รีวิว Nissan Juke 1.6V CVT by Biere ตอนที่ 1 “กุญแจอัจฉริยะ”

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

หลังจากเบียร์ได้ปล่อยพรีวิว Nissan Juke by Biere ตอน“เธอคือ…สิ่งที่ฉันตามหา” ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ก็ได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด มีเพื่อน ๆ เข้ามาอ่านกันอย่างถล่มทลายจนเวบไซท์ของเบียร์ล่มกันเลยทีเดียว

ซึ่งเมื่อได้อ่าน comment ของเพื่อน ๆ ที่ล้วนแล้วแต่บอกว่า ถูกใจ เบียร์ก็รู้สึกดีใจที่พรีวิว Nissan Juke ของเบียร์มีประโยชน์ และช่วยให้เพื่อน ๆ รุ้จักเจ้า Juke ผ่านมุมมองของเบียร์มากขึ้น

จนมีเสียงเรียกร้องอยากอ่านรีวิว Nissan Juke by Biere เข้ามามากมาย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะทางนิสสันเอง ยังไม่มีรถ Test Drive ให้ลองที่โชว์รูม มีแต่รถโชว์และรถส่งมอบเท่านั้น

 

แม้สุดท้าย กว่าเบียร์จะได้รถนิสสัน จู๊คมาใช้งานจริง เพื่อน ๆ ก็รับรถกันไปเยอะแล้ว แต่คิดว่า คงยังมีเพื่อน ๆ อีกมาก ที่ยังไม่ได้รับรถ หรือสนใจเจ้า Juke อยู่ แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ เพราะไม่มีโอกาสได้ลองขับ

งั้นเราไปทำความรู้จักเจ้า Juke แบบเต็ม ๆ ให้มากกว่าเดิมพร้อม ๆ กันกับเบียร์เลยดีกว่าครับ

กุญแจรถ

อย่างที่เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้แล้วว่าหลัง ๆ รถนิสสันล้วนนำกุญแจอัจฉริยะมาใช้กับรถทุกรุ่น ตั้งแต่รุ่นเล็กไปจนถึงรุ่นใหญ่ ว่าแต่กุญแจเจ้า Juke มันดอกไหนละเนี่ย 55555+

 

จุดแตกต่างคือ กุญแจ Nissan Juke จะมีเพียง 2 ปุ่ม (ไม่มีปุ่มสีแดง)

ส่วนกุญแจที่มี 3 ปุ่ม จะเป็นกุญแจของรถ Hatchback (5 ประตู) อย่าง Nissan March และ Nissan Pulsar

และกุญแจที่มี 4 ปุ่ม (เพิ่มปุ่มเปิดฝากระโปรงหลัง) จะเป็นกุญแจสำหรับรถซีดาน 4 ประตู เช่น Nissan Almera , Nissan Sylphy และ Nissan Teana ครับ

 

ด้วยข้อแตกต่างที่สังเกตได้ง่าย ถึงแม้จะมีรถนิสสัน 3 คันในบ้านแบบนี้ ก็ไม่มีทางหยิบผิดแน่นอนครับ

 

สำหรับกุญแจรถ Nissan Juke นั้น ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะขับรุ่น 1.6E หรือ 1.6V ต่างก็ได้กุญแจอัจฉริยะเหมือนกันทั้ง 2 รุ่น แบบนี้เป๊ะเลย คือมีปุ่มแค่ 2 ปุ่มเท่านั้น นั่นคือ ปุ่มล็อครถและปลดล็อครถ

 

โดยกุญแจอัจฉริยะนั้น สามารถแยกใช้งานได้หลัก ๆ 3 แบบ

1. แบบกุญแจรีโมททั่วไป
2. แบบกุญแจธรรมดา
3. แบบกุญแจอัจฉริยะ

ลองมาดูแบบแรกที่คุ้นเคยกันก่อนครับ

1.   แบบกุญแจรีโมททั่วไป การใช้งานแบบนี้ ก็เหมือนรีโมทรถยนต์ทั่วไป มีปุ่มให้กดอยู่แค่ 2 ปุ่มครับ

 

เบียร์จะไล่จากบนลงล่างเลยนะครับ

– ปุ่มแรก รูปแม่กุญแจล็อคอยู่ ก็ตามภาพครับ เอาไว้กด“เพื่อล็อครถ” โดยเมื่อเรากด 1 ครั้ง รถจะมีเสียงดัง “ปี๊ป” 1 ที พร้อมไฟเลี้ยวทั้ง 2 ข้าง สว่างขึ้น 1 ทีเช่นกัน เพื่อบอกว่ารถล็อคให้เรียบร้อยแล้ว

– ปุ่มที่สอง รูปแม่กุญแจไม่ได้ล็อค ก็คือ “กดเพื่อปลดล็อค” โดยจะมีเสียงดัง “ปี๊ป ปี๊ป” ดังขึ้น 2 ที พร้อมไฟเลี้ยวทั้ง 2 ข้าง สว่างขึ้น 2 ทีเช่นกัน เพื่อบอกว่า รถได้ถูกปลดล็อคประตูทั้ง 5 บาน เพื่อรอให้ท่านได้เข้าไปภายในเรียบร้อยแล้ว

แบบที่ 2 กุญแจธรรมดา

ทีนี้ลองมาดูการใช้กุญแจในรูปแบบธรรมด๊า ธรรมดากันบ้างครับ โดยก่อนอื่น ให้เพื่อน ๆ พลิกไปดูด้านหลังของกุญแจรีโมทรูปเมล็ดข้าวก่อน จะพบสลักปลดล็อค

 

ก็ให้เพื่อน ๆ เลื่อนสลักเพื่อปลดล็อค โดยถ้าตามตำแหน่งในภาพแล้ว ให้เลื่อนไปทางซ้าย

 

แล้วดึงกุญแจที่ซ่อนอยู่ขึ้นมาครับ

 

ก็จะได้กุญแจออกมาแบบนี้

 

ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ ต้องการเปิด-ปิดรถ ก็ให้เพื่อน ๆ เดินมาไขที่รูกุญแจประตูด้านคนขับได้เลย เพราะมีรูกุญแจให้ไขได้แค่ฝั่งเดียวเท่านั้นครับ โดยเสียบเข้าไปเลยแบบนี้

 

บิดไปทางซ้าย 1 ที

 

ก็สามารถเปิดประตูได้แล้ว

 

แต่…..เฉพาะประตูคนขับบานเดียวเท่านั้นนะครับ บานอื่นยังล็อคอยู่

ซึ่งเพื่อน ๆ จะเห็นได้ว่า วิธีนี้สามารถป้องกันผู้ไม่ประสงค์ดี จะแอบเปิดประตูรถด้านอื่นเข้ามาได้ เพราะถ้าเรากดรีโมทปลดล็อค รถจะปลดล็อคให้หมดทั้ง 5 บานเลยนั่นเอง อาจจะมีใครสักคนที่เราไม่รู้จัก แอบเปิดประตูเข้ามาพร้อม ๆ เราก็ได้

ที่สำคัญ วิธีนี้ยังใช้ในกรณีที่แบตเตอรี่ของกุญแจอัจฉริยะหมดด้วยนะครับ ทำให้เพื่อน ๆ เปิดรถด้วยรีโมทหรือกดปุ่มที่ประตูไม่ได้ ก็ให้ใช้กุญแจนี้ ไขเข้ารถได้ทันทีครับ

และเมื่อเราต้องการล็อคประตู ก็เพียงเสียบกุญแจเข้าไปแล้วบิดมาทางขวาเท่านั้นเองครับ

 

หมายเหตุ ในกรณีที่แบตเตอรี่กุญแจอัจฉริยะหมด เพื่อน ๆ สามารถเปลี่ยนได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง โดยสามารถดูได้จากรีวิว วิธีเปลี่ยนถ่าน “กุญแจอัจฉริยะ” ของ Nissan

แบบที่ 3 กุญแจอัจฉริยะ 

แน่นอนครับ ว่าถ้าเพื่อน ๆ ใช้วิธีเปิดรถธรรมดาแบบนี้ เราจะเรียกกุญแจอัจฉริยะได้อย่างไรละครับ? ในเมื่อจ่ายเงินค่าตัวรถไปตั้ง 8 แสนกว่าบาทแล้ว เราจะมาใช้ชีวิตให้มันยาก ๆ ทำไมครับ? โยนกุญแจอัจฉริยะเข้ากระเป๋าไปเลย จะกระเป๋าเสื้อก็ได้ กระเป๋ากางเกงก็ดี หรือถ้ามีกระเป๋าสะพายก็จัดไป!!

จากนั้นก็เดินมาที่ประตูด้านหน้าฝั่งไหนก็ได้ เพื่อน ๆ จะเห็นปุ่มเล็ก ๆ ที่มือเปิดประตูทั้งด้านคนขับ

 

และด้านคนนั่งหน้า

 

รวมทั้งประตูหลังอีกด้วย

 

แล้วเอามือกดปุ่มที่มือจับประตูแบบนี้

 

นั่นก็ตั้งใจกดเกินไป 55555+ จริง ๆ แล้ว ท่าที่เบียร์ใช้กับรถทุกคันก็จะเป็นแบบนี้ เพราะเมื่อนิ้วโป้งกดปุ๊ป มือก็ดึงประตูเปิดต่อเลยทันที

 

เมื่อเรากดปุ่มแล้ว ก็จะมีเสียง “ปี๊ป ปี๊ป” ดังขึ้น 2 ครั้ง พร้อมไฟเลี้ยวทั้ง 2 ข้าง (หรือไฟฉุกเฉิน) สว่างขึ้น 2 ที เพื่อปลดล็อคประตูทุกบานให้เราเปิดเข้าไปนั่ง

แต่ถ้าเรากดปุ่มเดิมอีก 1 ที ก็จะมีเสียง “ปี๊ป” ดังขึ้น 1 ครั้ง พร้อมไฟเลี้ยวทั้ง 2 ข้าง (หรือไฟฉุกเฉิน) สว่างขึ้น 1 ที เพื่อล็อครถให้เรานั่นเอง

 

ซึ่งปุ่มนี้จะใช้งานได้ต่อเมื่อ กุญแจอัจฉริยะอยู่ที่ตัวเพื่อน ๆ ในรัศมีระหว่างปุ่มและกุญแจไม่เกิน 80 เซนติเมตรครับ

นั่นคือ ถ้าเพื่อน ๆ ยืนอยู่ที่ประตูคนขับ แล้วไม่ได้กดปุ่ม แต่มีแฟน หรือใครก็ตามมากดปุ่มอีกด้านที่ฝั่งคนนั่ง ประตูจะไม่เปิดนะครับ

 

เพราะกุญแจอัจฉริยะอยู่ใกล้ปุ่มไหน ปุ่มนั้นถึงจะทำงานครับ ดังนั้น สบายใจได้ ว่าถ้าเราเดินมาที่ประตูรถแล้ว แม้เรายังไม่ได้กดปุ่มไหน ๆ เลย แต่ถ้ามีใครแอบมากดปุ่มประตูอีกฝั่งเพื่อแอบขึ้นรถนั้น ทำไม่ได้ครับ!!

และในกรณีที่กุญแจอัจฉริยะวางไว้อยู่ภายในรถ แม้ตัวกุญแจจะอยู่ในรัศมี 80 เซนติเมตร เพื่อน ๆ ก็ไม่สามารถกดปุ่มเพื่อปลดล็อคหรือล็อครถได้นะครับ

 

เพราะระบบจะจับได้ว่ากุญแจอยู่ข้างในรถครับ ลองมาดูตัวอย่างความชาญฉลาดกันครับ

ตัวอย่างที่ 1 ถ้าเราลืมกุญแจอัจฉริยะไว้ในรถ (อาจจะอยู่ในกระเป๋าสะพายแล้วไม่ได้เอาลงมาด้วย) เมื่อเราลืมตัว เดินลงจากรถ แล้วกดปุ่มที่ประตูเพื่อล็อครถ รถจะไม่ล็อคให้นะครับ และจะส่งเสียงเตือนประมาณ 3 ครั้ง เพื่อบอกว่า เราลืมกุญแจไว้ในรถ

ตัวอย่างที่ 2 ถ้าเรานั่งอยู่ในรถ ล็อครถแล้ว กุญแจอยู่กับตัวเราภายในรถ มีผู้ไม่ประสงค์ดี เดินมากดปุ่มที่มือจับประตู เพื่อจะปลดล็อครถ ก็ไม่สามารถทำได้เช่นกันครับ

ตัวอย่างที่ 3 ถ้าประตูรถบานใด บานหนึ่งปิดไม่สนิท แม้เราจะนำกุญแจอัจฉริยะติดตัวออกมาแล้ว เมื่อเรากดปุ่มที่ประตู รถก็จะไม่ยอมล็อคให้ครับ จะส่งเสียงเตือนให้เรารู้ว่าประตูปิดไม่สนิท

สำหรับเพื่อน ๆ ที่พกกุญแจอัจฉริยะคนละดอกกับแฟน แล้วเกิดนั่งรถไปด้วยกัน

 

เวลาลงจากรถพร้อมกัน ผู้ชายนำกุญแจติดตัวมาด้วย ส่วนผู้หญิงลืมไว้ในกระเป๋าในรถ พอผู้ชายกดปุ่มที่มือจับประตู เพื่อล็อค รถจะไม่ล็อคนะครับ รถจะร้องเตือน 3 ครั้งเหมือนด้านบน เพราะสามารถจับสัญญาณกุญแจในรถได้

ดังนั้น ทั้ง 2 คน ก็ต้องนำกุญแจติดตัวไปด้วยตลอด รถถึงจะ Lock ได้

แต่ทีนี้ ผู้หญิงที่ใช้กุญแจอัจฉริยะเนี่ย โดยส่วนใหญ่มักจะเก็บกุญแจไว้ในกระเป๋าถือใช่ไหมครับ ถ้าลงจากรถไปธุระปกติก็ต้องนำกระเป๋าถือไปอยู่แล้ว
แต่เวลาที่คุณผู้หญิงแค่เดินลงไปซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือแวะเข้าห้องน้ำตามปั๊มน้ำมันแบบแป๊ปเดียว เค้าก็ไม่อยากจะถือกระเป๋าลงไปให้เกะกะ

 

ซึ่งถ้าเราจะล็อครถด้วย เค้าก็จะต้องล้วงเอากุญแจออกมาจากกระเป๋า เพื่อถือไปด้วย ซึ่งอาจจะสร้างความลำบากให้เค้าได้

เบียร์จึงแนะนำเทคนิคดังนี้ครับ 

– เราสามารถล็อครถได้ด้วยกุญแจอีก 1 อันที่อยู่ข้างนอกครับ ด้วยวิธี “กดปุ่มล็อคที่ตัวรีโมท” เท่านั้น ต่อให้กุญแจอัจฉริยะอีกอันจะถูกวางทิ้งไว้ในรถ ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดครับ

 

พอเราซื้อของหรือเข้าห้องน้ำเสร็จ กลับมาที่รถ ซึ่งคราวนี้เราสามารถกดปุ่มปลดล็อคที่รีโมทหรือกดปุ่มที่มือจับประตูก็ได้นะครับ เหมือนปกติเลย

สรุป กรณีกุญแจอัจฉริยะอีกดอกอยู่ในรถ 

– เวลา Lock รถ ให้กดปุ่มจากรีโมทเท่านั้น

– เวลาปลด Lock รถ สามารถกดปุ่มที่รีโมทหรือกดปุ่มที่มือจับประตูก็ได้ ง่าย ๆ แค่นี้เองครับ

การเปิดฝากระโปรงหลัง

เมื่อเพื่อน ๆ เดินมาที่รถด้วยของเต็มไม้ เต็มมือ มันคงยุ่งยากและวุ่นวายกับการควานหากุญแจมากดปุ่มหรือไข เพื่อเก็บข้าวของเหล่านั้น

แต่ถ้าเพื่อน ๆ มีกุญแจอัจฉริยะติดอยู่กับตัว จะกลัวอะไรครับ ลืมการควานหากุญแจขึ้นมาไขหรือกดปุ่มไปได้เลย แต่ให้เพื่อนพุ่งตรงไปที่ด้านหลังรถ บริเวณโลโก้นิสสัน

 

แล้วคลำมือลงไปใต้โลโก้นิสสัน จะเห็นปุ่มสีดำ 2 ปุ่มแบบนี้

 

ถ้ากดปุ่มสีดำนูน ๆ ด้านขวาก่อน ก็คือการปลดล็อครถทุกประตูตามปกติครับ

แต่ในกรณีนี้ เราสามารถกดปุ่มยาว ๆ สีดำข้างซ้าย แล้วดันประตูขึ้นเพื่อเปิดประตูรถได้เลยครับ

 

เมื่อรู้วิธีใช้กุญแจอัจฉริยะไปแล้ว เบียร์ก็มีเทคนิคดี ๆ มาฝากเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้งานเจ้า Juke กันอีกด้วยครับ กับ
“เทคนิคการล็อครถโดยไม่ต้องดับเครื่องยนต์”

เพราะชีวิตประจำวันในการใช้รถของเพื่อนๆ น่าจะต้องเคยเจอสถานการณ์นี้แบบนี้กันอยู่บ้าง

กรณีที่ 1 : ขับรถออกจากรั้วบ้าน ลงจากมารถ โดยไม่ได้ดับเครื่อง เพื่อปิดประตูรั้ว แล้วขึ้นรถเพื่อขับไปทำงานต่อ

 

กรณีที่ 2 : จอดแวะซื้อของข้างทาง ลงมาจากรถโดยไม่ได้ดับเครื่อง เพราะคิดว่าแป๊ปเดียว หรือมีคนนั่งอยู่ในรถ

 

กรณีที่ 3 : ขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัด แวะปั๊มน้ำมันเพื่อเข้าห้องน้ำ แต่มีผู้โดยสารมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ คุณเพื่อน หรือคุณแฟนก็ตาม แล้วเค้าเหล่านั้นเกิดหลับอยู่! เลยไม่กล้าดับเครื่อง เพราะกลัวผู้โดยสารจะร้อน เลยลงจากรถไปเข้าห้องน้ำเลย

 

สิ่งที่เพื่อน ๆ ทำ อาจจะเป็นความสะดวก แต่เพื่อน ๆ รู้ไหมครับ ว่าสมัยนี้มิจฉาชีพชุกชุมมาก มีข่าวโจรขโมยรถตอนเจ้าของแวะลงไปปิดประตูบ้าน หรือตอนเข้าห้องน้ำในปั๊มมาแล้วหลายราย

 

เพราะต่อให้เพื่อน ๆ นำกุญแจอัจฉริยะลงจากรถติดตัวมาด้วย แต่เพื่อน ๆ ไม่ได้ดับเครื่องยนต์ ไม่ว่าใครก็ตาม ก็สามารถขับรถเราหนีไปไหนต่อไหนได้ไกลเท่าที่ใจต้องการนะครับ

 

เพราะรถจะไม่มีการดับเครื่องอัตโนมัติให้ แต่จะมีเพียงเสียงร้องเตือน และมีสัญลักษณ์รูปกุญแจเตือนขึ้นมาที่หน้าจอเท่านั้น

และถ้าเพื่อน ๆ คิดว่า เราก็เอากุญแจรถออกมาแล้ว เลยพยายามจะล็อคประตู ไม่ว่าจะกดที่ปุ่มตรงมือจับประตู หรือกดตรงปุ่มที่รีโมท ก็ต้องบอกว่า ไม่สามารถทำได้นะครับ เพราะกุญแจอัจฉริยะจะไม่ยอมให้ล็อครถเป็นอันขาด ถ้าไม่ดับเครื่องยนต์

 

ซึ่งทางแก้ไขง่าย ๆ ในสถานการณ์เหล่านี้ คือ ดับเครื่องยนต์ก่อนทุกครั้ง และควรล็อคประตูรถก่อนจะเดินไปไหนต่อไหน

 

แต่ในเมื่อมีคนนอนหลับอยู่ในรถ เราก็ไม่อยากดับเครื่องให้คนที่เรารักต้องร้อน เราจะทำยังไงดีละ ทีนี้?

วิธีที่ 1 ปลุกให้ผู้โดยสารที่มาด้วยตื่นก่อน แล้วให้เอื้อมมือมากดล็อคที่ประตูด้านคนขับซะ ซึ่งก็โอเคนะ เหมาะเหม็งเวลาไม่มีใครหลับ
แต่ถ้ากลับมา แล้วเค้าคนนั้นหลับละ เราจะเข้ารถยังไงครับ? ทุบรถเรียกให้ตื่นหรอ?

มาใช้วิธีที่ 2 ดีกว่า ยุ่งหน่อย แต่ได้ผลครับ เพราะไม่ต้องเดือดร้อนใคร วิธีที่เบียร์ใช้ คือนำระบบเซ็นทรัลล็อค กับกุญแจอัจฉริยะมาประยุกต์กัน

 

ก่อนอื่น ต้องบอกให้เพื่อน ๆ ทราบความจริงข้อหนึ่งก่อนสำหรับระบบเซ็นทรัลล็อค นั่นคือ แม้ว่าเราจะล็อครถทั้งคันเรียบร้อยแล้ว แต่เราก็สามารถเปิดประตูรถด้านคนขับจากภายในได้ทันที โดยไม่ต้องกดปุ่มเพื่อปลดล็อครถก่อนนะครับ

 

ซึ่งระบบนี้ไม่ได้เป็นกับนิสสันยี่ห้อเดียว เป็นกับรถอีกหลายยี่ห้อ ทำมาเพื่อความปลอดภัยของคนขับครับ สำหรับกรณีฉุกเฉิน จะได้เปิดประตูรถได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลา (เฉพาะเปิดจากภายในนะครับ แต่ถ้าเปิดจากภายนอก ไม่สามารถเปิดได้ เพราะรถยังล็อคอยู่ตามปกติ)

 

ในการใช้เทคนิคนี้ ก่อนที่เราจะเปิดประตูรถออกไป เราต้องแน่ใจก่อนว่าเราล็อครถอยู่นะครับ ถ้ายังไม่ได้ล็อครถ ก็กดล็อคที่นี่เลยครับ

 

เมื่อกดแล้ว จะเห็นว่าที่ประตูคนขับก็ถูกล็อคอยู่

 

ประตูคนนั่งก็ล็อคด้วยเช่นกัน

 

จากนั้นให้ดึงกุญแจสำรองในกุญแจอัจฉริยะออกมาก่อน ตามที่เบียร์บอกวิธีการดึงไปแล้วในช่วงต้น ๆ ของรีวิว

 

สิ่งที่ต้องนำติดตัวไปคือกุญแจสำรองที่ให้ดึงออกมานะครับ

 

 

จากนั้น เปิดประตูด้านคนขับทันที แม้มันจะล็อคอยู่

 

จะเห็นว่าประตูด้านคนขับเปิดออกได้อย่างสบาย ๆ แต่ประตูบานอื่นจะไม่สามารถเปิดได้

 

จากนั้นให้ปิดประตูคนขับแล้วเอากุญแจสำรองเสียบเข้าไป

 

แล้วบิดไปทางขวาเพื่อล็อคประตูคนขับซะ

 

เพื่อความมั่นใจให้ลองดึงดู ก็จะรู้ว่าเปิดไม่ได้

 

มาลองเปิดประตูหลัง ก็เปิดไม่ได้เช่นกัน

 

ทีนี้ก็สบายใจได้แล้ว ว่าไม่มีใครหน้าไหนเข้ารถเราได้แน่นอน เราก็ถือกุญแจสำรองติดตัวไปทำธุระได้เลย และเมื่อทำธุระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เอากุญแจสำรองเสียบเข้าไป แล้วบิดไปทางซ้าย

 

เราก็สามารถเข้ามาในรถได้เหมือนเดิม โดยที่ผู้โดยสารที่หลับอยู่ อาจจะยังไม่รู้เลยว่าเราไปไหนมา เพราะเราไม่ได้ดับเครื่อง ไม่ได้ปิดแอร์นั่นเอง

 

เป็นยังไงบ้างครับ กับเทคนิคการล็อครถโดยไม่ต้องดับเครื่อง หวังว่าเพื่อน ๆ คงนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงนะครับ เพราะทุกวันนี้เบียร์ก็ใช้อยู่เป็นประจำ เพื่อความปลอดภัยครับ

ถ้ามีข้อสงสัย ไม่เข้าใจตรงจุดไหน ก็สอบถามได้เลยครับ เบียร์จะเข้ามาตอบข้อสงสัยให้ในทุกคำถามครับ

สำหรับรีวิวตอนหน้า เบียร์จะพาไปสำรวจห้องโดยสารกันครับ อดใจรอนิดนึงนะครับ

ขอบคุณครับ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *