รีวิว การตั้งค่าจออัจฉริยะ Nissan March รุ่น VL , EL

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ผู้ใช้รถ Nissan March รุ่น VL และ EL ทุกท่าน

 

หลังจากที่เบียร์เคยรีวิวความสามารถของหน้าจออัจฉริยะที่มีให้เฉพาะรุ่น EL และ VL ไปก่อนหน้านี้แล้วที่ รีวิว NISSAN MARCH VL CVT 2010 by Biere มันคุ้มค่าแค่ไหน…ที่เฝ้ารอ?

แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับการตั้งค่ามากนัก และก็มีเพื่อน ๆ หลายคนที่ใช้งานจริงก็สอบถามถึงการตั้งค่าแบบเจาะลึกเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ

 

เพราะบางทีหน้าจอก็เตือนอะไรขึ้นมา เพื่อน ๆ ก็ไม่สามารถแก้ไขได้ ต้องเสียเวลาขับรถไปที่ศูนย์นิสสันอีก ทั้งที่จริง Nissan เองได้มอบความสะดวกสบายมาให้พวกเราด้วยการตั้งค่าได้เองแบบง่าย ๆ อยู่แล้ว

เบียร์จึงขอจัดรีวิวการตั้งค่าจออัจฉริยะแบบจัดเต็มมาให้อ่านกันครับ ไปดูกันเลยดีกว่าครับ

 

โดยก่อนที่เราจะเข้าไปตั้งค่าหรือกดดูอะไรในจอได้นั้น เราต้องทราบก่อนว่า ปุ่มกดดูนั้น ตั้งอยู่ตรงไหน

 

พิกัดก็คือ เจ้า 2 ปุ่มกลม ๆ ที่ตั้งอยู่ใต้ช่องแอร์ด้านคนขับ หรืออยู่เหนือปุ่มตั้งกระจกมองข้างนั่นแหล่ะครับ

 

โดยเราจะกดปุ่มซ้ายที่เป็นสี่เหลี่ยม หรือปุ่มขวารูปวงกลมนั้น เราไม่ต้องมานั่งเดาเลย เพราะด้านล่างหน้าจอแต่ละหน้าจอจะบอกเราเองอยู่แล้วว่า เราต้องกดปุ่มไหน

 

เช่นหน้าจอนี้ ถ้าเรากดปุ่มซ้ายหรือปุ่มสี่เหลี่ยมก็คือการ Enter หรือเข้าสู่เมนูนั้นนั่นเอง

 

แต่ถ้าเราต้องการเลื่อนไปเมนูถัดไป ก็กดปุ่มขวารูปวงกลมแทนครับ

ง่ายสุด ๆ ไปเลย เพราะตำแหน่งของปุ่มทั้งสองก็วางอยู่ในตำแหน่งซ้ายขวาตามที่หน้าจอบอกไว้อยู่แล้ว

 

 

ส่วนการเข้าสู่เมนูตั้งค่านั้น เราสามารถเข้าได้ด้วยการกดปุ่มซ้ายหรือปุ่มสี่เหลี่ยมมาเรื่อย ๆ จนเจอหน้านี้ครับ

 

แต่….การตั้งค่าได้นั้น ต้องทำตอนรถจอดเท่านั้นนะครับ ไม่สามารถทำตอนรถวิ่งได้ เพื่อความปลอดภัยของเราครับ

เพราะถ้าเพื่อน ๆ ฝืนทำ ก็จะมีคำเตือนจากหน้าจอขึ้นมาแบบนี้ครับ และเราไม่สามารถตั้งค่าอะไรได้เลย จนกว่าจะจอดสนิท

 

เรามาไล่ดูทีละหน้ากันเลยครับว่ามีอะไรบ้าง ด้วยการกดปุ่มขวารูปวงกลม 1 ทีเพื่อให้แถบสีดำลงมาที่คำว่า Alert แล้วกดปุ่มซ้ายรูปสี่เหลี่ยมเพื่อเข้าสู่การตั้งค่าในหน้านี้ครับ

 

ก็จะมาเจอหน้านี้ครับ

 

โดยในเมนู Alert นี้ จะมีการตั้งค่าอยู่ 2 ส่วน คือ
1. Timer
2. ICY

มาดูเมนูแรกครับ Timer ด้วยการกดปุ่มขวารูปวงกลม 1 ที เพื่อให้แถบสีดำลงมาที่คำว่า Timer และกดปุ่มซ้ายรูปสี่เหลี่ยมเพื่อเข้าสู่การตั้งค่า Timer ครับ

 

เมื่อเข้ามาก็จะเจอหน้านี้ครับ

 

โดยการตั้งค่าในส่วน Timer นั้น จะเป็นการตั้งค่าในรูปแบบจำนวนชั่วโมงครับ เช่นในภาพ 2.0h ก็คือ 2 ชั่วโมงครับ ถ้าเราอยากเปลี่ยน เราก็กดปุ่มขวารูปวงกลม 1 ที มาที่คำว่า Setting ครับ

 

จากนั้นให้กดปุ่มซ้ายรูปสี่เหลี่ยม 1 ทีครับ ก็จะเข้ามาหน้านี้

 

ซึ่งถ้าเราจะเปลี่ยนค่า ก็กดปุ่มขวารูปวงกลมครับ ตัวเลขก็จะเปลี่ยน เช่นหน้านี้คือ 2.5h หรือ 2 ชั่วโมงครึ่ง

 

พอกดปุ่มขวารูปวงกลมอีกทีก็เป็น 3 ชั่วโมง

 

ถ้าเรายังไม่พอใจอีกก็กดปุ่มขวารูปวงกลมต่อเนื่องได้อีก เช่น รูปนี้คือ 6 ชั่วโมงไปเลย

 

แต่ถ้าเราไม่อยากตั้งค่านี้เลย ก็กดปุ่มขวารูปวงกลมวนไปจนหน้าจอกลายเป็น 0.0h คือ ไม่ต้องเตือนเลย ง่ายดี

 

แต่ถ้าเพื่อน ๆ ได้ตัวเลขชั่วโมงที่ต้องการแล้ว ก็ให้กดปุ่มซ้ายรูปสี่เหลี่ยมแทนครับ ก็เป็นอันเรียบร้อย

 

ตั้งค่า Timer เรียบร้อยแล้ว เพื่อน ๆ ก็บอกว่า เอ้า สอนมาตั้งนาน แล้วมันตั้งเพื่ออะไรละคร้าบบคุณเบียร์ ก็จะบอกว่า ในส่วน Timer นั้น คือการตั้งค่าเตือนเราให้พักเบรกจากการขับรถครับ

โดยเมื่อถึงเวลาที่กำหนด เช่น 2 ชั่วโมง เรายังขับรถต่อเนื่องอยู่ หน้าจอก็จะเตือนขึ้นมาเป็นรูปถ้วยกาแฟแบบนี้ครับ เพื่อให้เราจอดพักบ้าง อะไรบ้าง

 

ซึ่งเป็นลูกเล่นให้เราได้ตั้งค่าเตือนตัวเราเอง บางทีเดินทางไกลแล้วขับเพลิน ๆ จะได้พักรถ พักคนบ้าง เช่น เราตั้งใจว่าจะขับไม่เกิน 3 ชั่วโมง ก็ตั้งไว้ซะ ก็จะช่วยเตือนเราได้ครับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เวลาที่มันเตือนขึ้นมา ไม่ได้บังคับว่าเราต้องพักเดี๋ยวนั้น หรือรถเราเป็นอะไรนะครับ

เพราะทราบมาว่า เพื่อน ๆ บางท่านจะตกใจ กลัวรถเป็นอะไร ดังนั้น ถ้าไม่อยากใช้งานในส่วนนี้ก็ตั้งค่าเป็น 0.0h แทนครับ จะได้ไม่ต้องมีรูปกาแฟมาขึ้นให้ตกใจครับ

 

ทีนี้กลับมาดูในส่วนของเมนูถัดไป ด้วยการกดปุ่ม back กลับมาที่หน้านี้ครับ ก็จะพบกับเมนู ICY ก็ให้กดปุ่มขวารูปวงกลมไปที่คำว่า ICY และกดปุ่มซ้ายรูปสี่เหลี่ยมเข้าไปดูกันเลยครับ

 

ก็จะเจอกับหน้านี้ครับ

 

ในส่วนของการตั้งค่า ICY นั้น ก็จะมีเพียง “เปิด” หรือ “ปิด” การเตือนเท่านั้น โดยกดปุ่มขวารูปวงกลม 1 ที มาที่คำว่า Setting แล้วกดปุ่มซ้ายรูปสี่เหลี่ยมเพื่อเข้าไปเปลี่ยนค่า

 

ในหน้านี้คือ เปิดการเตือนอยู่ ถ้าเราอยากให้เตือนก็กดปุ่มซ้ายรูปสี่เหลี่ยม 1 ทีเพื่อตกลง

 

แต่ถ้าเราอยากปิด ไม่ให้มันเตือน ก็กดปุ่มขวารูปวงกลม 1 ที เพื่อเปลี่ยนเป็นคำว่า OFF แล้วค่อยกดปุ่มซ้ายรูปสี่เหลี่ยมเพื่อยืนยัน

 

ซึ่งค่า ICY นั้นคือ การแจ้งเตือนเมื่ออุณหภูมิภายนอกลดต่ำกว่า 3 องศาเซลเซียสครับ โดยจะขึ้นเตือนแบบนี้

 

แน่นอนว่า ในเมืองไทย คงไม่มีโอกาสได้ใช้ครับ เพราะหน้าหนาวนี่หายากเหลือเกินสำหรับชาวเมือง ยกเว้นอยู่บนดอย อาจจะพอมีโอกาสบ้าง

แต่ถ้าถามว่า ควรเปิดให้เตือนไหม เบียร์จะแนะนำว่า “ควรเปิด”ครับ ไม่ใช่เพราะเผื่อเจอหน้าหนาวที่กำลังจะผ่านเข้ามานะครับ แต่ให้เปิดเผื่อเซนเซอร์การจับอุณหภูมิผิดปกติครับ

 

เพราะบางทีถ้าเซนเซอร์สกปรก หรือเสีย การจับอุณหภูมิจะเพี้ยนครับ ส่งผลให้แอร์รถเราซึ่งเป็นแอร์อัตโนมัติจะร้อนครับ!!

เพราะแอร์จะทำงานร่วมกับเซนเซอร์วัดอุณหภูมิ โดยเพื่อน ๆ สามารถตรวจได้ที่หน้าจออัจฉริยะหน้านี้ครับ ว่าอุณหภูมิผิดปกติไปหรือไม่? เช่น ข้างนอกร้อนจะตาย แต่หน้าจอบอกว่า 16 องศาแบบนี้ เป็นต้น!!

 

จบในส่วน Alert เรียบร้อยแล้วนะครับ คราวนี้เรากด back กลับมาที่หน้าหลักครับ เพื่อมาดูเมนูต่อมา คือ Time Setting

 

เมื่อกด enter เข้ามาแล้ว ก็จะพบว่า มี 3 เมนูให้ตั้งค่าหน้าจอครับ

1. Current Time
2. Birthday
3. Anniversary

 

มาดูเมนูแรกก่อนเลยครับ Current Time

 

เมื่อเรากด enter เข้ามาในส่วนนี้ ก็จะพบหน้าจอนี้ครับ

 

เป็นการตั้งค่าวันที่และเวลาปัจจุบันนั่นเองครับ ลองมาตั้งกันครับ ด้วยการกดปุ่มขวารูปวงกลม 1 ที มาที่คำว่า setting จากนั้นก็กดปุ่มซ้าย 1 ทีเข้าไปเลย

 

โดยหลักการก็เหมือนเดิมครับ คือ จะเปลี่ยนค่าตรงไหน ก็ให้กดปุ่มขวามือรูปวงกลมเพื่อเปลี่ยนค่าครับ

 

แต่ถ้าถูกต้องแล้วก็กดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมข้ามไปเรื่อย ๆ จนครบทั้งวันที่และเวลา หน้าจอก็จะกลับมาหน้าเดิม พร้อมค่าใหม่ที่เราตั้งครับ

 

โดยวันที่นั้นจะมีผลกับระบบการเตือนในเรื่องต่อ ๆ ไป ที่กำลังจะรีวิวครับ

ส่วนเวลานั้น จะไปแสดงผลที่หน้าจอเล็กด้านขวามือล่างที่เรือนไมล์แบบนี้ครับ

 

แน่นอนว่า เมื่อเราตั้งค่าวันและเดือนให้เป็นปัจจุบันอย่างถูกต้องแล้วละก็ สิ่งที่จะเกิดในวันที่ 1 มกราคมของทุกปี คือ สิ่งนี้ครับ ที่จะขึ้นหน้าจอมาแสดงตลอดทั้งวันที่เพื่อน ๆ เปิดประตูรถเข้ามา นั่นก็คือ

สวัสดีปีใหม่คร้าบบบบบ

 

จาก Current Time เรากดปุ่มขวามือรูปวงกลมลงมาที่ Birthday กันครับ

 

และเมื่อกดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยม 1 ที เข้ามาที่เมนูนี้ ก็จะพบกับหน้านี้ครับ

 

นั่นคือ เราสามารถตั้งค่าเตือนวันเกิดได้ถึง 2 คนนั่นเอง เราลองกดปุ่มขวามือรูปวงกลม 1 ที มาตั้งค่า Birthday 1 สำหรับคนแรกกันก่อนเลยครับ

 

เมื่อกดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเพื่อเข้ามาใน Birthday 1 แล้ว จะพบกับหน้านี้ครับ

 

ก็ให้เรากดปุ่มขวามือรูปวงกลม 1 ที เพื่อมาที่ Setting แล้วกดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมอีก 1 ที เพื่อตั้งค่าครับ

 

ก็จะเข้ามาเจอกับหน้านี้ ซึ่งมีค่าให้เราตั้งเพียง 2 ค่าครับ นั่นคือ วันที่เกิด และเดือนเกิดครับ ส่วนปีเกิดไม่มีให้ตั้งนะครับ เดี๋ยวรู้อายุหมด แฮ่…

 

วิธีการตั้งค่าก็ง่ายแสนง่ายครับ เหมือนการตั้งค่าที่ผ่านมานั่นแหล่ะครับ คือกดปุ่มขวามือรูปวงกลมเพื่อเปลี่ยนวันที่กันก่อนเลย

สมมติว่า เพื่อน ๆ เกิดวันที่ 1 เดือนพฤษภาคม เราก็กดปุ่มขวามือรูปวงกลมวนไปครับ จนกลายเป็นเลข 1 แบบนี้

 

เมื่อได้เลข 1 สมใจแล้ว เราก็กดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยม 1 ครั้งเพื่อตกลงครับ และมาตั้งค่าเดือนเกิดกันต่อ

 

พอแถบสีดำมาคลุมที่เลขหลัง คือการตั้งเดือนนั่นเอง โดยเดือนเกิดจะแสดงเป็นตัวเลขแทนอักษรตามนี้ครับ

01 = เดือนมกราคม
02 = เดือนกุมภาพันธ์
03 = เดือนมีนาคม
04 = เดือนเมษายน
05 = เดือนพฤษภาคม
06 = เดือนมิถุนายน
07 = เดือนกรกฎาคม
08 = เดือนสิงหาคม
09 = เดือนกันยายน
10 = เดือนตุลาคม
11 = เดือนพฤศจิกายน
12 = เดือนธันวาคม

ดังนั้น ถ้าเราเกิดเดือนพฤษภาคม เราก็ต้องกดปุ่มขวามือรูปวงกลมวนไปจนเป็นเลข 5 แบบนี้ครับ

 

เมื่อตั้งเรียบร้อยแล้ว เราก็กดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเพื่อยืนยัน 1 ทีครับ ก็จะออกมาที่หน้านี้ แสดงเลข 01-05 หรือ 1 พฤษภาคม ซึ่งถูกต้องแล้ว

 

ทีนี้มาตั้งวันเกิด Birthday 2 กันครับ ด้วยกดกดปุ่มซ้ายรูปสี่เหลี่ยม 1 ที เพื่อกลับมาที่หน้านี้

 

จากนั้น ให้กดปุ่มขวามือรูปวงกลม 2 ทีมาที่ Birthday 2 แล้วกดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเพื่อเข้าไปตั้งค่าครับ

 

ซึ่งการตั้งค่าวันเกิดคนแรก แน่นอนว่า แทบทุกคนย่อมตั้งวันเกิดของตัวเองอยู่แล้ว

แต่สำหรับคนที่ 2 นี้ ก็น่าจะตั้งค่ากับคนที่เรารักมากที่สุด หรือคนที่เราไม่อยากลืมวันเกิดเค้า เช่น แฟน คุณพ่อ คุณแม่ หรือลูก ซึ่งจะเป็นใครก็ตามแต่ ก็เลือกมาเพียง 1 คนนะครับ

 

สมมติว่า คนพิเศษคนนั้นเกิดวันที่ 19 สิงหาคมแล้วกันเนาะ จะเห็นว่าค่าที่ถูกตั้งเดิมนั้นคือ 03-09 หรือวันที่ 3 กันยายน ซึ่งเป็นค่าที่ผิดอยู่

ดังนั้นวิธีตั้งก็เหมือนเดิมเลยครับ คือ กดปุ่มขวามือรูปวงกลม 1 ที มาที่ Setting แล้วกดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเพื่อตั้งค่า

 

เข้ามาแล้วจะเห็นแถบสีดำคลุมที่เลขตัวแรกหรือ 03 อยู่

 

เราก็เปลี่ยนวันที่ให้เป็น 19 ด้วยการกดปุ่มขวามือรูปวงกลมวนไปเรื่อย ๆ จนเป็นเลข 19 ครับ

 

จากนั้นก็กดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยม 1 ทีเพื่อตกลง แถบสีดำก็จะย้ายมาคลุมที่เลขตัวหลังคือ 09

 

เราก็กดปุ่มขวามือรูปวงกลมวนไปครับ จนกลายเป็นเลข 08 หรือเดือนสิงหาคมนั่นเอง

 

จากนั้นก็กดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเพื่อยืนยัน หน้าจอก็จะกลับมาเป็นรูปแบบนี้ครับ พร้อมแสดงเลข 19-08 หรือ 19 สิงหาคมนั่นเอง

 

และเมื่อถึงวันเกิดที่เราตั้งไว้ทั้ง 2 คน พอเราเปิดรถมานั่ง หน้าจออัจฉริยะก็จะส่งเค้กมา Happy Birthday ตลอดทั้งวันแบบนี้ครับ

 

ซึ่งใต้เค้กก็จะระบุวันเกิด เดือนเกิดของเราอย่างถูกต้อง และแสดงปีตามปัจจุบันครับ

อย่างในภาพ เบียร์ตั้งวันเกิดตัวเองไว้ 3 กันยายน และภาพนี้ถ่ายไว้เมื่อปี 2010 ครับ ซึ่งเป็นปีแรกที่เบียร์ใช้รถ Nissan March สุดน่ารักคันนี้นั่นเองครับ

 

ถัดจากวันเกิด เราก็กดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเพื่อ back กลับมาดูเมนูย่อยถัดไปใน Time Setting ครับ นั่นก็คือ Anniversary ครับ

 

เมื่อกดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเข้ามาใน Anniversary แล้ว ก็จะพบว่า มีอีก 2 เมนูย่อยครับ

 

เรากดปุ่มขวามือรูปวงกลม 1 ทีมาดูเมนูแรกก่อนเลยคือ Wedding Day ครับ

 

ซึ่งก็คือ การตั้งเตือนวันครบรอบแต่งงานนั่นเองครับ เหมาะสำหรับคนมีสามี-ภรรยาแล้ว

แต่ถ้าไม่มี ไม่ต้องน้ำตาตกในไปครับ เพราะคนโสดยังไงก็สบายกว่าเห็น ๆ 55555+

 

หลักการตั้งค่าก็เหมือนตั้งวันเกิดเป๊ะเลยครับ อย่างตอนนี้ จอถูกตั้งเอาไว้คือ 30-01 หรือ 30 มกราคมครับ

แต่ถ้าเราแต่งงานเมื่อวันที่ 27 มีนาคม เราก็มาเปลี่ยนค่าใหม่กันครับ ด้วยการกดปุ่มขวามือรูปวงกลม 1 ที มาที่ Setting และกดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเพื่อเข้าไปตั้งค่าครับ

 

ก็จะเข้ามาที่หน้านี้ครับ เพื่อให้เราตั้งวันที่ที่เราแต่งงานก่อน

 

จากนั้นเราก็กดปุ่มขวามือรูปวงกลมวนไปครับ ให้เป็นวันที่ 27

 

เมื่อได้วันที่เรียบร้อยแล้ว เราก็กดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเพื่อตกลง หน้าจอก็จะพร้อมให้เราตั้งเดือนที่แต่งงานต่อครับ

 

เราก็กดปุ่มขวามือรูปวงกลมเรื่อย ๆ เพื่อเปลี่ยนให้เป็นเลข 03 หรือเดือนมีนาคมครับ

 

เมื่อได้วันครบรอบแต่งงานเรียบร้อยแล้ว ก็กดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเพื่อยืนยัน ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ

 

ทีนี้ เมื่อถึงวันครบรอบแต่งงานของเรา หน้าจออัจฉริยะก็จะเตือนขึ้นมาเป็นรูปแหวนแต่งงาน 2 วงคล้องกันแบบนี้ครับ

โดยจะขึ้นมาตลอดวันนั้นที่เราเปิดประตูรถขึ้นมาครับ น่ารักมากเลย

 

ทีนี้ คุณผู้ชายที่ตั้งค่าจอนี้ไว้กันลืม ถ้ารถเตือนให้แล้ว ก็แสดงความยินดีกับภรรยาเราหน่อยนะครับ เธอจะได้ภูมิใจที่เราใส่ใจในชีวิตคู่

แม้ความจริง เราจะแอบลืมก็ตามที จนต้องให้น้องมาร์ชมาช่วยเตือนนั่นแหล่ะ แล้วภรรยาคุณจะปลื้มมาก ๆ ครับ เชื่อเบียร์เถอะ เบียร์ทำมาแล้ว อิอิ

 

จากวันครบรอบแต่งงาน เรากดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยม back กลับมาที่ค่าต่อไปครับ คือ Anniversary

 

ซึ่ง Anniversary คือ การตั้งค่าครบรอบนะครับ เราจะตั้งครบรอบอะไรก็ได้ เช่น ครบรอบการเป็นแฟน ครบรอบการทำงาน

หรือจะตั้งวันที่ออกรถ Nissan March มาก็ได้ครับ จะได้รู้ว่า รถเราครบรอบปีอีกแล้ว (3 ปีเมื่อไหร่ ใจหายวาบ รถชั้นหมดประกันแล้ว 55555+)

 

โดยวิธีตั้งก็ง่ายแสนง่ายเหมือนที่ผ่านมานั่นแหล่ะครับ คือ กดปุ่มขวามือรูปวงกลม 1 ทีเพื่อมาที่ setting แล้วกดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเพื่อเข้าไปตั้งค่าครับ

 

สมมติว่า เรารับรถมาวันที่ 7 เดือนกรกฎาคม ก็คือ 07-07 (ก็ผมเป็นคนชอบเจ็ดดดด) เราก็มาเปลี่ยนค่ากันเลยครับ เริ่มที่วันที่ก่อน

 

โดยกดปุ่มขวามือรูปวงกลมไปเรื่อย ๆ จนเป็นเลข 07 ครับ

 

เมื่อได้เลข 07 แล้ว กดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยม 1 ทีเพื่อยืนยันครับ

 

จากนั้นก็กดปุ่มขวามือรูปวงกลมให้กลายเป็นเลข 07 แบบนี้ ที่แปลว่า เดือนกรกฎาคม

 

เสร็จแล้วกดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยม 1 ที เพื่อตกลง ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ

แต่….ยังครับ จะเห็นได้ว่า เมนู Anniversary นั้นมันมีเมนูงอกมามากกว่าปกติอีก 1 เมนูคือ Monitor Set ครับ

 

ซึ่งเมนูนี้ คือ การตั้งค่าภาพที่เตือนนั่นเองครับ เพราะวันครบรอบเนี่ย เป็นอะไรที่หลากหลายมาก น้องมาร์ชเลยจัดภาพมาให้ถึง 4 ภาพ เพื่อให้เราเลือกใช้ให้ตรงใจที่สุดครับ

โดยเมื่อกดเข้ามาดู ก็จะพบกับรูปภาพแรกเป็นรูปหัวใจ 2 ดวง เหมาะกับวันครบรอบเป็นแฟนอย่างยิ่งครับ

 

ถ้าเราจะใช้ภาพนี้ เราก็กดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยม 1 ทีครับ แต่ถ้าเราไม่ชอบ เราก็กดปุ่มขวามือรูปวงกลม 1 ทีแทน เพื่อดูภาพต่อไปครับ

ซึ่งรูปนี้เป็นรูปหนังสือ เพื่อน ๆ จินตนาการว่าอะไรครับ? เบียร์กลับมองว่า เราไม่จำเป็นต้องตั้งวันครบรอบอย่างเดียวก็ได้นะครับ ถ้าเรายังเป็นนักศึกษาอยู่ อาจจะตั้งเตือนวันสอบแทนก็ได้ครับ ก็ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายดีครับ

 

ถ้ายังไม่ใช่ ก็กดปุ่มขวามือรูปวงกลมอีก 1 ทีครับ คราวนี้เป็นรูปดาวครับ

 

แต่ถ้าดาวดวงนี้น้อยไป กดปุ่มขวามือรูปวงกลมอีก 1 ทีครับ คราวนี้เป็นระดับนายพลเลยครับ อิอิ

 

เมื่อเราเลือกรูปไหน พอถึงวันครบรอบที่เราตั้งไว้ รูปนั้นก็จะมาแสดงแทนนั่นเองครับ

อย่างพอถึงวันครบรอบของเบียร์ ภาพก็ขึ้นมาแบบนี้ครับ พร้อมระบุวัน-เดือน-ปีให้เรียบร้อยเลย

 

 

จบเรื่อง Time Setting ครบเรียบร้อยแล้วครับ คราวนี้มาดูเมนูหลักถัดไปครับ คือ Maintenance หรือการตั้งเตือนเช็คระยะของรถยนต์นั่นเอง

 

 

เมื่อเรากดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเข้ามาในส่วนของ Maintenance จะพบว่า มีเมนูย่อยอีก 4 เมนูครับ

1. Tire
2. Filter
3. Oil
4. Other

 

มาดูเมนูแรกก่อนเลยครับ คือ Tire หรือการตั้งค่าเตือนเกี่ยวกับยางรถยนต์

 

กดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเข้ามาดูกันเลยครับ

 

จะมีเมนูให้เลือก 3 เมนู คือ

1. Back หรือย้อนกลับไปเมนูที่แล้ว

2. RESET คือ การลบค่าระยะทางเป็นกิโลเมตรที่วิ่งผ่านไปหลัง reset ครั้งแรก

3. SETTING คือ การตั้งค่าระยะทางที่ให้เตือนเกี่ยวกับยาง

ซึ่งเพื่อน ๆ จะเห็นว่าค่าแรกนั้นเป็น 0 อยู่แล้ว คือตัวเลขได้ reset ไว้อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องไปแก้ไขอะไรครับ ดังนั้น เรามาดูข้อ 3 คือ setting เลยดีกว่า

 

โดยในส่วนนี้คือ การตั้งค่ากิโลเมตร ให้แจ้งเตือนเมื่อระยะทางได้ถึงตามที่เรากำหนดครับ ลองกดเข้ามาดูกันครับ

 

ซึ่งการเปลี่ยนจำนวน ก็ทำได้ด้วยการกดปุ่มขวามือรูปวงกลม 1 ทีครับ เลขก็จะเปลี่ยนเป็น 500 กิโลเมตรครับ

 

กดปุ่มขวามือรูปวงกลมอีก 1 ที ก็จะเป็น 1,000 กิโลเมตรครับ

 

จะเห็นได้ว่า มีเลขยิบย่อยเต็มไปหมด เพื่อให้เราเลือกได้ว่าจะให้เตือนเรื่องอะไร

ตัวอย่างเช่น อีก 500 กิโลเมตร เราจะสลับยาง เราก็ตั้งเป็น 500 ไว้

หรือเราคำนวณไว้ว่า ยางรถเราที่พึ่งเปลี่ยนมาใหม่นั้น จะใช้งานได้ 30,000 กิโลเมตร เราก็ตั้งให้เป็นเลข 30,000 แบบนี้ครับ

 

และยืนยันด้วยการกดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมครับ ก็จะกลับมาที่หน้าจอนี้

 

เมื่อเราวิ่งได้ตามระยะทางที่เรากำหนดไว้ หน้าจอก็จะเตือนขึ้นมาแบบนี้ครับ เพื่อให้เราได้รู้ว่า ถึงกำหนดที่จะเปลี่ยนยางหรือสลับยางแล้วนั่นเอง
(ขอบคุณภาพจากคุณออเอิงเอย)

 

เสร็จเรื่องยางแล้ว มาดูเมนูถัดไปกันครับ นั่นคือ Filter

 

สำหรับ Filter คือ การเปลี่ยนไส้กรองอากาศครับซึ่งเราสามารถตั้งค่าได้ว่าจะเปลี่ยนทุก ๆ กี่กิโล โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนพร้อมน้ำมันเครื่องก็ได้

แต่โดยทั่วไป หลายคนก็มักจะเปลี่ยนไปเลยพร้อมกันทุกครั้ง จะได้สบายใจ

 

โดยการตั้งค่าก็ใช้วิธีการเดียวกับ Tire เป๊ะเลยครับ คือ การลบค่ากิโลเมตรที่เราวิ่งมา ให้เรากดปุ่มขวามือรูปวงกลมมาที่ Reset แล้วกดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเพื่อเข้าไปล้างค่านี้ออก

 

พอเปลี่ยนเป็นหน้านี้ เราก็ลบออกให้เป็น 0 ได้เลย ด้วยการกดปุ่มขวามือรูปวงกลม

 

โดยเบียร์แนะนำให้เข้ามากด reset ทุกครั้ง หลังเรานำรถเข้าเช็คระยะ และเปลี่ยนไส้กรองเรียบร้อยแล้วนะครับ

เพราะปกติ พนักงานนิสสันต้องตั้งไว้ให้ แต่ช่วงหลัง ๆ สังเกตว่า ศูนย์นิสสันหลายที่ไม่ได้ใส่ใจตรงนี้ครับ คือ เช็คระยะรถอย่างเดียว แต่ไม่ตั้งจอเตือนให้ลูกค้าครับ

และเมื่อการตั้งเตือนมันขึ้นมาผิดระยะที่ควรจะเป็น ทำให้ลูกค้าสับสนมาหลายคนแล้วครับ

เบียร์เลยต้องมารีวิวแนะนำให้เพื่อน ๆ ตั้งเองให้เป็นครับ จะได้สบายใจ

แต่ถ้าศูนย์นิสสันศูนย์ไหนมาอ่านรีวิวนี้ ก็รบกวนตั้งให้ลูกค้าด้วยนะครับ ก็จะได้ใจมากมายทีเดียวครับ

 

กดลบเรียบร้อยจนเป็น 0 ก็กดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมอีก 1 ครั้ง เพื่อยืนยันครับ

 

ลบค่าที่เราวิ่งออกเสร็จแล้ว ก็มาแก้ไขค่าระยะทางกิโลเมตรที่เราจะเปลี่ยนไส้กรองอากาศอีกรอบครับ โดยกดปุ่มขวามือรูปวงกลมลงมาที่ Setting

 

พอเข้ามาหน้านี้ เราก็มาแก้ไขค่าได้ตามต้องการครับ อย่างเบียร์จะตั้งไว้ที่ 10,000 กิโลครับ เพราะจะเปลี่ยนทุกครั้งพร้อมการเช็คระยะนั่นเอง

 

แต่ถ้าเพื่อน ๆ จะตั้งให้เตือนเปลี่ยนทุก 30,000 กิโลเมตร ก็กดปุ่มขวามือรูปวงกลมไปจนเป็นเลข 30,000 ครับ

 

ในกรณีที่เพื่อน ๆ งง ตั้งค่าไม่ถูก หรือรำคาญที่มันชอบเด้งเตือนมาอยู่ได้

วิธีง่าย ๆ ก็คือ กดปุ่มขวามือรูปวงกลมให้เป็นเลข 0 แบบนี้ครับ แล้วกดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเพื่อยืนยัน มันก็จะไม่ขึ้นมารบกวนหัวใจอีกเลย

 

แต่สมมติว่า ถ้าเพื่อน ๆ ดูเลขกิโลเมตรรถตัวเองหรือ ODO แล้ว อยู่ที่ 19,000 กิโลเมตร และตั้งใจจะเปลี่ยนตอนที่รถวิ่งถึง 20,000 กิโลเมตร แสดงว่า เหลืออีก 1,000 กิโลเมตรเท่านั้น เพื่อน ๆ ก็ตั้งค่าด้านขวาให้เป็นเลข 1,000 แบบนี้แทนครับ

 

เมื่อได้เลขตามที่ตั้งใจแล้ว ก็กดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเพื่อยืนยันเพียง 1 ครั้ง หน้าจอก็จะแสดงเลขตามที่เราตั้งไว้ให้อย่างเรียบร้อยครับ

 

นั่นคือ พอเราขับรถจากวันนี้จนถึงระยะทางครบ 1,000 กิโลเมตร หน้าจอก็จะเด้งเตือนขึ้นมาแบบนี้ครับ

 

 

ทีนี้มาดูเมนูถัดไปกันครับ กับ OIL

 

สำหรับ Oil ไม่ใช่การเตือนน้ำหมดรถหมด หรือเตือนให้เติมน้ำมันนะครับ

Oil อันนี้ คือ การเตือนให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนั่นเองครับ โดยวิธีตั้งค่า ก็เหมือนกับ Tire และ Filter เป๊ะเลยครับ เบียร์ก็จะไม่ลงรายละเอียดซ้ำนะครับ เพราะเพื่อน ๆ น่าจะเข้าใจวิธีการตั้งค่าเรียบร้อยแล้ว

 

โดยเมื่อเราตั้งค่าเรียบร้อยแล้ว พอถึงระยะทางที่กำหนดไว้ หน้าจอก็จะขึ้นเตือนมาแบบนี้ครับ

 

จาก OIL กลับมาที่หน้าจอ Maintenance จะพบอีก 1 เมนูครับ คือ OTHER

 

โดย Other นั้น มีไว้ให้สำหรับเพื่อน ๆ เลือกตั้งเตือนอะไรก็ได้ที่ต้องการ นอกเหนือจากยาง กรอง น้ำมันเครื่องนั่นเองครับ

เช่น ตั้งเตือนเช็คระบบเบรก หรือตั้งเตือนล้างห้องเครื่องก็จัดไปตามใจเราครับ โดยการตั้งค่าก็เหมือนกับที่ผ่านมาเป๊ะเลยครับ ง่ายดายสุด ๆ

 

เป็นอันจบในส่วน Maintenance เรียบร้อยครับ คราวนี้มาดูเมนูถัดไปครับ นั่นคือ UNIT

 

เมื่อเรากดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเข้ามาแล้ว จะพบกับหน้านี้ครับ

 

โดยเป็นการตั้งค่าหน่วยวัดอัตราการกินน้ำมันครับ ว่าต้องการหน่วยวัดแบบไหน โดยกดปุ่มขวามือรูปวงกลมมาที่ Setting แล้วกดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเพื่อเข้าไปตั้งค่าครับ

 

โดยค่านี้คือ กิโลเมตรต่อลิตร หรือ น้ำมัน 1 ลิตร รถวิ่งได้กี่กิโลเมตร ที่คนไทยถนัดใช้นั่นแหล่ะครับ เพราะเลขนี้ยิ่งมาก ยิ่งประหยัด

 

แต่ถ้าเพื่อน ๆ ไม่ชอบใช้แบบนี้ ก็กดปุ่มขวามือรูปวงกลม 1 ที ก็จะเป็นแบบ “ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร”

ซึ่งหลายประเทศชอบใช้กันคือ ในระยะทาง 100 กิโลเมตรนั้น รถเราใช้น้ำมันไปกี่ลิตร

โดยตัวเลขนี้ ยิ่งน้อย ยิ่งประหยัดครับ จะสวนทางกับค่าด้านบนแบบกิโลเมตรต่อลิตรนะครับ

 

ถ้าชอบค่าไหนก็เลือกค่านั้นเลยนะครับ ด้วยการกดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเพื่อยืนยันครับ

เวลาเราใช้งานรถ หน้าจออัจฉริยะก็จะแสดงค่าออกมาตามแบบที่เราเลือกครับ อย่างถ้าเพื่อน ๆ ชอบแบบคนไทยทั่วไป คือ กี่กิโลเมตรต่อลิตร หน้าจอก็จะแสดงออกมาแบบนี้ครับ

 

ถ้าเป็น Nissan March รุ่นปี 2010 – 2011 ก็คงจบการรีวิวเพียงเท่านี้ครับ

 

แต่ทีนี้ Nissan March ปี 2012 ขึ้นมา กลับมีการตั้งค่าเพิ่มขึ้นด้วยครับ เพราะเมนุสุดท้ายจะไม่ใช่คำว่า UNIT ครับ แต่จะเป็น Option แบบนี้

 

พอกดปุ่มซ้ายมือรูปสี่เหลี่ยมเข้ามาที่คำว่า Option ก็จะเจอกับ 2 เมนูย่อยแบบนี้ครับ

 

ในส่วน UNIT ก็จะเหมือนกับที่รีวิวไปเมื่อกี้นั่นแหล่ะครับ

ทีนี้มาดูส่วนที่เพิ่มขึ้นมาอย่าง Park Sensor กันดีกว่า ก็จะเห็นได้ว่าในส่วน Setting นั้น มีให้เลือกเปิด และปิดเท่านั้นครับ

 

ซึ่งฟังค์ชั่นนี้ มันก็คือการแสดงผล การถอยหลังผ่านหน้าจออัจฉริยะนั่นเองครับ ถ้าเพื่อน ๆ ตั้ง On หรือเปิดไว้ ก็จะมีภาพขึ้นที่หน้าจอเวลาถอยหลังแบบนี้ ด้วยการทำงานร่วมกับเซนเซอร์ที่กันชนหลังทั้ง 4 จุด

 

หรือลองดูจากคลิปจะเห็นภาพชัดกว่าครับ

 

แต่ถ้าเพื่อน ๆ เลือกปิด ก็จะไม่เห็นภาพ Real Time เวลาถอยหลังแต่อย่างใดครับ

 

ก็เป็นอันจบการรีวิวการตั้งค่าจออัจฉริยะเรียบร้อยครับ ถ้าเพื่อน ๆ มีข้อสงสัยใด ๆ สามารถคอมเม้นท์สอบถามไว้ได้เลยครับ

 

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์กับเพื่อน ๆ สามารถ Like และ share ต่อได้เลยนะครับ เบียร์ยินดีครับ

แล้วอย่าลืมเข้ามาติดตามรีวิวอื่น ๆ ได้ที่ www.reviewbybiere.com และ Facebook Review by Biere นะครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *