รีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 60,000 กิโล” + เคลม”โช้คประตูหลัง”

หลังเช็คระยะ 50,000 กิโลเมตรมาได้เพียง 3 เดือน Nissan March ของเบียร์ก็วิ่งทะลุเลขไมล์ระดับ 60,000 กิโลไปเรียบร้อยแล้ว

เมื่อได้เวลาเข้าศูนย์อีกครั้ง แน่นอน น้ำมันเครื่อง Valvoline 5W-40 นั้นทำให้เบียร์ติดใจอย่างแรง จึงต้องสั่งซื้อมาใช้อีกรอบ

 

โดยในครั้งนี้เบียร์สั่งซื้อมาถึง 6 ลิตร โดยจัดแบบแกลลอนขนาด 4 ลิตรมา 1 แกลลอน + แกลลอนขนาด 1 ลิตร อีก 2 แกลลอน รวมเป็น 6 ลิตรพอดิบพอดี

 

ทั้งนี้ เพื่อแบ่งใช้กับเพื่อนผู้ใช้รถ Nissan March อีกท่านหนึ่ง ที่นัดกันไปเช็คระยะในวันเดียวกัน

โดยนิสสัน มาร์ชของพวกเราใช้น้ำมันเครื่องเพียง 3 ลิตรเท่านั้น เมื่อจัดมา 6 ลิตร เบียร์กับเพื่อนจึงแบ่งกันคนละ 3 ลิตรพอดิบพอดี

หารเงินกัน จึงประหยัดไปกว่าซื้อคนเดียว 3 ลิตรนั่นแหล่ะครับ

และศูนย์นิสสันที่เบียร์ไว้ใจ ก็ย่อมเป็นศูนย์นิสสัน รามคำแหง ที่ใช้บริการเมื่อครั้งที่แล้วตาม รีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 50,000 กิโล” กับน้ำมันเครื่องใหม่ และศูนย์บริการแห่งใหม่!!

 

———————–

วันที่ 26 เมษายน 2012

เบียร์กับเพื่อนเดินทางมาถึงประมาณ 10 โมงเช้า ก็จอดรถรอใช้บริการหน้าศูนย์ทันที

โดยในครั้งนี้ เบียร์ได้ให้ศูนย์ช่วยตรวจสอบโช้คประตูหลังด้วย เพราะรู้สึกว่า เวลาเปิดประตูช่วงหลัง จะต้องใช้มือดันขึ้นตลอด ซึ่งปกติ เราเปิดประตูมานิดเดียว ประตูจะค่อย ๆ ดันตัวเองขึ้นโดยอัตโนมัติ

ศูนย์จึงทำรายการเช็คระยะและตรวจสอบมาดังนี้

 

ประมาณราคาค่าบริการ

 

จากนั้นก็ให้เบียร์ขึ้นไปรอที่ห้องรับรองลูกค้าเช่นเดิม

 

ส่วนลูกรักนามว่าลัคกี้ก็ต้องขึ้นเขียงไป

 

เบียร์กับเพื่อนอยู่ที่ศูนย์กันทั้งวันครับ ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น ด้วยเหตุที่ต้องรอ“โช้คประตูหลัง” ตัวใหม่ ที่ศูนย์ต้องวิ่งไปเบิกจากโรงงานนิสสันนั่นเอง เพราะโช้คเดิมของรถเราทั้ง 2 คัน กลับบ้านเก่าไปเรียบร้อยแล้ว

แต่เมื่อของมาแล้ว ดันมาแค่ชุดเดียว

 

ก็เลยเสียสละให้เพื่อนเปลี่ยนไปก่อน

ส่วนของเบียร์ ค่อยแวะมาเปลี่ยนในวันรุ่งขึ้น

 

เมื่อเปลี่ยนเสร็จเรียบร้อย ประตูหลังก็ยกตัวขึ้นได้เองเหมือนตอนออกรถใหม่ ๆ

 

ส่วนโช้คเก่าโยนทิ้งไป เพราะมันไร้ค่าแล้ว

 

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ก็ได้เวลาชำระค่าเสียหาย

 

สังเกตให้ดีจะพบว่า มีค่าใช้จ่ายตัวใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน คือ “ตรวจเช็คบำรุงรักษาตามระยะทาง 60,000″ จำนวน 630 บาท (ยังไม่รวม VAT และส่วนลด)

ครั้งนี้เบียร์ได้เห็นมันสักที ด้วยเหตุผลที่ว่า คูปองฟรีค่าใช้จ่ายตัวนี้ได้หมดไปตั้งแต่ตอนเช็คระยะ 50,000 กิโลเมตรแล้วนั่นเอง ตั้งแต่ 60,000 กิโลเมตรขึ้นไป จึงต้องมีค่าแรงตัวนี้เพิ่มเข้ามา

จากบิล จะพบว่า เบียร์ได้รับส่วนลด 10% เกือบทุกรายการ เมื่อรวม VAT เรียบร้อยแล้ว เท่ากับว่า ผมจ่ายให้ศูนย์ไป 1,570.01 บาท

และเมื่อรวมต้นทุนค่าน้ำมันเครื่อง Valvoline เข้าไปอีก 960 บาท ที่หารกับเพื่อนแล้ว เท่ากับว่า ผมมีต้นทุนในการเช็คระยะ 60,000 กิโลเมตรในครั้งนี้ อยู่ที่ 2,530.01 บาทนั่นเอง

ส่วนโช้คประตูหลังเคลมฟรี เพราะรถอยู่ในระยะประกัน 3 ปี 100,000 กิโลเมตร

ชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ก็ออกมารับรถที่หน้าศูนย์ ขับกลับบ้านด้วยความสบายใจ

 

ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบนะครับ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *