

 

ยิ่งเข้ามาที่นี่ เรียกได้ว่า เห็นรถรุ่น Skyline และ Skyline GT-R น่าจะครบทุกยุค ทุกสมัยเลยแหล่ะครับ






 

ที่สำคัญ รถตระกูล GT-R รุ่นหลังๆ  ได้เป็นรถคู่ใจของพระเอกหนุ่ม Paul Walker จากหนัง Fast & Furious ในหลายภาค ทำให้รถ GT-R เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น





 

ที่นี่ไม่ได้มีแค่รถธรรมดา เพราะรถแข่งก็ยังมีจอดเก็บไว้เหมือนกัน







 

คันนี้กำลังเข็นเข้ามาจอดเก็บพอดีเลย ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเจอกันเมื่อวานที่งาน Nismo Festival ครับ

 

เดินมาเจอ Nissan Mid-4 II เครื่องยนต์วางกลางลำ มองแล้ว หน้าตาคล้าย ๆ กับ Honda NSX แต่พอเห็นแล้ว ต้องเสียดาย เพราะไม่ได้ทำมาขายจริง เนื่องจากการเงินของนิสสันสมัยนั้นไม่ค่อยดี เพราะถ้าทำออกมาขาย เบียร์ว่า Honda NSX ไม่ได้เกิดแน่ ๆ

 

เดินไปเดินมา เริ่มได้เห็นรถที่คุ้นตามากขึ้น เพราะเบียร์ได้เกิดมาบนโลกใบนี้แล้วนั่นเอง มองแล้วก็คิดถึงวันเก่า ๆ ที่เราเริ่มรู้จัก Nissan ในคำนิยามว่า “เพื่อนที่แสนดี”


 

อย่างเช่น Nissan Cefiro คันนี้ ที่จำได้ว่า ยอดจองถล่มทลายมาก ๆ ด้วยสไตล์รถซีดานขับเคลื่อนล้อหลัง ที่กลายเป็นรถยอดนิยมของขาซิ่งนักดริฟท์ในเมืองไทยไปตลอดกาล

 

จนเปลี่ยนโฉมใหม่ จากสายสปอร์ตกลายเป็นรถหรูหราไปเรียบร้อย


 

ส่วนใครที่ชอบ Nissan Fairlady 300ZX ก็คงมีความสุข เมื่อได้ยืนอยู่ตรงนี้


 

ส่วน Nissan 350Z ก็มีให้ดูทั้งรุ่น Coupe

 

และรุ่นเปิดประทุน


 

ช่องจอดมีหลายแถวมาก เรียกได้ว่าเดินดูทั้งวัน ส่องมันทุกคันก็ไม่มีอันเบื่อ




 

และแล้วเบียร์ก็มาสะดุดหยุดอยู่ที่ Nissan March K11 ซึ่งถือเป็น Nissan March โฉมที่ 2

 

เลยต้องแวะถ่าย selfie กันหน่อย

 

จากนั้นก็เดินมาเจอ“จอมพลังที่ถูกขังอยู่ในกรง” Nissan March K10 โฉมแรกตัวแรงแห่งยุค ที่มีชื่อเสียงเรียงนามว่า Matchy March

 

จากที่แค่ยืนแอบดูอยู่เมื่อวาน แต่วันนี้ได้อยู่ใกล้ ๆ เลยทีเดียว


 

แถมใกล้ ๆ เจ้า Matchy นั้น ยังมีรถนิสสันที่ขายในปัจจุบันจอดโชว์อยู่ด้วย ถือว่าได้ชมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันจริง ๆ

 

เดินมาสุดอาคาร เจอกับรถไฟฟ้าคันทดลองโฉม Nissan CUBE และ Nissan Leaf ที่เป็นรถตำรวจจอดอยู่เคียงคู่กัน

 

แต่ยังไม่ทันเดินต่อไป ทางผู้ดูแลของ Nissan ก็แจ้งว่า ได้หมดเวลาลงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งบอกได้เลยว่า เสียใจมาก เพราะการอยู่ในนี้ มันเพลิดเพลิน เจริญใจจริง ๆ

 

เพราะยังมีรถอีกมากมาย ที่เบียร์ยังไม่ได้สัมผัส และถ่ายรูปให้จุใจเลย

 

แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์อันล้ำค่ามากครับ ที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมโรงเก็บรถของ Nissan ครั้งนี้ หวังไว้ในใจเสมอว่า ถ้าได้รับเชิญอีกครั้ง จะไม่มีวันปฏิเสธโดยเด็ดขาด

เพราะถือว่าเป็นสถานที่ที่สุดยอดจริง ๆ ที่เก็บรวบรวมรถยนต์ในอดีตมาจนถึงปัจจุบันให้เราได้สัมผัสประวัติความเป็นมา และได้เห็นคุณค่าของการพัฒนารถยนต์

และที่สำคัญ นอกจากสถานที่จะสุดยอดแล้ว เพื่อนร่วมทริปอีก 4 คนที่มาเดินชมอยู่ด้วยกันก็ยังสุดยอดอีก

1. พี่จิมมี่ แห่ง Headlightmag.com
2. คุณเพียว เจ้าของ Car Club Thailand
3. น้องเบ๊บ แชมป์ Nissan GT Academy ปี 2014
4. น้องเมี่ยง แชมป์ Nissan GT Academy ปี 2015

ดีใจที่ได้เจอและรู้จักกับทุก ๆ คนเลยนะครับ

ก็เป็นอันจบการย้อนเวลา ตามหาอดีตของ Nissan เรียบร้อยครับ และเตรียมตัวเดินทางต่อสู่อนาคตในรีวิวหน้าครับ ที่เบียร์จะมาเล่าให้เพื่อน ๆ อ่านว่า Nissan มีโครงการจะออกรถแบบไหนต่อไปในอนาคต

แล้วพบกันครับ ไม่นานเกินรอแน่นอนครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *