รีวิวงาน Nissan 360 Asia & Oceania ตอนที่ 1: บุกบ้าน Nissan ประเทศญี่ปุ่น

 

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

เบียร์ว่านะ ถ้าเราอยากจะรู้จักใครสักคนให้มากขึ้น เราต้องไปเที่ยวบ้านของเค้าครับ

เพราะบ้านของเค้านี่ละ ที่จะบ่งบอกนิสัย ใจคอและความเป็นตัวตนของเจ้าของบ้านออกมาได้ชัดเจน

 

และในฐานะที่เบียร์เองก็ใช้แต่รถ Nissan เป็นหลัก ก็ย่อมอยากรู้จักว่า Nissan นั้นเป็นยังไง?

 

และแล้วสวรรค์ก็เป็นใจ เพราะเมื่อปลายปี 2015 ที่ผ่านมา เบียร์ก็ได้มีโอกาสไปร่วมงาน Nissan 360 Asia – Oceania ที่ประเทศญี่ปุ่นมาครับ

 

โดยงานนี้จะเป็นงานที่พาเราไปรู้จักแบรนด์ Nissan ให้มากขึ้น ด้วยการบุกบ้านนิสสันถึงเมืองโยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าไปสัมผัสความเป็น Nissan ในทุก ๆ ด้าน ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

 

โดยเบียร์ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 ครับ

 

ระหว่างการเดินทางด้วยเครื่องบินก็สัมผัสความเป็น Nissan จากในหนัง Fast & Furious ก่อนเลย

 

เครื่องบินใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมงครับ โดยในเครื่องจะมีหน้าจอ บอกพิกัด และระยะเวลาที่เหลือให้เราทราบอยู่ตลอดเวลา หลังหนังจบ เบียร์ก็เลยเปิดหน้าจอนี้ค้างไว้ ดูแล้วเพลิดเพลินดีครับ

 

ถึงแล้วครับ แดนอาทิตย์อุทัย ที่เวลาเดินไวกว่าเมืองไทย 2 ชั่วโมงครับ

 

เมื่อมาถึงประเทศญี่ปุ่นแล้ว จุดหมายปลายทางของทริปนี้ จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกจากเมืองโยโกฮาม่า

 

ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญของญี่ปุ่น

 

ที่สำคัญที่สุด ยังเป็น “บ้านของนิสสัน” หรือเป็นเมืองที่ Nissan สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่นั่นแหล่ะครับ

 

สังเกตว่า เมืองนี้ จะมีแต่รถนิสสันแทบทั้งนั้น

 

ไม่เว้นแม้แต่รถส่งของ

 

โดยสถานที่แรกที่เบียร์มาก็คือ Nissan Global Headquarter หรือนิสสัน สำนักงานใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นบ้านหลังใหญ่ของค่าย Nissan นี่แหล่ะครับ

 

โดยมีพนักงานต้อนรับ 2 คัน มาจอดรอสวัสดีพวกเราอยู่

เดินเข้ามาในตัวบ้าน ก็พบกับคุณโทรุ ฮาเซกาวา อดีตประธานบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานบริษัท นิสสัน มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค จำกัด มากล่าวต้อนรับ และเล่าเรื่องราวของ Nissan ให้พวกเราฟัง

 

นั่นทำให้รู้จัก Nissan เพิ่มขึ้นว่า
– อายุอานาม 80 ปีแล้วนะเนี่ย
– รถ Nissan มีวางขายใน 160 ประเทศแน่ะ
– มีโรงงานผลิตอยู่ในประเทศต่าง ๆ ถึง 20 ประเทศทีเดียว
– Nissan ขายรถได้ 5.3 ล้านคันต่อปี โอ้ววว เยอะมาก
– Nissan มีพนักงานมากถึง 247,000 คน

 

รับรู้เรื่องราวจาก Nissan เรียบร้อย ก็เริ่มเดินสำรวจบ้านของ Nissan

 

โดยชั้นล่างจะเป็น Nissan Gallery จัดแสดงรถยนต์นิสสันที่วางขายทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก

 

รวมทั้งรถ Infinity ซึ่งเป็นรถที่ทำตลาดระดับบนของ Nissan ก็มีจอดโชว์เหมือนกัน

 

เพื่อน ๆ อาจจะไม่รู้จักแบรนด์ Infinity นี้ เพราะไม่มีวางขายในไทย แต่ถ้าเทียบกับค่ายโตโยต้าแล้วละก็ แบรนด์ Infinity ก็เหมือนแบรนด์ Lexus ครับ ที่เน้นทำตลาดระดับบนเป็นหลัก

 

เข้ามาดูภายในกันสักหน่อยครับว่าหรูหรามากมายขนาดไหน

 

คอนโซลหรูหรา สวยงามตามสไตล์

 

ทีนี้ไปดูรถ Nissan กันบ้าง คันแรกเลยก็ต้องรถสปอร์ตคันงาม Nissan 370Z Fairlady นั่นเองครับ

 

ในเมืองไทย เพื่อน ๆ น่าจะเคยเห็นกันหลายคัน เพราะ Nissan เคยนำเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยอยู่ช่วงหนึ่งครับ

 

รวมถึงผู้นำเข้าอิสระอีกหลายราย ที่สั่งนำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทยเช่นกัน ทำให้พบเห็นได้มากพอสมควร เพราะเป็นรถที่สวยงามและโฉบเฉี่ยวเอามาก ๆ

 

คันถัดมา ถึงกับกรี๊ดเบา ๆ เพราะเป็นสุดยอดรถ Super Car ของ Nissan ที่มีชื่อเสียงเรียงนามว่า Nissan GT-R

 

แม้ในเมืองไทย Nissan ไม่ได้นำมาทำตลาดเอง แต่ก็พบเห็นได้มากมายเช่นกันจากผู้นำเข้าอิสระ หรือ เกรย์ มาร์เก็ต

 

เพราะนอกจากพลังเครื่องยนต์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่า แรงมหาศาลแล้ว GT-R ยังเป็น”ตำนาน” ที่เกิดขึ้นมามากมายหลาย Generation

โดยเมื่อก่อนจะใช้ชื่อรุ่นว่า Nissan Skyline GT-R แล้วแบ่งรุ่นด้วยรหัส R เช่น R32 R33 R34 จนสุดท้ายมาเป็น R35 คันนี้ ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่จากรถสปอร์ตคาร์ เป็นรถซูเปอร์คาร์เต็มตัว ด้วยการตัดคำว่า Skyline ออกไป เหลือแต่ GT-R เพียงคำเดียว

 

มาดูภายในกันครับ

 

มุมมองจากฝั่งคนนั่ง

 

สังเกตว่า วัสดุทั้งภายนอกและภายในจะใช้คาร์บอน ไฟเบอร์แทบทั้งนั้น

 

คอนโซลกลางนี่ใช้เป็นหลักเลย

 

แม้กระทั่งช่องแอร์

 

หน้าจอที่คอนโซลกลางขนาดใหญ่ที่บอกข้อมูลของรถแทบทุกอย่าง เรียกว่า ไม่ต้องไปติดตั้งเกจ์วัดเพิ่มให้เกะกะ

 

ปุ่มควบคุมวิทยุ และระบบแอร์อัตโนมัติ

 

เบียร์นั่งอยู่ในรถนานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่า พนักงานสาวชาวญี่ปุ่นคงเห็นว่า เบียร์บ้ารถคันนี้เอามาก ๆ นางคงคิดในใจว่า ถ้าเบียร์นอนในนี้ได้ คงนอนเลยมั้ง 555555+ นางก็เลยอาสาเดินมาถ่ายรูปให้ แหม น่ารักจัง

 

ไหน ๆ ก็มาถ่ายรูปให้แล้ว ขอภายนอกอีกซักแอ็คแล้วกันเนาะ อิอิ

 

ถ่ายเสร็จแล้ว เดินไปดูคันอื่นบ้างดีกว่าครับ ซึ่งก็ต้องร้อง”ว้าว” เพราะเจอรถตระกูล Nismo เพียบ!!

 

หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินชื่อ Nismo กันมาบ้าง แต่ไม่เข้าใจ ก็ต้องบอกว่า Nismo นั้น ย่อมาจาก Nissan Motorsport ครับ

ถือว่าเป็นบริษัทลูกหรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็นหน่วยงานหนึ่งของ Nissan ที่ดูแลงานด้านความเร็ว ความแรงในสนามแข่งรถของ Nissan

รวมถึงยังดูแลในการเพิ่มประสิทธิภาพ ปรับจูน เสริมหล่อรถ Nissan ทั้งหมดครับ หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า สำนักแต่งนั่นแหล่ะครับ

 

จนช่วงหลัง แค่ปรับตั้งยังไม่พอ Nismo ได้ออกรถ Complete Car หรือรถที่ Nismo จัดการเสริมหล่อ เสริมแรงมาสำเร็จเรียบร้อยจากโรงงาน เพื่อให้ลูกค้ามาถอยออกจากโชว์รูมไปซิ่งกันได้เลย

 

มาลองดูรุ่นที่จอดโชว์ใน Nissan Gallery กันครับ ว่ามีรุ่นไหนบ้าง เริ่มที่ Nissan 370Z Nismo กันก่อนเลย

 

จะเห็นได้ว่า 370Z Nismo นั้น นอกจากจะดูสวยกว่ารุ่นธรรมดาคันสีแดงแล้ว ยังมีกำลังแรงกว่าอีกด้วย

 

ด้านหลังก็ถูกตกแต่งออกมาอย่างโดดเด่น ด้วยเส้นสีแดงคาดยาว

 

กระจกมองข้างใช้สีดำ แล้วคาดด้วยเส้นสีแดง ดูดุดัน และร้อนแรงไม่ใช่น้อย

 

เปิดประตูดูภายในกันครับ

 

จะเห็นได้ว่า ภายในถูกตกแต่งใหม่ด้วยการใช้โทนสีแดง และใช้หนัง Alcantara หุ้มเป็นหลัก

 

ซึ่งหนัง Alcantara นั้นเป็นที่นิยมมากสำหรับรถซูเปอร์คาร์ หรือรถแรง รถซิ่งทั้งหลาย ด้วยคุณสมบัติที่ยืดตัว และเข้ารูป ทำให้เวลาหุ้มนั้นง่ายมาก แถมถ้าเกิดไฟไหม้ที่พื้นผิว ก็จะไม่ลามปามไปที่อื่นอีก รถ Super Car ราคาแพงทั้งหลายจึงเลือกใช้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานติดรถครับ

 

ส่วนระบบเกียร์ในรถทุกรุ่นที่เป็นเวอร์ชั่น Nismo นั้น จะเป็นเกียร์ธรรมดาแทบทั้งหมดครับ ตาม concept รถแรง ซึ่งถ้าขับไม่เป็นก็หมดสิทธิซื้อมาใช้งานครับ

 

สำหรับพวงมาลัยของ 370Z นั้น เดิมทีก็เป็นพวงมาลัยทรงสวยอยู่แล้ว แต่พอหุ้มหนังอัลคันทาราเพิ่มเข้าไป ยิ่งให้ความรู้สึกสปอร์ตแบบสุด ๆ

 

แถมยังช่วยให้จับกระชับได้มากขึ้นด้วยครับ

 

และถ้าเพื่อน ๆ สังเกตที่พวงมาลัยให้ดี จะพบว่า รถสปอร์ตคาร์และซูปเปอร์คาร์ของ Nissan นั้น เลือกที่จะสร้างโลโก้ใหม่ให้เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง อย่างของ 370Z ก็จะใช้โลโก้ Z แทนโลโก้ Nissan ตามภาพด้านบน

ส่วน Nissan GT-R ก็เลือกที่จะใช้โลโก้ GT-R ปะลงไปแทนเช่นกัน

 

กลับมาที่คอนโซลกลางของ Nissan 370Z Nismo ก็จะพบเกจ์วัดบอกข้อมูลเครื่องยนต์ตามสไตล์รถซิ่ง

 

ทีนี้มาดูรุ่นต่อไปกันบ้างครับ กับรถสปอร์ตครอสโอเวอร์ที่เข้ามากอบโกยยอดขายในเมืองไทยอย่างถล่มทลายอย่าง Nissan Juke Nismo

 

โดยรุ่นนี้จะเป็นโฉม MC หรือไมเนอร์เชนจ์ ที่ทำศัลยกรรมใบหน้าเรียบร้อยแล้ว

 

มาพร้อมเอกลักษณ์ของ Nismo Style กับการใช้สีแดงแต่งแต้ม และเปลี่ยนล้ออัลลอยใหม่เป็นลาย Nismo สีดำ ที่ทำให้ดูดุ

 

ส่วนกระจกมองข้าง เลือกใช้สีแดงแทน เพื่อสร้างความโดดเด่น

 

สำหรับโฉมนี้ เบียร์มองว่า มันมีเอกลักษณ์และดูลงตัวมากกว่าโฉมแรกนะครับ เพราะเลือกที่จะเปลี่ยนไฟหน้าและหลังให้เป็นทรงบูมเมอแรงทั้งหมด ดูสปอร์ตขึ้นชัดเจน

 

มาดูภายในกันบ้าง ซึ่งน่าจะถูกใจคนไม่ถนัดเกียร์ธรรมดา เพราะ Juke Nismo นั้นมีเกียร์อัตโนมัติ ให้เลือกใช้ด้วย ซึ่งเป็นระบบเกียร์ Xtronic CVT ที่ทาง Nismo ได้ปรับแต่งเพิ่มเติมจากปกติ แถมยังมีแพดเดิล ชิฟท์ไว้เปลี่ยนระดับเกียร์ได้เอง ติดตั้งอยู่ข้างพวงมาลัยทั้งสองข้างด้วย ให้อารมณ์สปอร์ตอย่างเต็มที่

 

ส่วนการตกแต่งก็ยังคงรูปแบบเดิมในสไตล์นิสโม่ นั่นก็คือ การเล่นโทนสีแดง พร้อมใช้หนังอัลคันทาร่ามาหุ้มเป็นหลัก

 

ด้านเบาะคู่หน้านั้น เปลี่ยนเป็นเบาะทรงสปอร์ตที่เพิ่มความกระชับในยามขับขี่

 

แต่ด้านหลังยังคงเป็นเบาะทรงเดิมที่หุ้มหนังอัลคันทาร่าเข้าไปทดแทน

 

ออกจาก Juke มาดู Nissan Note Nismo กันต่อครับ

 

รุ่นนี้ไม่มีวางขายในไทยครับ ซึ่งแอบเสียดาย เพราะเป็นรถ Hatchback ที่น่าใช้มาก ๆ ในพิกัดเครื่อง 1500 ซีซี

 

ส่วนเวอร์ชั่น Nismo นั้น ก็ยังคงเอกลักษณ์เดิมเหมือน ๆ กับ Nismo รุ่นอื่นคือ ตกแต่งด้วยลายเส้นสีแดง พร้อมล้ออัลลอยสีดำ

 

มาดูภายในเจ้าโน้ต นิสโม่กันบ้างครับ

 

แน่นอนว่า เบาะคู่หน้าต้องเป็นเบาะทรงสปอร์ตเท่านั้น เวลาสาดโค้งแรง ๆ  ตัวเราจะได้ไม่หลุดไปจากเบาะ

 

ใกล้ ๆ กัน มี Nissan Note รุ่นธรรมดาจอดเทียบอยู่ครับ เผื่อใครไม่ชอบรถแต่ง ก็เดินมาดูคันนี้ได้เลย

 

ไปดูกันหน่อยซิ

 

ข้าง ๆ กันมี Nissan Juke รุ่นธรรมดาจอดเทียบอีกด้วยครับ

 

เป็น Juke สีทูโทนครับ

 

เดินมาอีกนิด มีเบาะสปอร์ตของ Nismo วางโชว์อยู่ครับ 2 สี 2 สไตล์

 

นอกจากรถทั่วไปแล้ว ใกล้ ๆ กัน ยังมีรถแข่งจอดโชว์อยู่อีกด้วย

 

อย่างคู่นี้จอดเปรียบเทียบให้ดูกันชัดเจน ระหว่าง Nissan leaf รถไฟฟ้าเต็มระบบคันแรกของนิสสัน กับ Nissan Leaf Nismo RC รถแข่งพลังไฟฟ้า

 

แถมยังมีรถแข่งระดับตำนานของนิสสันด้วยนะครับ

 

ที่จุดนี้ เลยมีโอกาสได้พบกับนัมบุซัง หรือคุณคะซุทากะ นัมบุ ประธานบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด คนปัจจุบัน ก็เลยทักทาย พูดคุยกันสักพัก ก่อนจะขอถ่ายรูปคู่กับท่านครับ

 

จากนั้น เดินไปชมรถต่อ ก็สังเกตเห็นรถรุ่นหนึ่งจอดอยู่หลายคัน หลายแบบ เลยไปส่องใกล้ๆ ก็พบว่าเป็น Nissan Dayz นั่นเอง

 

Nissan Dayz นั้นถือเป็นรถ K-Car ของค่ายนิสสันครับ ซึ่ง K-Car ก็คือ รถที่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา เครื่องยนต์เล็ก เป็นที่นิยมมากในประเทศญี่ปุ่น ด้วยเหตุผลที่ว่า ประเทศญี่ปุ่นนั้นที่ดินมีราคาแพงมาก และด้วยกฎหมายที่ต้องมีที่จอดรถ ถึงจะซื้อรถได้

แถมถ้าเช่าแมนชั่นอยู่ ก็ไม่มีที่จอดรถฟรีด้วยนะ ต้องเสียตังค์เช่าที่จอดในราคาแพงอีกต่างหาก

 

แต่ด้วยขนาดของรถ K-Car ทำให้สามารถเข้าจอดในช่องแคบ ๆ ได้สบาย คนญี่ปุ่นจึงซื้อรถ K-Car ได้ง่าย แถมรถประเภทนี้ ยังได้รับสิทธิพิเศษมากกว่ารถทั่วไปอีก เช่น  ค่าจอดรถถูกกว่า ค่าทางด่วนถูกกว่า ค่าภาษีถูกกว่าเป็นต้น เพราะภาษีรถที่ญี่ปุ่นแพงมากกกกครับ

 

ซึ่งรถ K-Car ที่ได้รับสิทธิพิเศษนั้น จะสังเกตได้ง่ายจากป้ายทะเบียนสีเหลือง อักษรสีดำ คล้าย ๆ ป้ายรถ Taxi บ้านเราครับ

 

และแม้จะมีขนาดตัวถังเล็ก แต่คุณสมบัติภายในที่ไม่เล็กตาม เพราะมีขนาดภายในกว้างขวาง ใช้งานได้หลากหลาย นั่งได้สบาย จึงทำให้พบเห็นรถ K-Car บนถนนญี่ปุ่นมากมาย

ซึ่ง Nissan dayz ก็เลยมีออกมาหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Nissan Dayz รุ่น Roox ที่เพิ่มระดับความสูงของหลังคา แถม Option ไม่ธรรมดา ทั้งประตูไฟฟ้า และกล้องมองหลังแบบเดียวกับ Nissan Teana

 

หรือจะเป็นรุ่นตกแต่งให้สปอร์ตขึ้นอย่าง Nissan Dayz รุ่น Highway Star

 

ลองไปดูคันที่จอดด้านนอกริมน้ำกันครับ

 

ด้านข้างและด้านหลัง

 

ลองดูคอนโซลภายในรถครับ

 

ดูทันสมัยไฮเทคดีจัง


.

 

ข้าง ๆ กันมี Nissan March สีเขียวมะกอกจอดโชว์อยู่ครับ

 

สีเดียวกับน้องหยกมณี Nissan March ที่บ้านผมอีกหนึ่งคัน แต่ของเมืองไทย เราได้สปอยเลอร์หลังด้วยนะ อิอิ

 

ภายในของ March ญี่ปุ่นครับ


 

จะว่าไปเบาะผ้าสีม่วง ก็น่ารัก น่านั่งดีนะครับ

 

ถัดจาก March จะเป็น Nissan CUBE ครับ รถทรงกล่องสุดน่ารัก ที่เบียร์แอบปลื้มอยู่

แต่ไม่ขอดูภายในนะ เดี๋ยวจะอยากได้ขึ้นมาอีก อิอิ

และก่อนจะกลับเข้าไปด้านใน เบียร์ก็เห็นได้ว่า มุมนี้เป็นที่ตั้งของร้านกาแฟ Starbucks ซึ่งถือว่าเป็น Cafe ของ Nissan นั่นแหล่ะ

 

ที่สำคัญ อากาศตอนนี้เย็นมากครับ อุณหภูมิระดับเลขตัวเดียวเท่านั้นเอง ลองคิดดูว่า ถ้าได้กาแฟร้อน ๆ สักแก้ว นั่งจิบอยู่โต๊ะด้านนอก มองวิวอ่าวโยโกฮาม่าแบบนี้คงชิลล์น่าดู

 

แต่ถ้าเป็นคนขี้หนาว คงต้องก้าวเข้าด้านในแทน เพราะในอาคารอบอุ่นมากครับ

 

นึกแล้วก็เสียดาย ถ้านี่คือเมืองไทย เบียร์คงมานั่งที่นี่ทุกวัน เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบดื่มกาแฟ และบ้ารถนิสสันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จิบกาแฟไป มองรถไป แค่นี้ก็สุขใจแล้วครับ

 

ถัดจากร้านกาแฟ ยังมีมุมสำหรับเด็ก ๆ ให้ลูก ๆ มานั่งรอระหว่างคุณพ่อคุณแม่กำลังดูรถ

 

สามารถเล่นแข่งรถรางกันก็ได้

 

หรือจะเล่นเกมส์แข่งรถ GT ก็มีให้

 

นอกจากนี้ ยังมีมุมสำหรับแสดงรถที่นิสสันกำลังพัฒนาขึ้น เพื่อใช้ในอนาคต นั่นคือรถที่สามารถขับให้เองโดยอัตโนมัติ

 

โดยรถที่ใช้พัฒนาคือรถ Nissan leaf ที่เป็นรถ EV หรือรถไฟฟ้าของนิสสันนั่นเอง

 

ใกล้ ๆ กันยังโชว์เทคโนโลยีอื่น ๆ ที่นิสสันพัฒนาขึ้นให้ทันสมัย




 

เดินมาอีกนิดจะเจอมุมรถที่ Nissan ทำไว้เพื่อรองรับผู้ที่พิการ หรือใช้รถวีลแชร์ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของนิสสันที่พัฒนารถให้เกิดความสะดวกสบายกับทุกคน

 

โดยมีรถตู้คันหรู Nissan Elgrand ที่พัฒนาเบาะไฟฟ้าลงมารับผู้พิการได้อย่างสบาย ๆ

 

ถ้าใครมีสมาชิกในครอบครัวต้องนั่งวีลแชร์ จะรู้เลยว่า การพาขึ้นรถนั้นลำบากมาก แต่นิสสันทำมันให้ง่ายขึ้น

 

แต่ถ้าเกิดอยากใช้รถ K-Car คันเล็ก ๆ อย่าง Nissan Dayz ก็เพิ่ม Option นี้ได้เช่นกัน

 

ไปไหนไปกันได้สบายละ คราวนี้

 

ส่วนมุมนี้เป็น Digital Gallery ครับ เลือกที่นั่งได้ตามใจ สรีระแบบไหน ก็นั่งดูได้แน่นอน

 

ดูครบทุกมุมแล้ว ก็เหลือบไปเห็น Shop อะไรสีแดง ๆ เด่น ๆ

 

นั่นก็คือ Nissan Boutique หรือร้านจำหน่ายของที่ระลึกของ Nissan ครับ

 

แอบสังเกตว่า ในมุมนี้ ดูจะถูกใจน้อง ๆ เป็นพิเศษ เพราะเห็นวิ่งปาดหน้าพี่เบียร์เข้าไปหลายคนละ สงสัยต้องเข้าไปดูสักหน่อย

 

เพราะเป็นมุมโชว์รถโมเดลนั่นเอง

 

เริ่มด้วยรถ Nissan GT-R มากันทุกสี ทุกไซส์

 

ขนาดสีโครเมียมยังมีเลย แม่จ้าววว เงาวิ้งสุด ๆ

 

มุมถัดมาสำหรับชาว Nismo

 

ไม่ว่าจะเป็น Nissan Note Nismo

 

Nissan 370Z Nismo

 

หรือแม้กระทั่ง Nissan March Nismo ก็ยังมี

 

ถัดมา แอบเห็น Nissan Almera ด้วย แต่ที่ญี่ปุ่นเค้าขายในชื่อว่า Nissan Latio

 

ตามมาด้วย Nissan Juke , Nissan Sylphy และ Nissan CUBE

แต่ที่อึ้งคือ Nissan Sylphy นั้น เป็นสีโครเมียมซะด้วยสิ ยังกะรถที่ไป wrap สติ๊กเกอร์มาเลย หุหุ

 

มาดูอีกมุมกันบ้าง

 

ด้านนี้จะเป็นของทั่วไป ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า นาฬิกา ของจุกจิก แต่ที่เบียร์สะดุดตา ก็คือ กระเป๋าสตางค์ GT-R นี่แหล่ะ

 

เดินไปเดินมา เลยคว้าโมเดลของ Nissan Sylphy สีเทามา 1 คัน จ่ายไป 4000 กว่าเยน (ประมาณ 1 พันกว่าบาท) เพราะได้สีเดียวกันกับน้องเพชรพลอย ลูกสาวคันโปรด

 

เดินชมเรียบร้อย ก็เข้ามาที่ห้องรับรองในอาคาร เจอผืนผ้าขนาดใหญ่ วางรอให้เซ็นชื่อ

 

เลยรีบจัดไปครับ จะได้รู้ว่า เราเคยมาสัมผัสประสบการณ์งานบุกบ้านนิสสันเรียบร้อยแล้ว

 

เซ็นเสร็จแล้ว ร่วมถ่ายภาพหมู เอ้ยย ภาพหมู่กับผู้บริหารนิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) และพี่ ๆ สื่อมวลชนชาวไทยที่มาด้วยกันครับ

 

และปิดท้ายด้วยภาพหมู่รวมโซนเอเชียและโอเชียเนียทั้ง 6 ประเทศ ประกอบไปด้วย ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ครับ

ว่าแต่ใครหาเบียร์เจอบ้างครับ? อิอิ

ก็เป็นอันจบการเยี่ยมชมบ้านหลังใหญ่ของ Nissan ครับ แต่ในใจก็แอบร้องเพลงว่า “อยู่ต่อเลยได้ไหมมมมมมม  อย่าปล่อยให้ตัวฉันไป” เพราะรู้สึกเลยว่าเวลาที่มี “ไม่เพียงพอ”

ซึ่งเบียร์บอกได้เลยว่าที่นี่เป็นมากกว่าแค่โชว์รูมรถ มีอะไรตื่นตา ตื่นใจให้ค้นคว้า และค้นหามากมายจริง ๆ ครับ

และอย่างที่เบียร์บอกไปก่อนหน้านี้ครับ ว่าถ้าเป็นเมืองไทย เบียร์คงมานั่งจิบกาแฟที่นี่ทุกวันแน่นอน

 

เมื่อต้องโบกมือลา และพาตัวเองเดินออกมาด้านหน้าอาคาร ก็กลับตื่นเต้นขึ้นมาอีก เมื่อพบว่า มีรถ Nissan GT-R วิ่งเข้ามาพอดี ซึ่งคันนี้เป็นรถให้ทดลองขับซะด้วย

 

ส่วนเครื่องนี้ที่เห็น ก็คือสถานีจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้รถไฟฟ้าของ Nissan นั่นเองครับ ดีมาก ๆ เลย ใครใช้ Nissan Leaf ก็วิ่งเข้ามาเติมไฟที่นี่ได้เลยครับ

 

สำหรับรีวิวตอนที่ 1 คงต้องจบแต่เพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวงาน Nissan 360 ตอนที่ 2 ครับ ที่เบียร์จะพาไปชมงาน Nismo Festival งานประจำปีที่ Nismo จัดขึ้นเพื่อฉลองความสำเร็จของทีมแข่งรถ ว่าจะสนุกสนาน และยิ่งใหญ่ขนาดไหน?

เข้ามาดูกันต่อเลยครับกับรีวิวงาน NISSAN 360 ASIA & OCEANIA ตอนที่ 2: สัมผัสความมันส์ในงาน NISMO FESTIVAL

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านรีวิวของเบียร์นะครับ ถ้าถูกใจ อย่าลืมกด Like หรือ Share นะครับ

และถ้ามีความคิดเห็นใด ๆ สามารถแสดงความเห็นไว้ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *