รีวิว Nissan Almera by Biere ตอนที่ 14 “เมื่อได้ขับอัลเมร่า E MT ช่วยบอกเบียร์ทีว่านี่เครื่อง 1200!!”

หลังจากหลายคนได้อ่านรีวิวความแตกต่างของ Nissan Almera ในแต่ละรุ่นที่เบียร์เขียนไว้ในตอนก่อนหน้านี้ ก็มีหลายคำถามส่งมาที่เบียร์ว่า

1. ทำไม Almera เกียร์ธรรมดาถึงมีแค่ 2 รุ่น?

2. อยากได้ option แบบรุ่น VL แต่เป็นเกียร์ธรรมดา จะสั่งได้หรือเปล่า?

 

ซึ่งต้องยอมรับว่า ยังมีอีกหลายต่อหลายท่านที่ถนัดการขับรถเกียร์ธรรมดา หรือที่บางคนเรียกว่า “เกียร์กระปุก” ไม่ว่าจะคุ้นเคย หรือชอบอารมณ์ในการขับขี่ก็ตาม

ซึ่งเขาเหล่านั้นก็ได้แอบน้อยใจว่าทำไมเกียร์ธรรมดารุ่น Top อย่าง E MT กลับได้ Option เท่าเกียร์ CVT รุ่นแรกซะอย่างงั้น

จริง ๆ ต้องบอกว่า ดีแล้วครับที่เค้ายังผลิตเกียร์ธรรมดาออกมาจำหน่าย เพราะด้วยปัจจุบันที่เทคโนโลยีเกียร์อัตโนมัติได้พัฒนามาดีขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกลง ๆ ทำให้ความนิยมในการขับขี่เกียร์อัตโนมัติมีมากขึ้น เพราะด้วยความสะดวก และง่ายดายต่อการขับขี่ ไม่ต้องมากังวลรอบเครื่อง การเปลี่ยนเกียร์ เหยียบคลัตช์ให้สัมพันธ์กับคันเร่งอีกต่อไป

 

เรียกว่ามี “มือเดียว เท้าเดียว” ก็ขับรถไปไหนมาไหนได้นั่นแหล่ะ!!

และด้วยเหตุผลที่สำคัญคือ การจราจรที่ติดขัดซะเหลือเกิน ทำให้ก่อเกิดความเมื่อยในการเหยียบคลัตช์ จนส่งผลต่อสุขภาพเข่าของผู้ขับขี่จำนวนมาก

 

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ เบียร์เอง เพราะเบียร์โตมากับการหัดขับรถด้วยเกียร์ธรรมดาตั้งแต่อายุ 12 ขวบ และด้วยที่บ้านไม่เคยมีใครใช้รถเกียร์ออโต จึงทำให้เกิดความรักและความเคยชินในเกียร์ธรรมดามาโดยตลอด

 

จนเมื่ออายุอานามได้ 23 ปี มีการมีงานทำจนหาเงินซื้อรถคันแรกได้ด้วยตัวเอง เบียร์ก็ไม่พลาดที่จะเลือกรถเกียร์ธรรมดามาใช้งานตามเคย

 

แต่เมื่อได้ขับรถเข้ามาทำงานในเมืองกรุงทุกวี่ทุกวัน มันก็ส่งผลต่อความเมื่อยล้าในการขับรถ แถมปัญหาหัวเข่าที่เคยเกิดจากสมัยเป็นนักฟุตบอลโรงเรียนก็ช่วยกันรุมทำร้ายจนรับไม่ไหว ที่จะต้องใช้เกียร์ธรรมดาในทุก ๆ วัน ผลก็คือ ต้องขายรถคันนั้นไป แล้วไปออกรุ่นใหม่เกียร์ออโตเข้ามาแทน

 

และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ หลายปีแล้ว เบียร์ก็แทบไม่ได้สัมผัสเกียร์ธรรมดาอีกเลย

จนมาวันนี้กับ Nissan Almera E MT ที่ทำให้เบียร์ได้กลับมาสัมผัสเกียร์ธรรมดาอีกครั้ง

 

แถมยังเป็นสีแดงเหมือนรถเกียร์ธรรมดาคันแรกที่เคยใช้อีก บอกตามตรงเลยว่า วินาทีแรกที่เห็นสีรถ ทำให้เบียร์คิดถึงรถคันแรกขึ้นมาทันที

 

ในเรื่อง Option การใช้งานภายในรถ เบียร์ได้รีวิวไปในตอนก่อนหน้านี้จนครบแล้ว ซึ่งแม้มันจะไม่หรูหรา ไฮโซเหมือนรุ่น Top ของเกียร์ CVT แต่บอกได้เลยว่า เหมาะสมกับการใช้งานประจำวันทั่วไปได้อย่างดี

 

แถมในรีวิวตอนที่ 13 เบียร์ก็พาเจ้า Almera E MT สีแดงคันนี้แวะเติมน้ำมันไปเต็มถังเรียบร้อยแล้ว

 

ในรีวิวตอนนี้ ก็ถึงเวลาออกไปทดลองขับจริงกัน โดยเริ่มต้นด้วยการบิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์ก่อนเลยครับ

 

แล้วออกไปซิ่งกันเลยดีกว่า

 

สำหรับการขับขี่นิสสัน อัลเมร่า เกียร์ธรรมดา ถ้าครั้งแรกที่ได้ออกตัวด้วยเกียร์ 1 แล้วรถดับ ไม่ต้องแปลกใจนะครับ เพราะเราอาจจะยังไม่ชินกับระยะการปล่อยคลัตช์ให้สัมพันธ์กับคันเร่งของอัลเมร่า

ซึ่งส่วนตัวเบียร์รู้สึกว่าจะต้องปล่อยคลัตช์มากหน่อย ถึงจะเหยียบคันเร่งสวนกลับเข้าไป

 

แต่เมื่อขับไป 2 นาที เบียร์ก็ชินกับจังหวะการออกตัวของมันแล้วละครับ ส่วนเกียร์อื่นก็เป็นปกติที่จังหวะไม่ต้องสัมพันธ์กันมากเหมือนเกียร์ 1 จึงรู้สึกว่า เมื่อวิ่งไปเรื่อย ๆ การขับขี่ Nissan Almera เกียร์ธรรมดาคันนี้ มีความสุขมากมายเลยทีเดียว

 

จากนั้นเบียร์จึงลองเร่งเครื่องยนต์ดู ก็น่าตกใจมาก เพราะอัตราเร่งของรุ่น E MT มันดีมาก ๆ จนน่าแปลกใจ

 

เพราะเมื่อเบียร์ขับเจ้าอัลเมร่าสีแดงมาวิ่งบนถนนแบบ 2 เลนสวนกัน แล้วเบียร์ต้องเร่งแซงรถข้างหน้าที่ขับช้า เบียร์รับรู้ได้ว่า มันพาเบียร์ไปได้อย่างรวดเร็วและทันใจมาก

เรียกว่า เบียร์มั่นใจทุกครั้งที่แซงเลยว่า แซงพ้นอย่างแน่นอน

 

และเมื่อเบียร์ขับมาถึงถนนสายหนึ่งที่โล่งมาก ไม่มีรถสัญจรอยู่เลย เบียร์จึงตัดสินใจลองเร่งสปีดให้ถึงขีดสุด

 

ซึ่งพอหันมามองเข็มไมล์ก็ถึงกับตกใจ

 

เพราะในภาพตอนที่ถ่ายรูปนะ อยู่ที่ 175 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ความจริงตอนที่เห็นนะ มันมิดไมล์เลยนะครับ!!!

ซึ่งบอกได้เลยว่า อัตราเร่งมันขึ้นได้ไวมาก และการทรงตัวในย่านความเร็วสูงไม่ได้ทำให้เบียร์หวาดหวั่นหรือหวาดกลัวเลย รถมีอาการนิ่ง และวิ่งไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

 

เบียร์ลองโยกพวงมาลัยดู ก็พบว่า พวงมาลัยรถมีอาการหน่วงจนหนักขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นปกติของระบบพวงมาลัยแปรผัน ที่จะหนักเมื่อเราขับขี่ในย่านความเร็วสูง

 

*** หมายเหตุ : ไม่แนะนำให้ขับขี่รถยนต์ด้วยความเร็วสูง เพราะผิดกฎจราจรและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่น ***

เมื่อพอใจกับผลทดสอบแล้ว เบียร์ก็ชะลอความเร็ว จนเจอปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง จึงรีบเลี้ยวเข้าไป เพื่อจะแวะเข้าห้องน้ำ และจัดคาปูชิโน่เย็นให้ตัวเองสัก 1 แก้ว

 

หลังจากได้กาแฟแล้ว เบียร์เดินกลับมาที่รถ ก็ต้องเอ่ยปากชมว่า นิสสันได้เช็ตช่วงล่างของอัลเมร่ามาได้ดีจริง ๆ  เพราะล้อของ Almera E MT นั้น เป็นเพียงล้อกะทะขนาดเล็กที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางแค่ 14 นิ้วเท่านั้น

 

มาดูขนาดยางของ E MT กันครับ

 

ขนาดหน้ายางที่ไม่กว้างเท่าไหร่ เพราะมีขนาดอยู่ที่ 175 ม.ม.

 

ซึ่งจะว่าไป ก็ถือว่าเป็นขนาดที่พอเหมาะกับการใช้งานปกติสำหรับวิ่งไปไหนมาได้แบบประหยัดน้ำมัน

แต่ถ้าเพื่อน ๆ เป็นประเภทที่ไม่ยอมเบรกเวลาเข้าโค้ง มาเท่าไหร่ใส่ในโค้งไปเท่านั้น เบียร์แนะนำให้ใช้ยางที่หน้ากว้างขึ้นกว่านี้อีก สัก 195 ม.ม. ขึ้นไป ก็จะช่วยให้รถเกาะถนนได้มากยิ่งขึ้น

 

แต่สิ่งที่เสียไปก็คือ รถจะกินน้ำมันมากขึ้นอีกนิดหน่อย ซึ่งแลกกับความปลอดภัยและความมั่นใจแล้ว เบียร์ว่าคุ้มค่าแน่นอนครับ

 

แต่ถ้าซื้อรถมาใช้งานชิลล์ ๆ ไม่ได้เน้นประสิทธิภาพอะไรมาก ยางขนาดนี้ก็ถือว่าเหมาะสมแล้วครับ

 

ส่วนขนาดลมยางที่นิสสันแนะนำ ก็มีขนาดบอกอยู่ที่ข้างประตูคนขับแล้วครับว่า ถ้ามีผู้โดยสารไม่เกิน 3 คน ล้อหน้าควรเติม 33 ลังหลังควรเติม 30
แต่ถ้านั่งกัน 4 คนขึ้นไป ล้อหน้ายังคง 33 เช่นเดิม แต่ล้อหลังควรเติมสูงถึง 44 เลยทีเดียว

 

จากล้อ เบียร์เดินมาเปิดฝากระโปรงหน้าตามวิธีที่รีวิวไปในตอนที่ 12 เพื่อจะดูว่าหลังจากวิ่งมาด้วยความเร็วสูง เครื่องจะมีอาการยังไงบ้าง ก็พบว่า เครื่องไม่ได้ร้อนอะไรมากมายเป็นพิเศษ ความร้อนยังคงที่เหมือนตอนขับขี่แบบชิล ๆ

 

และขณะที่เบียร์สำรวจห้องเครื่องอยู่นั้น เบียร์ก็เจอพี่ผู้ชายคนนี้เดินเข้ามาถามว่า

 

“น้องครับ นี่เครื่องเท่าไหร่ 1600 ซีซีหรอ”

เบียร์ก็ตอบไปว่า “แค่ 1200 ซีซีครับ”

“เฮ้ย จริงหรอ เมื่อกี้เห็นขับมา เร็วมาก นึกว่าเครื่องใหญ่ เพราะเห็นรถก็ใหญ่” พี่เค้าตอบกลับมาด้วยความตกใจ

“เครื่องเล็กแต่วิ่งสบาย ๆ ครับพี่” เบียร์ตอบไปอย่างอารมณ์ดี

“ขอโทษนะ นี่รถรุ่นอะไรครับ” พี่เค้ายิงคำถามเพิ่ม

“นิสสัน อัลเมร่าครับ เป็นอีโคคาร์ 4 ประตูของนิสสันครับ ราคาเริ่มต้น 429,000 – 599,000 บาทครับ”

“เฮ้ย ทำไมถูกจังอ่ะ รถใหญ่ด้วย” พี่ตอบกลับมาด้วยความตกใจเป็นรอบที่ 2 ก่อนที่พี่เค้าจะควักมือถือมาคุยกับคนที่บ้าน อารมณ์ประมาณว่า “ไปดูรถที่โชว์รูมนิสสันกันไหม?”

 

หลังจากคุยกับพี่เค้าเสร็จ เบียร์จึงขอตัวออกมาสนุกกับอัลเมร่า E MT สีแดงคันนี้ต่อ

 

เบียร์ขับไปเรื่อย ๆ ความเร็วประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ไม่นานก็เจอโค้ง เบียร์เลยลองไม่เบรกดู และปล่อยรถเข้าโค้งไปด้วยความเร็วเท่าเดิม  เบียร์ก็พบว่า อัลเมร่า E MT สามารถผ่านโค้งได้อย่างสบาย ๆ และมั่นใจ

 

ผ่านโค้งมาได้สักพัก เบียร์ก็เห็นป้ายบอกทางไปจุดชมวิว เบียร์จึงเลี้ยวรถไปตามป้ายทันที ซึ่งเป็นทางขึ้นภูเขาที่มีความชันพอสมควร

และแน่นอน Almera E MT พาเบียร์ขึ้นเขาได้อย่างสบาย ไร้กังวล จนมาจอดรถที่จุดชมวิวท่ามกลางสายตาของเจ้าของรถเครื่องใหญ่ ๆ ที่มองมาด้วยความแปลกใจ

 

ก่อนที่เบียร์จะพาตัวเองไปยืนสูดอากาศอยู่ที่จุดชมวิวอย่างมีความสุข

 

ซึ่งตลอดการขับขี่เจ้า E MT คันนี้ เบียร์รู้สึกได้เลยว่ามันเป็นรถที่คุ้มค่ามาก และเหมาะกับการใช้งานจริง ๆ

แต่สิ่งที่เบียร์รู้สึกพิเศษจนกล้าพูดได้เต็มปาก ก็คือ

“รถมันแรงจริง ๆ แรงเกินคาด แรงจนเบียร์เองก็ไม่เชื่อว่านี่คือรถอีโค คาร์เครื่องแค่ 1,200 ซีซีเท่านั้น”

 

********************

จะซื้อนิสสัน อัลเมร่าเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์ CVT ดี?

 

หลายคนที่อยากได้นิสสัน อัลเมร่า แต่ยังลังเลว่าจะซื้อเกียร์ไหนมาใช้ดีนั้น เบียร์อยากให้พิจารณาในหลายแง่มุมดังนี้ครับ

1. Option ของรถ

เกียร์ธรรมดาของอัลเมร่ามีให้เลือกเพียง 2 รุ่น คือ S MT ซึ่งเป็นรุ่นพื้นฐาน กับ E MT ซึ่งเป็นรุ่นที่มี Option เท่ากับ E CVT หรือรุ่นแรกของเกียร์ CVT เป๊ะเลย เรียกว่าต่างกันที่ระบบเกียร์อย่างเดียวเท่านั้นเอง

ดังนั้น ถ้าอยากใช้ Option ดี ๆ เกียร์ธรรมดาคงมีให้คุณไม่ได้แน่นอน ต้องไปจัดรุ่น CVT ที่มีให้เลือกหลากหลาย มากมายถึง 4 รุ่น ตามกำลังทรัพย์ และความต้องการส่วนบุคคล

2. อัตราการกินน้ำมัน

ถ้าจะบอกว่าเกียร์ธรรมดาประหยัดน้ำมันมากกว่าเกียร์ออโต้ อันนี้เห็นด้วย แต่ตรรกะข้อนี้ใช้ไม่ได้กับเกียร์ CVT ครับ เพราะจากการทดสอบของหลาย ๆ สำนัก พบว่า เกียร์ CVT สามารถประหยัดน้ำมันมากกว่าเกียร์ธรรมดาได้ ถ้าใช้งานเป็น ดังนั้น ประเด็นการขับขี่ให้ประหยัดน้ำมันนั้น เอามาเลือกเกียร์เพื่อใช้งานไม่ได้ครับ

3. สภาพการจราจรของเส้นทางที่ใช้งานประจำ

ข้อนี้แหล่ะที่เบียร์เน้นเป็นที่หนึ่ง เพราะถ้ามาขับในกรุงเทพที่การจราจรมันแสนสาหัส คุณจะเมื่อยขามากมาย และส่งผลให้ระยะการใช้งานของคลัตช์สึกหรอเร็วกว่าปกติด้วย เผลอ ๆ ก็จะลามไปเป็นปัญหาสุขภาพที่ขาเข้าไปอีก ก็ดูจะไม่เหมาะนัก ยกเว้นว่าคุณไม่แคร์ เพราะใจรักในความสนุกของเกียร์ อันนั้นก็ต้องจัดไป

แต่ถ้าสภาพการจราจรไม่หนาแน่น เช่นตามต่างจังหวัด ก็เหมาะสมที่จะใช้ E MT มากกว่าในกรุงเทพแน่นอนครับ

4. คนรอบข้าง

ข้อนี้หลายคนอาจจะไม่ได้คิดถึง แต่อยากฝากให้คิดกันนิดนึง เพราะคนในสมัยนี้น้อยคนที่จะเรียนขับรถด้วยเกียร์ธรรมดา ส่วนใหญ่จะจบที่เกียร์ออโต้หรือ CVT กันหมด เพราะมันง่าย ที่ไม่ต้องมาเรียนรู้การปล่อยคลัตช์ หรือเข้าเกียร์ให้ตรงกับรอบเครื่องยนต์ แค่เข้าเกียร์ D แล้วเลี้ยวให้เป็น ถอยหลังให้ตรงก็เพียงพอแล้ว

บางครอบครัวมีคนใช้เกียร์ธรรมดาได้คนเดียว แต่คนอื่นขับเป็นแต่เกียร์ออโต้หรือ CVT กันหมด ก็ไม่ควรที่จะซื้อรถเกียร์ธรรมดา เพราะถ้าคุณมีปัญหา เจ็บป่วยเมื่อไหร่ ใครจะขับรถให้คุณได้

ซึ่งเพื่อน ๆ ที่กำลังสับสน ก็ลองนำประเด็นเหล่านี้ไปคิดตรึกตรองดูครับ ว่าเกียร์ไหนจะเหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุด

สำหรับรีวิว Nissan Almera E MT ก็คงจบลงแต่เพียงเท่านี้ครับ ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ ที่อยากได้อัลเมร่า เกียร์ธรรมดารุ่นนี้ ผมขอยืนยัน นั่งยัน และนอนยันให้เลยว่า “นิสสัน อัลเมร่า มอบความสุขที่กว้าง…..ขึ้นให้เราได้จริง ๆ ครับ”

 

และต้องกราบขออภัยเพื่อน ๆ ที่รอรีวิวการขับขี่ Nissan Almera รุ่น VL CVT ด้วยนะครับ เนื่องจากเกิดปัญหาขัดข้องทางคอมพิวเตอร์ ทำให้รูปภาพประกอบหาย จึงไม่สามารถเขียนรีวิวออกมาได้ครับ

ดังนั้น รีวิว Nissan Almera by Biere ทั้งหมด จึงมีเพียง 14 ตอนเท่านั้นครับ ขอบคุณมากครับที่ตามอ่านรีวิวของเบียร์จนจบ

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์กับเพื่อน ๆ สามารถ Like และ share ต่อได้เลยนะครับ เบียร์ยินดีครับ

แล้วอย่าลืมเข้ามาติดตามรีวิวอื่น ๆ ได้ที่ www.reviewbybiere.com และ www.facebook.com/reviewbybiere นะครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *