รีวิว Nissan Juke 1.6V CVT by Biere ตอนที่ 3 “ซ้ายเปิดกระโปรงหน้า ขวาเปิดฝาน้ำมัน”

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

หลังจากปรับตั้งท่าการขับขี่ในตอนที่ 2 ไปแล้ว วันนี้มาสำรวจคอนโซลหน้ากันต่อครับ

ถัดลงมาจากช่องเก็บบัตรจอดรถ จะพบ 2 ปุ่มนี้ครับ นั่นคือ ปุ่มเปิดฝากระโปรงหน้ากับฝาน้ำมัน เอกลักษณ์ของรถนิสสันแทบทุกรุ่นที่เบียร์เคยรีวิว

 

ด้วยความที่ 2 ปุ่มนี้ติดกัน ทำให้หลายคนที่ไม่ค่อยได้เปิด จะสับสนว่า ปุ่มข้างไหนเปิดอะไร บางคนจะเปิดฝาเติมน้ำมัน ดันไปเปิดฝากระโปรงหน้าซะงั้น เลยต้องเดินลงไปปิด เจอเด็กปั๊มยืนขำอีก อายม้วนกันเลยทีเดียว 55555+

 

ซึ่งที่จริงแล้ว 2 ปุ่มของ Nissan Juke นี้ นับว่าสังเกตได้ง่ายชัดเจนนะครับ ว่าปุ่มไหนเป็นปุ่มอะไร เพราะตรงสัญลักษณ์นั้นเป็นสีขาวตัดกับปุ่มสีดำ ดูง่ายกว่า March & Almera ที่เป็นสีดำล้วนไปหมด ถ้าเผลอ มีเบลออย่างแน่นอน

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เวลาใช้งานจริง มันยากที่จะก้มดูว่าอันไหนเป็นอะไร สมัยก่อนที่เบียร์เขียนรีวิว Nissan Almera ในตอนที่ 13 “นิสสัน อัลเมร่าเติมน้ำมันอะไรได้บ้าง? และน้ำมันอะไรที่ดีที่สุด”  นั้น เบียร์ได้แนะนำเพื่อน ๆ ให้ท่องเอาไว้ว่า

“ซ้ายเปิดกระโปรงหน้า ขวาเปิดฝาน้ำมัน”
“ซ้ายเปิดกระโปรงหน้า ขวาเปิดฝาน้ำมัน”
“ซ้ายเปิดกระโปรงหน้า ขวาเปิดฝาน้ำมัน”

แต่เพื่อน ๆ หลายคนคงคิดว่า “ฉันเรียนจบแล้ว จะให้มาท่องจำอะไรหนักหนา ไม่ท่องแล้วโว้ยยยย” ดังนั้น เบียร์เลยจะบอกว่า ที่จริงแล้ว ความแตกต่างของ 2 ปุ่มนี้ นิสสัน เค้าเข้าใจดีว่าเราอาจจะสับสน จึงออกแบบปุ่มให้แตกต่างกัน แบบนี้

 

นั่นคือ ปุ่มขวาที่ใช้เปิดฝาน้ำมันจะมีครึ่งวงกลมอยู่ด้านล่าง

 

ทีนี้เวลาเราคลำ เราไม่ต้องจำแล้วว่าซ้ายหรือขวา เรารู้แค่ว่า ถ้ามีร่องนิ้วให้เราสอดเข้าไป นั่นแหล่ะ ปุ่มเปิดฝาน้ำมัน ซึ่งเบียร์มั่นใจว่า คนใช้รถส่วนใหญ่ ต้องเปิดฝาน้ำมันบ่อยกว่าฝากระโปรงแน่นอน

 

วิธีเปิดก็คือ ให้ดึงเข้าหาตัวครับ ฝาน้ำมันก็จะเปิดออกให้เด็กปั๊มเติมน้ำมันให้เราได้ทันที

 

ส่วนปุ่มซ้าย ไว้เปิดฝากระโปรงหน้า วิธีเปิดก็เหมือนกันเลย ดึงสลักเข้าหาตัว จนมีเสียง “แกร๊ง” ก็ปล่อย

 

และเมื่อเดินออกมาดูที่หน้ารถ ฝากระโปรงหน้าก็จะเผยอแบบนี้

 

แต่อย่าเพิ่งดีใจนะครับ เรายังยกฝากระโปรงหน้าขึ้นไม่ได้แน่ ๆ เพราะยังมีสลักล็อคอยู่อีกชั้นหนึ่ง

 

ให้เราสอดนิ้วเข้าไปแล้วยกสลักขึ้นแบบนี้

 

จากนั้นก็หยิบตะขอเหล็กยาว ๆ ที่วางอยู่ขึ้นมาครับ โดยให้จับตรงที่มียางหุ้มอยุ่นะครับ เพราะถ้าเครื่องร้อน ๆ ไปจับตรงเหล็กละก็ มีสะดุ้งแน่ ๆ ครับ

 

เมื่อดึงขึ้นมาแล้ว เราก็เอาตะขอใส่ไปในรูนี้ครับ มีลูกศรชี้อยู่ เพื่อค้ำฝากระโปรง

 

ฝากระโปรงก็จะเปิดออกแบบนี้

 

แหงนหน้าขึ้นไป ก็พบฉนวนกันความร้อนที่นิสสันติดมาให้จากโรงงานเรียบร้อยแล้ว ตามที่เบียร์เคยเขียนไปในพรีวิว Nissan Juke ก่อนหน้านี้

 

ก้มลงดูห้องเครื่อง ก็จะพบเครื่องยนต์ขนาด 1600 ซีซี ที่ผมคุ้นเคย

 

ซึ่งวางอยู่ใน Nissan Sylphy และ Nissan Pulsar 1.6 นั่นเอง

 

เมื่อเปิดฝากระโปรงได้แล้ว เรื่องเครื่องยนต์ก็ไม่ต้องเช็คอะไรมากครับ เพราะรถมาใหม่ ๆ ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร น้ำไฟเค้าก็เช็คมาเรียบร้อยแล้ว และถึงจะมีปัญหา ทางนิสสันเองก็รับผิดชอบให้ตลอด 3 ปีแรก หรือ 100,000 กิโลเมตรอยู่แล้ว

 

แต่นอกจากเครื่องแล้ว สิ่งที่ควรจะรู้ไว้สักหน่อย คือ ตำแหน่งบอกเลขตัวถังครับ โดยนิสสันจะแปะเพลทบอกข้อมูลของรถเอาไว้ในห้องเครื่อง ถ้าเรายืนหันหน้าเข้าหารถ ก็จะอยู่ตรงสีตัวถังสีแดง ๆ ด้านซ้ายมือของเรา ใกล้กับตำแหน่งคนขับรถมากที่สุดนั่นแหล่ะ

 

ในป้ายนี้บอกข้อมูลอะไรบ้าง มาดูกันครับ

Type F15 คือ รหัสที่ใช้เรียกตัวถังของ Juke ครับ ซึ่งจะใช้เรียกในบริษัทนิสสัน และวงการรถยนต์ทั่วไปให้เป็นที่เข้าใจ เพราะรถรุ่นหนึ่ง มีหลาย generation มี Minor Change มี Model Change กันอยู่บ่อย ๆ จึงต้องใช้รหัสตัวถังนี้มาเป็นตัวบอกว่า รหัสนี้เป็นตัวถังแบบไหน เป็นต้น

 

บรรทัดถัดมา มีทั้งตัวอักษรและเลขปนกัน นั่นคือ เลขตัวถังของรถคันนี้ครับ ซึ่งรถแต่ละคันจะมีเลขต่างกันไป เหมือนเลขบัตรประชาชนนั่นแหล่ะครับ หรือถ้าเพื่อน ๆ ที่ชอบเล่นมือถือ มันก็คือ เลขอีมี่ (imei) นั่นเอง

โดยเราสามารถตรวจสอบได้ครับ ว่าเลขตัวถังที่ป้าย ตรงกับในเอกสารซื้อ-ขายรถหรือเปล่า? เพื่อความถูกต้องของการจดทะเบียนรถครับ

บรรทัดต่อมา เราไม่ต้องสนใจครับ เป็นเรื่องของนิสสันเค้า เรามาดูบรรทัดถัดไปเลยดีกว่า โดย Nissan Juke คันนี้ระบุว่า AX6 ซึ่งคือรหัสสีของสีแดงนั่นแหล่ะครับ

โดยรหัสสีของ Nissan Juke มีดังนี้ครับ

–   KH3 – สีดำ
–   QM1 – สีขาว
–   AX6 – สีแดง
–   B51 – สีน้ำเงิน
–   K23  – สีเงิน
–   K21 – สีเทา

บรรทัดต่อมา คือ รหัสเครื่องยนต์ครับ ซึ่งจะเหมือนกันทุกรุ่น ทุกคัน นั่นคือ HR16

กลุ่มเลขตรงกลางน่าจะเกี่ยวกับวันผลิต  และจะเห็นเลข 4 ตัวสุดท้าย 1598 ซีซี ซึ่งเป็นตัวเลขที่บอกความจุของเครื่องยนต์จริง ๆ

โดยบริษัทรถยนต์มักจะปัดเลขขึ้นให้กลม ๆ เพื่อความง่ายดายในการเรียกครับ เราจึงได้ยินคนเรียก Nissan Juke  ว่าเครื่อง 1,600 ซีซีนั่นแหล่ะ แต่ความจริงมันไม่ถึงหรอกครับ ขาดไป 2 ซีซีเอง

จะว่าไปดูเลขมากก็มึน เอาเป็นว่า ดูแค่เท่าที่เบียร์บอกก็พอครับ ว่าตรงกับเอกสารซื้อ-ขาย-จดทะเบียนรถหรือเปล่า ก็พอแล้ว ไม่ต้องอ่านแล้วรู้หมดทุกอย่างเหมือนคนในโรงงานนิสสันก็ได้ 55555+

 

จากนั้นก็ปิดฝากระโปรงหน้ารถกันครับ โดยวิธีปิดที่ถูกต้องไม่ควรวางฝากระโปรงลงไป แล้วกดให้แน่นนะครับ ควรจะถือฝากระโปรงเอาไว้ในตำแหน่งที่สูงพอสมควร ประมาณนี้ครับ

 

แล้วปล่อยลงไปเลย ฝากระโปรงจะปิดได้พอดีครับ

ในกรณีที่เพื่อน ๆ ปล่อยแล้ว ฝากระโปรงยังปิดไม่แน่น แสดงว่า ตำแหน่งที่ปล่อยต่ำเกินไปครับ ให้ยกสูงขึ้นอีกสักหน่อยครับ

 

สำหรับรีวิวตอนที่ 3 ก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ครับ หวังว่าเพื่อน ๆ จะนำเทคนิคไปใช้กันได้โดยไม่สับสนอีกต่อไปนะครับ

ส่วนในตอนที่ 4 เบียร์จะพาไปดูเรื่องไฟรถครับ อดใจรอหน่อยนะครับ

ขอบคุณที่ติดตามรีวิวของเบียร์นะครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *