รีวิว Nissan Juke 1.6V CVT by Biere ตอนที่ 13 “สำรวจเบาะหลัง ว่านั่งสบายไหม?”

ไหน ๆ แกล้งมาทำเนียนเปิดประตูหลังแล้ว ก็สำรวจเบาะหลังกันเลยดีกว่า

 

แผงประตูหลังดีไซน์สไตล์เดียวกับด้านหน้า ยกเว้นผ้าสีแดง ๆ จะหายไปตามไซส์ประตู

 

มีปุ่มเปิดกระจกหน้าต่างแบบไฟฟ้าอยู่ 1 ปุ่ม

 

แต่ไม่สามารถเปิดหน้าต่างลงได้สุด เพราะติดฐานล้อหลัง

 

ด้านล่างของแผงประตูมีที่วางขวดน้ำกับลำโพงหลัง

 

ซึ่งวางขวดน้ำไซส์ 7 บาทได้สบาย ๆ

 

ที่ขอบประตู แอบเห็นสลักล็อคอยู่

 

เจ้าสลักนี้ก็คือ ที่ Lock เด็ก หรือ ปุ่มกันประตูหลังเปิดนั่นเอง ซึ่งเป็น Option ที่มีติดตั้งและใช้กันมายาวนานแล้วนะครับ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกน้อยเปิดประตูรถออกไปโดยไม่ระวัง หรือในขณะที่เรากำลังขับรถอยู่ เพราะเสี่ยงต่ออุบัติเหตุนั่นเองครับ

 

ธรรมชาติของเด็กนั้น จะซนและฉลาด ถึงแม้เราจะล็อคประตูเรียบร้อยแล้ว แต่การปลด Lock ประตูหลังแบบปกตินั้น เด็ก ๆ สามารถทำได้เองโดยง่าย และพ่อแม่ที่ขับรถอยู่ ไม่รู้ตัว

ดังนั้น ผู้ผลิตจึงต้องผลิตตัวนี้มาป้องกัน โดยคุณพ่อ คุณแม่ควรจะดันปุ่มไปทางขวาเอาไว้ เพื่อล็อคประตูครับ

 

ให้ล็อคเอาไว้แบบนี้

 

โดยตัวล็อคเด็กนี้ มีติดไว้ที่ประตูหลังทั้ง 2 ข้างเลยครับ ถ้าข้างขวาก็ต้องดันไปทางซ้ายเพื่อล็อค

 

ทีนี้ ประตูหลังก็จะไม่สามารถเปิดได้จากภายในครับ ต้องให้คนนอกเปิดให้ได้อย่างเดียว นั่นก็คือ คุณพ่อคุณแม่นั่นเอง 

อีกอย่าง เบียร์สืบทราบมาว่า ผู้บริหารหลายท่านนำ Function นี้มาประยุกต์ใช้กับรถตัวเอง ด้วยการกด Lock เด็กเอาไว้ ทั้งนี้เพื่อให้คนขับรถหรือเจ้าหน้าที่ของสถานที่นั้น ๆ มาเปิดประตูให้เป็นการบังคับ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตัวเอง จริงเท็จอย่างไร ไปสอบถามกันดูนะครับ 55555+

 

ช่วยด้วย!! ประตูหลังเปิดจากข้างในไม่ได้!!!!

และแน่นอน สำหรับเพื่อน ๆ ที่ไม่รู้จัก function ล็อคเด็กนี้ และเผลอเปิดใช้งานมันไป โดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น เช็ครถแล้วมือไปโดน  นั่นจะทำให้เพื่อน ๆ ไม่สามารถเปิดประตูรถด้านหลังจากภายในได้

และส่งผลให้เพื่อน ๆ เข้าใจผิด คิดว่ารถที่เพิ่งถอยมาจากโรงงานนิสสัน ประตูพังไปเสียแล้ว ดังนั้น เพื่อน ๆ ที่ประสบปัญหานี้ กรุณาตรวจสอบให้ดีก่อนนะครับ ว่ามันติด Lock เด็กหรือเปล่า จะได้ไม่ต้องเสียเวลาขับรถไปศูนย์

 

ทีนี้ลองก้าวเข้าไปนั่งด้านหลังกันครับ

 

แน่นอนว่า ด้วยพื้นที่วางขาหรือ Leg Room นั้นน้อยกว่ารถรุ่นอื่นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจุดนี้ต้องอาศัยการ”เผื่อแผ่”จากผู้โดยสารด้านหน้า ช่วยเลื่อนเบาะไปข้างหน้าสักหน่อยครับ จะได้นั่งได้สบายขึ้น

แต่ถ้าปรับความคิดว่า Nissan Juke เป็นรถสปอร์ต แค่นี้ก็กว้างมากพอแล้วครับ 55555+

 

และด้วยความลาดของเพดานไปข้างหลังเพื่อดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ทำให้ Nissan Juke มีพื้นที่เพดานไม่สูง อย่างเบียร์ที่มีส่วนสูง 175 เซนติเมตร เข้าไปนั่งหลังตรง หัวก็จะชนเพดานพอดี

แต่ความเป็นจริงเราไม่ได้นั่งตัวตรงแหน่วขนาดนั้น เบียร์เลยลองนั่งแบบปกติ ที่ควรจะนั่งเวลาเดินทางไปไหนต่อไหน ก็รู้สึกว่า มันนั่งได้สบายเลย หัวก็ไม่ติดเพดานแต่อย่างใด

 

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เบียร์เลยหาอุปกรณ์ที่ใกล้มือที่สุดอย่าง iPhone มาทาบให้ดูว่า ห่างกันประมาณนี้นะ

 

จากนั้นสายตาก็ซุกซนสำรวจด้านหลังกันต่อ แวบแรกก็เหลือบไปเห็นช่องใส่เอกสารถึง 2 ช่องหลังเบาะหน้า รู้สึกถูกใจ

 

หันไปด้านหลัง เห็นหัวหมอนรองศีรษะถึง 3 อัน รองรับผู้โดยสารได้ 3 คน แต่เบียร์ว่าตรงกลาง คงต้องเป็นเด็กหรือคนตัวเล็กแล้วละ

 

เพราะตรงกลางนั้น เบาะจะนูนขึ้นมา ทำให้เวลานั่ง หัวจะสูงขึ้นไปอีกนิดนึง

 

มองเลยหัวหมอนไป จะเห็นกระจกหลังที่ไม่กว้างมากนัก แต่ให้อารมณ์สปอร์ตแบบสุด ๆ

 

แต่ตอนที่เบียร์ขับรถแล้วมองกระจกหลังก็เห็นรถที่ตามมาชัดเจนดีนะครับ

 

จากนั้นเบียร์ก็ลองเป็นผู้โดยสารตอนหลัง นั่งรถไปเรื่อย ๆ บ้าง เบียร์รู้สึกว่า เบาะหนังของ Nissan Juke นี่นั่งสบายดีนะ ตอนที่ขับเอง 600 กว่ากิโลก็สบาย ไม่เมื่อยเลย แต่พอลองมานั่งด้านหลัง ก็รู้สึกสบายอยู่ดี แถมสบายกว่าเดิมด้วย เพราะไม่ต้องใช้สมาธิขับรถ 55555+

 

และทันใดนั้น เพื่อนเบียร์ที่ทดลองขับ Juke อยู่ ก็ดันเกิดอยากรู้ว่าช่างล่างที่มีเหล็กกันโคลงมันดีจริงแค่ไหน เลยอัดรถมาเต็มที่ เร็วเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่มันเร็วแน่นอน และก่อนจะถึงโค้ง  พี่ท่านก็ไม่บ่งไม่เบรก ไม่ชะลอเลยแม้แต่นิดเดียว

 

และในขณะที่รถกำลังจะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงนั้น เบียร์ก็รีบเอามือขึ้นไปจับราวบนเพดานตามปกติเพื่อความมั่นใจ แต่ก็พบว่า

“มันไม่มีราวให้จับครับ!!!”

 

อ้าว เฮ้ย!! ซวยแล้วดิ ใครขโมยราวจับ Juke ไป เอาวุ้ย เป็นไงเป็นกัน นั่งนิ่ง ๆ นี่แหล่ะ

จนเมื่อผ่านโค้งเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่า ไม่รู้สึกอะไรเลย ไม่เสียว ไม่เอน ไม่เหวี่ยง เหมือนเข้าโค้งแบบช้า ๆ ยังไงยังงั้นเลย ดีเกินคาดจริง ๆ ช่วงล่างของเจ้าจู๊ค

 

หรือนี่คือ เหตุผลที่นิสสันไม่ใส่ราวจับมาให้เจ้าจู๊ค เพราะไม่ต้องจับก็นั่งได้สบาย?

ว๊ากกกก ไม่ใช่ละ เพราะถึงยังไง ก็ต้องยอมรับว่า คนไทยส่วนใหญ่นั้น ติดราวจับมาก โดยเฉพาะผู้ใหญ่ แทบทุกคนที่เบียร์เคยขับรถให้นั่ง มักจะจับราวนี้ค่อนข้างบ่อย เอ๊ะ หรือเบียร์ขับรถซิ่งเกินไปก็ไม่รู้นะ

ก็คิดเอาแล้วกัน ว่าเพื่อนเบียร์ที่ทดสอบขับ บอกเบียร์ว่า ชอบมาก ชอบทุกอย่างในตัว Juke  ยกเว้นอย่างเดียว คือ ไม่มีราวจับ เพราะแม่ยายจะไม่ปลื้ม!!!

 

แต่เบียร์เองยอมรับว่ามันไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับเบียร์ เพราะเบียร์ก็ใช้รถแค่ 2 คนกับภรรยา โอกาสนั่งหลังแทบไม่มี และปกติ เวลาเดินทางทั้งครอบครัว ก็เลือกใช้ Nissan Sylphy แทนอยู่แล้ว

 

แต่!! สิ่งที่เบียร์และคนส่วนใหญ่ในประเทศไทย ต้องใช้ราวจับ คือ เพื่อ“แขวนเสื้อผ้า” ไม่ว่าจะแค่แขวนเสื้อผ้าบางตัว หรือเสื้อสูทสำหรับการทำงานหรือออกงาน

รวมทั้งไลฟ์สไตล์คนเมือง ที่ไม่มีเวลารีดผ้าเอง จนต้องใช้บริการร้าน Laundry ใกล้บ้าน โดยแวะรับผ้า ส่งผ้าก่อนเข้าบ้าน

เอาละสิ แล้วจะทำยังไง? ถ้าไม่มีราวจับ จะแขวนเสื้อกันตรงไหน ไม่ให้เสื้อยับ

ยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง เบียร์เลยลองกดปุ่มปรับหมอนรองศีรษะค้างไว้แบบนี้ และยกหมอนรองศีรษะให้สูงขึ้น

 

จากนั้นก็เอาเสื้อมาแขวนแบบนี้

 

ยิ่งยกหัวหมอนให้สูงเท่าไหร่ ยิ่งแขวนได้มากขึ้นเท่านั้น

 

ทดลองวิ่งแล้ว โอเคเลยครับ ก็ใช้แก้ขัดกันไปแบบนี้ละครับ 55555+

 

สำรวจเบาะหลังเรียบร้อยแล้ว ก็ลุกออกมาจากรถครับ เบียร์รู้สึกว่า สำหรับเบียร์ การเข้าออกด้านหลัง ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรกับสรีระของเบียร์เลย แต่ถ้าคนตัวใหญ่กว่าเบียร์ก็คงจะมีปัญหาอยู่บ้าง ตามสัดส่วนของแต่ละคน

 

ในรีวิวตอนหน้า เบียร์จะพาไปดูด้านท้ายรถกันบ้างครับ ว่าจะกว้างใหญ่ ใส่ข้าว ใส่ของได้มากน้อยเพียงใด

แล้วพบกันครับ

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *