รีวิว Nissan Sylphy 1.8 V Navi by Biere ตอนที่ 5 “สำรวจเบาะหลัง เพื่อจะได้นั่งอย่างผู้บริหาร”

 

หลังจากสำรวจฝากระโปรงหลังอันกว้างใหญ่ในตอนที่ 4 ไปเรียบร้อยแล้ว ในตอนที่ 5 เรามาสำรวจเบาะหลังกันก่อนเลยดีกว่าครับ

ซึ่งมือเปิดประตูหลังของ Nissan Sylphy นั้น เป็นแบบโครเมียม ซึ่งเบียร์สัมผัสแล้ว ให้ความรู้สึกเดียวกับมือเปิดประตูของ Nissan Teana เลยทีเดียว

 

เปิดประตูออกมาดูเลยดีกว่า

 

แผงประตูหลังของ Sylphy จะให้โทนสีและอารมณ์ที่แตกต่างจากประตูคู่หน้า เพราะไม่มีลายไม้มาข้องเกี่ยวแม้แต่เพียงนิดเดียว

 

มีที่วางแก้วมาให้ด้วย

 

เมื่อดูที่ Leg Room หรือช่องที่วางขาสำหรับผู้โดยสารด้านหลังนั้น มีความกว้างมากอย่างเห็นได้ชัด เพราะเบียร์เองได้ปรับเบาะคนขับสำหรับผู้ชายสรีระส่วนสูง 175 ไว้แล้ว และไม่ได้ปรับเบาะเลื่อนไปข้างหน้าแต่อย่างใด

 

ในรุ่น V ทั้ง 1.6 และ 1.8 รวม 3 รุ่น จะได้เบาะหนังหนานุ่มขอบชีสเป็นอุปกรณ์มาตรฐานครับ โดยจะเป็นหนังแท้ในส่วนที่เราสัมผัสเวลานั่งครับ แต่ส่วนอื่นจะเป็นหนังสังเคราะห์ครับ

 

โดยเบาะหลังจะมีหัวหมอนรองศีรษะมาให้ 2 ใบ ซ้ายและขวา

 

โดยหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุน เอ๊ย หมอนรองศีรษะทั้ง 2 ใบ สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ด้วยการกดปุ่มนี้ แล้วเอาอีกมือดึงหมอนขึ้น-ลงได้ตามชอบเลยนะครับ หรือจะถอดหมอนออกไปเลยก็ยังได้

 

ถ้าเป็นคนตัวสูง ก็ปรับขึ้นมาได้เลยแบบนี้ จะได้นั่งสบาย ๆ

 

ในด้านความปลอดภัย นิสสัน ซิลฟีทุกรุ่นใส่เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดมาให้ในเบาะหลังถึง 3 ตำแหน่ง สำหรับ 3 คนที่นั่งหลัง

 

ซึ่งเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ก็จะเหมือนการคาดเข็มขัดของเบาะหน้าครับ คือจะเป็น 3 เหลี่ยมแบบนี้ ทั้ง 3 ที่นั่ง จะให้ความปลอดภัยได้ดีเทียบเท่ากันทุกที่นั่งครับ

 

เพราะอย่างในนิสสัน อัลเมร่านั่น เบาะหลังจะให้แบบ 3 จุดมาเพียง 2 ที่นั่งซ้าย-ขวา ส่วนที่นั่งกลาง จะเป็นแบบ 2 จุด เอาไว้คาดเอวเท่านั้นครับ

 

ส่วนตรงกลางเบาะ ถ้าไม่มีมือที่ 3 มานั่งด้วยแล้วละก็ เราสามารถดึงลงมาเพื่อวางแขนหรือวางแก้วน้ำได้อีก 2 ใบนะครับ

 

หรือจะดึงลงมาอีกชั้นก็ได้ให้ราบเรียบแบบนี้

 

ซึ่งสามารถเอาไว้วางของได้ตามใจเราแบบนี้

 

ที่สำคัญ มันยังเป็นที่เปิดช่องสำหรับให้เราหยิบของจากฝากระโปรงหลังได้ โดยไม่ต้องลงจากรถอีกด้วย

 

สำรวจเบาะหลังแล้ว ลองนั่งดูเลยดีกว่า

 

ซึ่งถ้านั่งแบบตัวตรง ๆ ชิดกับเบาะเลย ด้วยความสูงของเบียร์ขนาด 175 เซนติเมตร ก็จะพบว่า เส้นผมของเบียร์แตะเข้ากับ Head Room หรือเพดานของรถพอดีเป๊ะ

 

แต่ความจริง เวลานั่งรถด้านหลัง เราจะไม่ได้นั่งชิด ตัวตรง ผมตั้งขนาดนี้ แต่เรามักจะปล่อยตัวลงมาเล็กน้อย เพื่อผ่อนคลาย ซึ่งเมื่อเบียร์ได้ลองนั่งในท่าของการโดยสารจริง ๆ แล้วก็จะเป็นแบบนี้

 

ซึ่งหัวเบียร์ก็จะห่างจาก Head Room หรือเพดานของรถพอสมควร

 

ลองมองไปข้างหน้า จะเห็นว่า ที่ด้านหลังของเบาะหน้าจะมีช่องให้ใส่เอกสารหรือหนังสือได้

 

พอก้มมาดูตรงกลาง ก็ต้องดีใจอย่างสุดขีด เพราะ Nissan Sylphy มีช่องแอร์หลังมาให้ด้วย

 

ซึ่งต้องบอกว่ามันดีมากเลย เพราะช่วยกระจายความเย็นให้คนนั่งหลังได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ซึ่งโดยส่วนตัวเบียร์ชอบแอร์หลังมากกกก ชอบตั้งแต่สมัยที่ได้ใช้ Nissan Teana แล้ว

 

จากแอร์หลัง เบียร์แหงนมามองบนเพดานด้านข้างซ้ายฝั่งที่นั่งอยู่ เบียร์ก็เห็นว่า Nissan Sylphy มีโทรศัพท์มาให้ด้วย 1 เครื่อง

 

แว๊กกกก ไม่ใช่โทรศัพท์ มันคือมือจับสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ที่สามารถพับตัวเองเก็บได้นั่นแหล่ะครับ อยากใช้ก็ดึงลงมาเท่านั้นเอง

 

หันมาดูอีกฝั่งก็เจอมือจับเช่นเดียวกัน แต่ทำไมมันไม่เหมือนกันนะ

 

เมื่อซูมมาดูชัด ๆ ก็ถึงบางอ้อ เพราะมันคือ “ตะขอ” เอาไว้เกี่ยวหรือแขวนอะไรตามใจชอบนั่นเอง ซึ่งปกติรถคนไทยส่วนใหญ่ก็มักจะชอบแขวนเสื้อผ้าไว้ที่ฝั่งนี้ นิสสันจึงใส่ตะขอมาให้เราใช้แขวนอะไรได้เพิ่มขึ้นนั่นเอง

 

ก้มลงมามองวิวที่หน้าต่างดูสิ กว้างขวางดีจัง

 

โดยนิสสัน ซิลฟีนั้นมีกระจก“โอเปร่า” หรือกระจกที่หกมาให้ด้วยในด้านหลัง เพิ่มมุมมองให้มากขึ้น และดูหรูหราประดุจรุ่นพี่อย่างนิสสัน เทียน่าเลยทีเดียว

 

มองต่ำลงมาจะพบที่วางแขนขนาดใหญ่พร้อมบุหนังไว้ให้เรียบร้อย โดยมีช่องไว้สำหรับดึงประตูเพื่อปิด แถมยังใส่ของเล็ก ๆ น้อย ๆ เอาไว้ได้อีกด้วย

 

ส่วนปุ่มสีดำเอาไว้กดกระจกหน้าต่างขึ้น-ลง ซึ่งหน้าต่างหลังของนิสสัน ซิลฟีนั้น ไม่สามารถกดกระจกลงได้สุดครับ จะลงได้เพียงเท่านี้

 

นั่นเป็นเพราะติดฐานล้อหลัง จึงทำให้เปิดได้ไม่สุดนั่นเอง

 

และด้วยบอดี้ของนิสสัน ซิลฟี ที่ออกแนวหรูหรา ประดุจรุ่นพี่ใหญ่อย่างนิสสัน เทียน่า คุณผู้บริหารทั้งหลาย สามารถซื้อมาแล้วจ้างคนขับรถได้เลยทันที

 

ด้วยราคาเพียงแค่ 6 หลัก คุณสามารถประหยัดงบไปได้มากมายเลยนะ เพราะอารมณ์ของซิลฟี ตอบสนองความสุนทรีย์ให้คุณได้จริง ๆ

 

บางคนอ่านถึงตรงนี้แล้ว อาจจะแปลกใจว่า เฮ้ย ถ้าจะนั่งเป็นผู้บริหาร ควรจะซื้อนิสสัน เทียน่าสิ ถึงจะได้อารมณ์อย่างแท้จริง ซึ่งเบียร์ไม่เถียงครับ เพราะภาพลักษณ์หรูหรา ไฮโซของแท้นั้น ต้องยกให้พี่เทียน่าจริง ๆ เพราะตอบโจทย์ได้ครบถ้วนของชีวิตแบบผู้นำในระดับ Executive

 

แต่เบียร์เชื่อว่ายังมีคนอีกมากมาย ที่มีความรู้สึกว่า มันเกินความจำเป็นไปหน่อยที่จะต้องใช้รถที่มีความสูงทั้งราคา และจำนวนซีซีของเครื่อง ทั้ง ๆ ที่เค้าเหล่านี้ก็มีเงินมากพอที่จะ support ได้ แต่สู้เก็บเอาไว้ใช้ในด้านอื่นไม่ดีกว่าหรอ?

 

ซึ่งเบียร์ขอยืนยันเลยว่า นิสสัน ซิลฟี คือการตอบโจทย์ของคนกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี และแน่นอนด้วยภาพลักษณ์ของซิลฟีเองก็พิสูจน์ด้วยตัวของเบียร์เองในวันหนึ่งที่เบียร์ขับซิลฟีไปรับภรรยาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

 

เมื่อเบียร์จอดรถที่หน้าประตูห้าง เบียร์เห็นภรรยาพูดคุยกับยามก่อนขึ้นรถ ซึ่งไม่รู้ว่าพูดอะไรกัน เพราะนั่งในรถซิลฟี มันช่างเงียบและเก็บเสียงเสียเหลือเกิน พอพูดกันจบแล้ว ยามก็เปิดประตูหน้าข้างคนขับให้ภรรยาเบียร์ขึ้นรถทันที

พอภรรยาขึ้นรถมาแล้ว เธอก็อมยิ้ม และบอกเบียร์ทันทีว่า

“เมื่อกี้ยามเค้าจะเปิดประตูหลังให้นะ แถมบอกอีกว่า เชิญครับคุณผู้หญิง เลยบอกเค้าว่า ประตูหน้าดีกว่าค่ะ?”

เบียร์อดขำไม่ได้ ที่ตัวเองกลายเป็นแค่คนขับรถ แต่ก็อมยิ้มที่นิสสัน ซิลฟีได้พิสูจน์ตัวเองอย่างชัดเจนว่า สามารถเอามาเป็นรถผู้บริหารได้อย่างสบาย ๆ

 

เพราะสำหรับผู้บริหาร เวลาทุกนาทีเป็นสิ่งที่มีค่ามาก การจะมาใช้สมาธิขับรถในเมืองกรุงเป็นชั่วโมงหรือสองชั่วโมง จะทำให้เสียเวลาไปเปล่า ๆ สู้เอาเวลาช่วงเดินทาง มานั่งคิดงาน ทำงานหรืออ่านข่าวจะดีกว่า

 

และเมื่อเรานั่งอ่านข่าวไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดหมาย พอรถจอดสนิทปุ๊ป เราก็เปิดประตูปั๊ป แต่ประตูกลับเปิดออกไม่ได้!!! ทั้งที่รถไม่ได้ล็อคแต่อย่างใด!!

 

ในขณะที่กำลังเครียดว่าจะออกจากรถยังไงดี คนขับรถก็เดินมาที่ประตูหลัง และเปิดประตูออกให้เราได้อย่างง่ายดายเฉยเลย

 

นี่แหล่ะ เคล็ดลับของรถผู้บริหารทั่วไป ประตูหลังเปิดเองไม่ได้ครับ ต้องให้คนขับรถหรือเจ้าหน้าที่ของสถานที่นั้น ๆ มาเปิดประตูให้ จะได้ดูดีและมีเกียรติ 55555+

แซวเล่นครับ ความจริงคือ ประตูรถมันติด “ล็อคเด็ก” เอาไว้

แล้วล็อคเด็ก คืออะไร?

ฟังค์ชั่นการล็อคเด็กนี้มีมานานแล้วครับ เรียกว่ามีกับรถ 4 ประตูทุกคันเลยก็ว่าได้ (ดูจากรถ 4 ประตูที่เบียร์มีโอกาสได้ขับในรอบ 16 ปีที่ผ่านมา) โดยผู้ผลิตรถยนต์ได้ทำขึ้น เพื่อป้องกันน้อง ๆ ที่นั่งอยู่ด้านหลัง เปิดประตูรถเองในขณะที่รถวิ่งอยู่ หรือ เปิดประตูโดยไม่ได้ดูภายนอกก่อนว่ามีรถวิ่งมาหรือไม่?

ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ เกิดขึ้นได้ในกรณีที่รถไม่ได้ล็อคประตูอยู่ หรือน้อง ๆ อาจจะเผลอไปกดปลดล็อคประตูด้วยตัวเอง

ดังนั้น ผู้ผลิตจึงทำตัวล็อคนี้ขึ้นมา เพื่อป้องกันการเปิดประตูจากภายในครับ คราวนี้รถจะล็อคหรือไม่ล็อค น้อง ๆ ก็ไม่สามารถเปิดประตูได้เองครับ ต้องให้ผู้ใหญ่หรือคุณพ่อ คุณแม่มาเปิดประตูให้จากภายนอก

ซึ่งเพื่อน ๆ หลายคนที่ไม่รู้จัก “ล็อคเด็ก” ก็จะงงและคิดว่าประตูหลังเสีย จึงรีบขับรถเข้าศูนย์นิสสันทันที ซึ่งก็จะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ครับ เพราะเพื่อน ๆ สามารถแก้ปัญหาง่าย ๆ ด้วยตัวเพื่อน ๆ เอง โดยล็อคเด็กจะอยู่ตรงกลางบริเวณปลายประตูหลังของทั้ง 2 ข้าง

 

โดยตัวล็อคที่ประตูไหน ก็จะสามารถล็อคได้ที่ประตูนั้นประตูเดียวครับ อย่างในภาพคือตัวล็อคประตูหลังขวา

 

วิธีใช้ คือ ถ้าเราจะล็อคเด็ก ไม่ให้ประตูเปิดจากข้างในได้ ให้เราเลื่อนสลักไปทางซ้ายมือ หรือให้อยู่ในตำแหน่ง Lock

 

แต่ถ้าเราต้องการเอาออก หรือประสบปัญหาประตูหลังเปิดจากข้างในไม่ได้ เราก็แค่เลื่อนสลักไปทางขวามือ ไม่ให้อยู่ในตำแหน่ง Lock นั่นเอง

 

หรือดูคลิปที่เบียร์ทำไว้ก็ได้ครับ

 

ซึ่งเบียร์ขอย้ำอีกครั้งว่า ล็อคเด็กมีเฉพาะประตูหลัง 2 ประตูเท่านั้น และมีให้ล็อคประตูใคร ประตูมัน ดังนั้น ถ้าจะล็อค ก็ต้องไปกดทั้ง 2 ประตู ในทางกลับกัน ถ้าจะปลดล็อคออก ก็ต้องไปปลดล็อคให้ครบทั้ง 2 ประตูครับ ง่ายไหมครับ? แค่นี้เอง

 

สำหรับการสำรวจเบาะหลังก็หมดลงแต่เพียงเท่านี้ครับ พบกันใหม่ตอนหน้า เบียร์จะพาเพื่อน ๆ ไปสำรวจเบาะหน้าพร้อมปรับท่าทางในการขับขี่กันครับ

ถ้าพร้อมแล้ว อ่านต่อได้เลยที่ รีวิว Nissan Sylphy 1.8 V Navi by Biere ตอนที่ 6 “สำรวจเบาะหน้า เพื่อปรับท่าการขับขี่”

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์กับเพื่อน ๆ สามารถ Like และ share ต่อได้เลยนะครับ เบียร์ยินดีครับ

แล้วอย่าลืมเข้ามาติดตามรีวิวอื่น ๆ ได้ที่ www.reviewbybiere.com และ www.facebook.com/reviewbybiere นะครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *