รีวิว Nissan Almera by Biere ตอนที่ 12 “เปิดฝากระโปรงหน้า หาเลขตัวถัง เปิดฝากระโปรงหลัง หายางอะไหล่”

หลังจากทดลองเปิดวิทยุ เลือกเพลงเพราะ ๆ กันไปเรียบร้อยแล้ว เบียร์นึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้เปิดฝากระโปรงหน้า และตรวจสอบยางอะไหล่เลย
จะเซ็นใบรับรถแล้วขับออกไป ก็ใช่ที ดังนั้น มาตรวจสอบส่วนที่เหลือกันก่อนครับ เดี๋ยวขับรถออกไป มาเอาใหม่ไม่ได้นะเออ

เปิดฝากระโปรงหน้า

การเปิดฝากระโปรงหน้า Nissan Almera นั้น เปิดเหมือนกันทุกรุ่น ทุกเกียร์ ไม่ว่าจะราคาสี่แสนสอง หรือห้าแสนเก้า ก็ใช้วิธีเดียวกันเลยครับ

ซึ่งจะว่าไปสำหรับหนุ่ม ๆ การเปิดฝากระโปรงหน้าอาจจะเป็นเรื่องง่าย แต่สำหรับสาว ๆ หลายท่าน ให้เปิดกระโปรงตัวเองยังง่ายกว่า 55555+

แต่ไม่ต้องกลัวครับ ถ้ามาอ่านรีวิว Nissan Almera by Biere แล้ว สาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ ที่เปิดฝากระโปรงหน้าไม่เป็น ต้องเปิดเองเป็นอย่างแน่นอน
ก่อนอื่นเลย เพื่อน ๆ คงจะมองเห็นปุ่มตามภาพนี้ได้ง่ายอยู่แล้ว

 

ซึ่งเจ้าปุ่มเปิดฝากระโปรงหน้าเนี่ย จะอยู่ถัดลงไปด้านล่างจากในภาพอีกครับ และจะอยู่เคียงคู่กันกับปุ่มเปิดฝาน้ำมัน

 

เราก็เริ่มขั้นตอนการเปิดฝากระโปรงหน้า ด้วยการเอื้อมมือขวาดึงสลักรูปฝากระโปรงหน้า(อันซ้าย)เข้าหาตัว

จากนั้น เราจะได้ยินเสียง “เกร๊ง” ดังขึ้น และเมื่อเดินออกมาดูที่หน้ารถ ฝากระโปรงหน้าก็จะเผยอแบบนี้

 

แต่อย่าเพิ่งดีใจนะครับ เรายังยกฝากระโปรงหน้าขึ้นไม่ได้แน่ ๆ เพราะยังมีสลักล็อคอยู่อีกชั้นหนึ่ง

 

ให้เราสอดนิ้วเข้าไปแล้วดันสลักไปทางซ้ายมือแบบนี้

 

จากนั้นใช้มืออีกข้างยกฝากระโปรงขึ้นครับ แล้วมองไปทางซ้ายมือด้านใน จะเจอตะขอค้ำฝากระโปรงนอนรออยู่

 

เราก็เอาตะขอเกี่ยวเข้าไปในรูแบบนี้

 

ฝากระโปรงหน้าก็จะตั้งอยู่ได้สบาย ๆ

 

เมื่อเปิดฝากระโปรงได้แล้ว เรื่องเครื่องยนต์ก็ไม่ต้องเช็คอะไรมากครับ เพราะรถมาใหม่ ๆ ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร น้ำไฟเค้าก็เช็คมาเรียบร้อยแล้ว และถึงจะมีปัญหา ทางนิสสันเองก็รับผิดชอบให้ตลอด 3 ปีแรก หรือ 100,000 กิโลเมตรอยู่แล้ว

แต่นอกจากเครื่องแล้ว สิ่งที่ควรจะรู้ไว้สักหน่อย คือ ตำแหน่งบอกเลขตัวถังครับ

โดยนิสสันจะแปะเพลทบอกข้อมูลของรถเอาไว้บริเวณใกล้ ๆ กับที่วางตะขอค้ำฝากระโปรงหน้านั่นแหล่ะ

 

ในป้ายนี้บอกข้อมูลอะไรบ้าง มาดูกันครับ

Series N17 คือ รหัสที่ใช้เรียกตัวถังของ Almera ครับ ซึ่งจะใช้เรียกในบริษัทนิสสัน และวงการรถยนต์ทั่วไปให้เป็นที่เข้าใจ เพราะรถรุ่นหนึ่ง มีหลาย generation มี Minor Change มี Model Change กันอยู่บ่อย ๆ จึงต้องใช้รหัสตัวถังนี้มาเป็นตัวบอกว่า รหัสนี้เป็นตัวถังแบบไหน เป็นต้น

อย่าง Nissan March อีโคคาร์คันแรกในเมืองไทยที่เบียร์ใช้อยู่ จะใช้รหัสตัวถัง เรียกว่า K13 ครับ

บรรทัดถัดมา มีทั้งตัวอักษรและเลขปนกัน เขียนกำกับไว้ว่า Chassis NO. นั่นคือ เลขตัวถังของรถคันนี้ครับ ซึ่งรถแต่ละคันจะมีเลขต่างกันไป เหมือนเลขบัตรประชาชนนั่นแหล่ะครับ หรือถ้าเพื่อน ๆ ที่ชอบเล่นมือถือ มันก็คือ เลขอีมี่ (imei) นั่นเอง

โดยเราสามารถตรวจสอบได้ครับ ว่าเลขตัวถังที่ป้าย ตรงกับในเอกสารหรือเปล่า?

ซึ่งเลขตัวถังจะมีระบุอยู่อีกจุดหนึ่งด้วยครับ โดยเราเงยหน้าขึ้นมานิดหน่อย จะมีสลักอยู่ตรงเหล็กด้านที่ติดกับห้องโดยสารครับ

 

ซึ่งในบริเวณนี้ จะเห็นรอยขูดขีดเต็มไปหมด เพราะเอาไว้ใช้สำหรับการนำเทปมาลอกเลขตัวถังเพื่อนำไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกครับ

กลับมาที่เพลท ID กันต่อ ในบรรทัดถัดมา เราไม่ต้องสนใจครับ เป็นเรื่องของนิสสันเค้า เรามาดูบรรทัดถัดไป คือ Color โดยคันนี้ระบุว่า KAC ซึ่งคือรหัสของสีน้ำตาลเทานั่นแหล่ะครับ

โดยรหัสสีของ Nissan Almera มีดังนี้ครับ

KAC – สีน้ำตาลเทา
K23 – สีเงิน
G42 – สีดำ
QMI – สีขาว
AX6 – สีแดง
RAA – สีน้ำเงิน

บรรทัดต่อมาที่เขียนว่า Engine คือ รหัสเครื่องยนต์ครับ ซึ่งจะเหมือนกันทุกรุ่น ทุกคัน นั่นคือ HR12DE โดยมีวงเล็บระบุชัดเจนว่า 1198 ซีซี

ซึ่งเป็นตัวเลขที่บอกความจุของเครื่องยนต์จริง ๆ โดยคนทั่วไปมักจะปัดเลขขึ้นให้กลม ๆ เพื่อความง่ายดายในการเรียกครับ เราจึงได้ยินคนเรียก Almera ว่าเครื่อง 1,200 ซีซีนั่นแหล่ะ แต่ความจริงมันไม่ถึงหรอกครับ ขาดไป 2 ซีซีเอง

และบรรทัดสุดท้าย จะเป็นรหัสเลขเกียร์ครับ ซึ่งมีเลข 11 อยู่ด้วย ซึ่งเบียร์คิดว่าน่าจะเป็นการบอกว่าเกียร์ที่ใส่ในรถคันนี้ผลิตในปี 2011 ครับ

ส่วนการดูหมายเลขเครื่องยนต์นั้นจะดูยากนิดนึง โดยตำแหน่งมันจะอยู่ที่ตัวเครื่องตรงกลาง บริเวณหลังพัดลมหน้ารถครับ ลองก้มตรวจสอบดูก็ได้ครับ ซึ่งเบียร์ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้เพื่อน ๆ ดูครับ

จากนั้นก็ปิดฝากระโปรงหน้ารถกันครับ โดยวิธีปิดที่ถูกต้องไม่ควรวางฝากระโปรงลงไป แล้วกดให้แน่นนะครับ ควรจะถือฝากระโปรงเอาไว้ในตำแหน่งที่สูงพอสมควร ประมาณนี้ครับ

 

แล้วปล่อยลงไปเลย ฝากระโปรงจะปิดได้พอดีครับ

ในกรณีที่เพื่อน ๆ ปล่อยแล้ว ฝากระโปรงยังปิดไม่แน่น แสดงว่า

1. ตำแหน่งที่ปล่อยต่ำเกินไป

2. ถ้าดูแล้ว ตำแหน่งไม่ได้ต่ำเกินไป อาจจะต้องปรับลูกยางใหม่ โดยให้เพื่อน ๆ ลองหมุนลูกยางที่รองรับฝากระโปรงดูทั้ง 2 ฝั่ง ซ้าย-ขวาครับ จะช่วยให้การปิดฝากระโปรงได้ง่าย และมีเสียงที่นิ่มนวลมากขึ้นครับ

 

จากฝากระโปรงหน้า มาดูฝากระโปรงหลัง ซึ่งเบียร์เคยสอนเพื่อน ๆ เปิดไปแล้วใน รีวิว Nissan Almera by Biere ตอนที่ 4 “กุญแจรถอัลเมร่า รุ่นไหน ใช้งานอย่างไร?”

เมื่อเพื่อน ๆ เปิดฝากระโปรงหลังเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ลงไปนอนเล่นแบบนี้

 

เอ๊ย ไม่ใช่แล้ว เบียร์ไม่ได้ให้ลงไปนอน แต่ครั้งนี้เบียร์จะให้เพื่อน ๆ ตรวจสอบสิ่งสำคัญอีกอย่าง คือ “ยางอะไหล่และเครื่องมือ”ครับ โดยให้เพื่อน ๆ ดึงแผ่นไม้อัดขึ้นมาแบบนี้

 

เมื่อเปิดขึ้นมาแล้ว เพื่อน ๆ ต้องเจอ 3 สิ่งนี้อยู่ในนี้ ไม่มีไม่ได้ นั่นคือ

1. ยางอะไหล่
2. แม่แรง
3. ถุงสีดำใส่เครื่องมือต่าง ๆ

 

ซึ่งบางคัน อาจจะไม่ได้วางอยู่ด้วยกันแบบด้านบนนะครับ อาจจะวางห่างกันแบบนี้ก็ได้ ยังไงต้องตรวจดูให้ครบครับ

 

จากนั้นให้เพื่อน ๆ ลองเปิดดูในกระเป๋าสีดำ ว่ามีของ 3 อย่างนี้ครบหรือเปล่า?

1. ตะขอเกี่ยวแม่แรง เอาไว้ไขแม่แรงขึ้นหรือลง

2. ที่ไขน๊อต เอาไว้ไขน๊อตล้อเพื่อถอดล้อออกนั่นเอง

3. ห่วงลากรถ เอาไว้หมุนเกลียวเข้ากับด้านหน้ารถ ตรงกระจังหน้าด้านคนขับ เพื่อเอาไว้ลากรถเวลาฉุกเฉินครับ

ถ้าทุกอย่างครบแล้ว ก็ปิดฝากระโปรงหลัง แล้วกลับเข้ามาในรถ เพื่อตรวจสอบ “ระดับน้ำมันรถ” กันต่อในตอนหน้าครับ

ไปตรวจสอบกันต่อเลยดีกว่าครับกับ รีวิว Nissan Almera by Biere ตอนที่ 13 “อัลเมร่าเติมน้ำมันอะไรได้บ้าง? และน้ำมันอะไรที่ดีที่สุด”

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *