รีวิว Nissan Almera by Biere ตอนที่ 2 “นิสสัน อัลเมร่าแต่ละรุ่น แตกต่างกันอย่างไร?”

Nissan Almera มีตั้ง 6 รุ่น รุ่นไหนดีละ?

เป็นคำถามยอดฮิตเลยครับสำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจ Almera ว่า รุ่นไหน ที่จะคุ้มค่ามากที่สุด?

สำหรับราคารถ และส่วนลดเงินอุดหนุนสำหรับรถคันแรก ดูได้ที่ราคารถ NISSAN ALMERA และส่วนลดเงินอุดหนุนสำหรับรถคันแรกเลยครับ

Nissan Almera มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 6 รุ่น 6 สีครับ

1. S MT มี 3 สี คือ เงิน , ดำ , ขาว
2. E MT มี 6 สี คือ เงิน , ดำ , ขาว , แดง , น้ำเงิน , น้ำตาลเทา
3. E CVT มี 6 สี คือ เงิน , ดำ , ขาว , แดง , น้ำเงิน , น้ำตาลเทา
4. ES CVT มี 6 สี คือ เงิน , ดำ , ขาว , แดง , น้ำเงิน , น้ำตาลเทา
5. V CVT มี 6 สี คือ เงิน , ดำ , ขาว , แดง , น้ำเงิน , น้ำตาลเทา
6. VL CVT มี 6 สี คือ เงิน , ดำ , ขาว , แดง , น้ำเงิน , น้ำตาลเทา

ซึ่งเพื่อน ๆ ที่ดูสเปครถเป็น สามารถดูความแตกต่างได้ที่โบรชัวร์นะครับ โดยเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ โบรชัวร์ , อุปกรณ์มาตรฐาน และข้อมูลทางเทคนิค NISSAN ALMERA

แต่ถ้าเพื่อน ๆ ที่ดูไม่เป็น และงงงวยกับตัวอักษรภาษาอังกฤษว่ามันคืออะไรนั้น ตามเบียร์มาเลยครับ

———————–

แยกเกียร์กันก่อน

เพื่อน ๆ สังเกตเห็นตัวอักษรด้านท้ายของแต่ละรุ่นไหมครับ ที่เขียนว่า MT กับ CVT

นี่แหล่ะ คือ การระบุเกียร์อย่างชัดเจน ว่ารุ่นไหน ใช้เกียร์อะไร

MT ย่อมาจาก Manual Transmission หรือแปลง่าย ๆ ว่า “เกียร์ธรรมดา” บ้างก็เรียกว่า “เกียร์กระปุก”

ส่วน CVT ย่อมาจาก Continuously Variable Transmission หรือที่เข้าใจง่าย ๆ ว่า “เกียร์ออโต้”

แต่จริง ๆ แล้ว เกียร์ CVT กับ เกียร์ออโตนั้น มีความแตกต่างกันนะครับ อย่างเกียร์ออโต้ทั่ว ๆ ไป จะเหมือนเกียร์ธรรมดา ตรงที่มีตำแหน่งเกียร์ชัดเจน เช่น เกียร์ 1 / เกียร์ 2 / เกียร์ 3

แต่เกียร์ CVT มัน ไม่มีตำแหน่งเกียร์ระบุครับ นั่นหมายถึง อิสระในการใช้เกียร์จริง ๆ ไม่ต้องถูกบังคับให้อยู่ในกรอบ

 

และในเมื่อเกียร์ CVT ไม่มีตำแหน่งตายตัว การเปลี่ยนเกียร์จึงนุ่ม จนไม่รู้สึกว่ามีการเปลี่ยนเกียร์ เหมือนในเกียร์ออโต้ทั่ว ๆ ไปครับ

แต่รายละเอียดของเกียร์ CVT เดี๋ยวเบียร์จะมาเจาะลึกอีกทีในตอนต่อ ๆ ไปนะครับ ตอนนี้เรามาต่อเรื่องรุ่นกันก่อน

เมื่อแยกเกียร์ได้แล้ว ก็จะพบว่า

เกียร์ธรรมดา
1. S MT
2. E MT

เกียร์ CVT 
1. E CVT
2. ES CVT
3. V CVT
4. VL CVT

นั่นเท่ากับว่า เกียร์ธรรมดามีให้เลือกแค่ 2 รุ่นเท่านั้น คือ S MT กับ E MT

ซึ่ง S เป็นรุ่นที่เรียกว่า “รุ่นพื้นฐาน” ตัดความสะดวกสบายออกไปทั้งหมด เรียกว่าถ้า ตัดแอร์ออกไป แล้วใส่โรลบาร์ ก็คือ รถแข่งดี ๆ นั่นเอง 55555+

ซึ่งส่วนใหญ่ เพื่อน ๆ ที่ชอบขับรถเกียร์ธรรมดา จะมีตัวเลือกแค่ตัวเดียว คือ E MT เท่านั้น

และผมจะบอกว่า E MT กับ E CVT ทุกอย่างเหมือนกันหมด ยกเว้น“ระบบเกียร์” เท่านั้นเอง

ส่วนเกียร์ CVT มีมากมายถึง 4 รุ่น ให้เลือกสรร ตามงบประมาณและความสะดวกสบาย รวมถึงความปลอดภัย

เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาดูความแตกต่างแบบ“คร่าว ๆ” กันเลยดีกว่าครับ ว่าแต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไร?

เริ่มที่ด้านหน้าครับ

สำหรับด้านหน้า รุ่น S MT จะพิเศษกว่าเพื่อนตรงที่ ขอบกระจังหน้ารูปคางหมูจะเป็นสีดำครับ และกระจกมองข้างจะเป็นสีดำด้าน

(สำหรับรูป S MT เบียร์ขอยืมรูปรถคุณ obetwo สมาชิก Thai Almera Club มาประกอบนะครับ เนื่องจากเบียร์ไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปรุ่น S MT ด้วยตัวเองครับ)

ส่วนรุ่น E MT , E CVT , ES CVT , V CVT จะเหมือนกันหมด คือ ขอบกระจังหน้ารูปคางหมูอู๊ด ๆ นั้น จะเป็นสีโครเมียม และกระจกมองข้างจะเป็นสีเดียวกับตัวรถครับ

 

ส่วนรุ่น VL CVT จริง ๆ ก็เหมือนกับรุ่น E MT – V CVT นั่นแหล่ะครับ แต่เพิ่มความพิเศษตรง”ไฟตัดหมอก” เป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงานมาให้เลย

 

จากด้านหน้ามาดูด้านข้างกันครับ

สำหรับรุ่น S MT เบียร์ไม่มีภาพประกอบนะครับ แต่ถ้าเพื่อน ๆ ได้เห็น จะสังเกตได้ง่าย ๆ เลย ตรงมือจับเปิดประตูทั้งหมดและกระจกมองข้างเป็นสีดำด้านครับ

ส่วนรุ่น E MT , E CVT และ ES CVT จะเหมือนกันเลยแบบนี้

 

นั่นคือ
1. เสากลางระหว่างประตูหน้าและประตูหลังเป็นสีเดียวกับตัวรถ

 

2. มือจับเปิดประตูเป็นโครเมียมทุกอัน

 

3. ล้อกะทะขนาด 14 นิ้ว แบบมีฝาครอบ (ลายคล้ายล้ออัลลอยมาก) พร้อมยาง Bridgestone รุ่น B250 ขนาด 175/70R14

 

คราวนี้มาดูรุ่น V CVT กับ VL CVT กันบ้าง

 

จะพบว่า แม้มีมือจับเปิดประตูโครเมียมเหมือนรุ่น E MT – ES CVT ก็ตาม แต่กลับมีความแตกต่างอยู่ 3 จุด

1. ที่มือจับประตูเฉพาะประตูหน้าของรุ่น VL CVT จะมีปุ่มยางสีดำอยู่ สำหรับการใช้ปลดล็อครถด้วยระบบกุญแจอัจฉริยะ (รายละเอียดการใช้งาน จะอธิบายให้ทราบในรีวิวตอนต่อ ๆ ไป)

 

ส่วนรุ่น V CVT จะไม่มีปุ่มยางนะครับ เป็นมือจับโครเมียมเฉย ๆ

2. เสากลางของทั้ง 2 รุ่นเป็นสีดำ (ติด sticker อย่างดีเพิ่มเติม)

 

3. ล้ออัลลอยหรือที่เรียกติดปากว่า”ล้อแม็ค” ขนาด 15 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone รุ่น B250 ขนาด 185/65R15

 

จากด้านข้าง เราเดินไปดูด้านหลังกันต่อเลยครับ

 

ด้านหลัง จะพบสปอยเลอร์ท้ายขนาดใหญ่พร้อมไฟเบรค ซึ่งนิสสันจัดเต็มให้ทุกรุ่นเลยครับ

 

เบียร์ได้ยินหลายท่านแอบบ่นว่าไม่ชอบสปอยเลอร์ท้ายทรงนี้สักเท่าไหร่ บางคนว่าเหมือนตูดเป็ด!!

เอ้า ๆ อย่าเพิ่งไป“เซ็งเป็ด”กันเลยครับ เบียร์จะบอกอะไรให้ว่า สปอยเลอร์ท้ายตัวนี้เนี่ย มีผลต่อการขับขี่ Almera ด้วยความเร็วสูง รวมถึงอัตราการกินน้ำมันเลยนะครับ

 

ซึ่งเจ้าสปอยเลอร์ตัวนี้ช่วยในด้านอากาศพลศาสตร์เป็นอย่างดี อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ งงละสิครับ พูดง่าย ๆ สปอยเลอร์นี้ช่วยให้รถลู่ลม มากกว่าต้านลมนั่นแหล่ะครับ

แถมเจ้า Almera นี่ยังมีตัวเลขการลู่ลม / ต้านลมเทียบเท่ากับรถสปอร์ตรุ่นพี่ในค่ายอย่าง Nissan 370Z Fairlady เลยน้า ถือว่าเยี่ยมยอดเลยทีเดียวครับ

 

จากสปอยเลอร์หลัง เพื่อน ๆ สังเกตไหม ว่า E MT กับ E CVT เนี่ย เราเดินดูตั้งแต่ด้านหน้าและด้านข้างแล้ว ก็ยังแยกไม่ออกว่า “มันต่างกันตรงไหน?”

เบียร์ก็จะบอกเพื่อน ๆ ให้ว่า มันต่างกันตรงนี้ครับ

 

เจ้าโลโก้ตัวนี้จะติดอยู่มุมล่างขวาของฝากระโปรงรถ บ่งบอกว่า รถของเพื่อน ๆ คือ “เกียร์อะไร?” นั่นเอง

ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ เห็น Almera คันไหน เป็นแบบรูปข้างบนนี้ ที่เขียนว่า “Pure Drive” นั่นคือ รถคันนี้เป็นเกียร์ธรรมดาครับ

แต่ถ้ารถเพื่อน ๆ เป็นรุ่น “เกียร์มัว” หรือกลัวเมีย อันนี้ Almera แยกให้ไม่ได้นะคร้าบบบ 55555+

ส่วนโลโก้แบบข้างล่างนี้ จะระบุให้เราทราบว่า คันนั้นคือ เกียร์ CVT หรือ เกียร์ออโต้นั่นเอง

 

ซึ่งตระกูล CVT อันประกอบไปด้วย E ES V VL ก็จะมีโลโก้นี้ติดอยู่เหมือนกันหมด

จุดนี้แหล่ะครับ ทำให้เราแยก E MT กับ E CVT ได้ ถ้าดูเฉพาะภายนอก

สำหรับข้างหลัง ยังมีอีกจุดหนึ่งที่แตกต่าง และเป็นเอกสิทธิพิเศษสำหรับรุ่น Top ที่มีนามว่า VL CVT

ซึ่งถ้ามองก้นงาม ๆ ของเค้า เราจะไม่เห็นความแตกต่างครับ

 

แต่ถ้าเอามือมาจับใต้โลโก้ Nissan แล้ว เพื่อน ๆ จะพบว่ารุ่น VL CVT จะมีปุ่มยาว ๆ ให้กดครับ

 

ปุ่มนี้คือ ปุ่มกดเปิดฝากระโปรงหลังนั่นเองครับ

 

แต่ปุ่มนี้ ใครเดินซี้ซั้วมากดไม่ได้นะครับ ถ้าไม่มีกุญแจอัจฉริยะติดตัว

 

สำหรับรายละเอียดการใช้งานจริงก็จะมาอธิบายเจาะลึกกันอีกทีในรีวิวถัด ๆ ไปครับ

ซึ่งความแตกต่างภายนอกก็มีเพียงเท่านี้ครับ ใช้ดูกันแบบ”คร่าว ๆ” ได้เลย

———————–

ทีนี้ เรามาดูภายในกันดีกว่าครับ ว่าแตกต่างกันตรงไหนบ้าง

 

แต่ก่อนอื่น ต้องเอากุญแจมาเปิดรถก่อน

 

แว๊กกก ขนาดกุญแจยังแตกต่างกันเลย!!!

กุญแจธรรมดา ๆ นี้เป็นของรุ่น S MT , E MT , E CVT และ ES CVT ครับ

 

ส่วนกุญแจรีโมทดอกนี้เป็นของ V CVT แต่เพียงผู้เดียวครับ

 

และสุดท้ายก็คือ กุญแจอัจฉริยะ ที่วัน ๆ แทบไม่ต้องหยิบขึ้นมาดูหน้าค่าตากันเลย เอกสิทธิ์สำหรับ VL CVT นั่นเองครับ

 

ไขกุญแจเข้าไปดูแผงประตูก่อน ภาพนี้คือแผงประตูของรุ่น E MT , E CVT และ ES CVT ครับ

 

ส่วน S MT เบียร์ไม่มีภาพมาฝาก แต่ดูง่าย ๆ เลย เพราะ S MT จะไม่มีปุ่มระบบไฟฟ้าเลยครับ เพราะกระจกใช้หมุนเอาเหมือนรถสมัยก่อน

ส่วนแผงประตูของรุ่น V CVT และ VL CVT นั้น เพิ่มความแตกต่างขึ้นอย่างชัดเจน ตามภาพครับ

 

นอกจากลายบุแผงประตูและขอบสีเงินที่แตกต่างแล้ว ยังมีที่เปิดประตูภายในเป็นสีโครเมียม เพิ่มความหรูหราอีกต่างหาก

 

ก่อนจะขึ้นไปลองนั่งหาความแตกต่างภายใน เบียร์ก้มลงดูที่เบาะรองนั่งคนขับ ก็พบภาพนี้ครับ

 

ก้านซ้ายสุดคือที่ปรับเอนหลังครับ ส่วนก้านยาว ๆ ด้านขวาเอาไว้ปรับความสูง-ต่ำของเบาะนั่งด้านคนขับ

ซึ่ง E MT – VL CVT จะเป็นแบบนี้เหมือนกันหมดนะครับ

ส่วนรุ่น S MT ไม่สามารถปรับความสูง-ต่ำได้นะครับ เป็นรุ่นเดียวของ Almera ที่ไม่มีก้านยาว ๆ ด้านขวามือเหมือนชาวบ้านครับ

จากนั้นเบียร์ก็ขึ้นนั่งบนเบาะด้านคนขับ สำรวจความแตกต่างต่อ ซึ่งตัวเบาะและลายผ้าของรุ่น E MT – VL CVT จะเหมือนกันหมดนะครับ ยกเว้นรุ่น S MT จะแตกต่างออกไป

 

เริ่มที่พวงมาลัย สำหรับพวงมาลัยยูรีเทนมีถุงลมนิรภัยที่เห็นด้านล่างนี้ คือ พวงมาลัยตั้งแต่รุ่น S MT , E MT , E CVT และ ES CVT ครับ

 

ส่วนพวงมาลัยยูรีเทนมีถุงลมนิรภัย ที่ถูกตกแต่งแถบสีเงิน พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงด้านซ้ายมือ มีให้เฉพาะรุ่น V CVT และ VL CVT ครับ

 

ถ้าเพื่อน ๆ ที่ขับรุ่น S MT – ES CVT แต่อยากได้ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงด้วย ต้องเปลี่ยนพวงมาลัยใหม่ให้เป็นพวงมาลัยรุ่น V CVT และ VL CVT นะครับ ถึงจะติดตั้งปุ่มควบคุมเครื่องเสียงได้ครับ เพราะพวงมาลัยเดิมไม่สามารถติดตั้งได้นั่นเอง

มองทะลุพวงมาลัยไป เราจะพบเรือนไมล์แบบนี้ ซึ่งเป็นของ S MT , E MT , E CVT และ ES CVT ครับ

 

แต่เมื่อเปิดประตูมาดูรุ่น V CVT และ VL CVT เบียร์จะพบกับเรือนไมล์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ เรือนไมล์แบบเรืองแสง

 

สำหรับการรีวิวเรือนไมล์ทั้ง 2 แบบอย่างละเอียด ขอให้ติดตามจากรีวิวตอนถัด ๆ ไปนะครับ

จากนั้นเอี้ยวตัวมาทางขวา จะพบกับก้านยาว ๆ ที่ติดกับพวงมาลัย

 

จากรูปข้างบนเป็นก้านของ S MT , E MT , E CVT , ES CVT และ V CVT ครับ ซึ่งใช้สำหรับเปิดไฟเลี้ยว / เปิดไฟหรี่ / เปิดไฟหน้า / เปิดไฟสูง

ส่วนรูปด้านล่าง เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ VL CVT อีกแล้วครับท่าน เพราะนอกจากจะเปิดไฟได้เหมือนรุ่นอื่น ๆ แล้ว ยังเพิ่มในส่วนของไฟตัดหมอก มาให้หมุนเปิด-ปิดตรงกลางของก้านอีกด้วย

 

จากนั้น เอี้ยวตัวไปทางขวาอีกเล็กน้อย ก็จะเจอภาพนี้ที่คอนโซลด้านขวาสุด

 

ที่เห็นในภาพคือ ปุ่มปรับกระจกมองข้างไฟฟ้า ซึ่งมีในรุ่น E MT และ E CVT เท่านั้น

แต่ถ้าก้มลงไปข้างล่างอีกนิดจะเห็นปุ่ม “Auto off” ปุ่มนี้คือ ปุ่มสั่งปิดระบบ Idle stop ซึ่งจะมีในทุกรุ่นที่เป็นเกียร์ CVT ตั้งแต่ E CVT – VL CVT

ดังนั้น ถ้ารุ่นไหนมีปุ่มปรับกระจกไฟฟ้าแบบนี้ แต่ไม่มีปุ่ม Auto off คันนั้นคือ E MT แน่นอน เพราะ Nissan Almera เกียร์ธรรมดา ไม่มีระบบ Idle Stop ครับ

แต่ถ้าคันนั้นมีปุ่ม Auto off คันนั้นก็จะกลายเป็น E CVT นั่นเอง

แต่ถ้าเพื่อน ๆ เปิดรถคันไหนแล้วเห็นแบบนี้

 

ก็จะมีเพียง 3 รุ่นเท่านั้น นั่นคือ ES CVT , V CVT และ VL CVT

เพราะปุ่มที่เพิ่มมา คือ ปุ่มพับกระจกมองข้างครับ

ด้านขวาหมดแล้ว ย้ายมาดูด้านซ้ายของพวงมาลัย ก็จะเจอก้านแบบนี้ครับ

 

นี่คือ ที่ปัดน้ำฝนกระจกหน้าสำหรับรุ่น S MT , E MT , E CVT , ES CVT และ V CVT ครับ

ส่วน VL CVT ได้เอกสิทธิ์หนึ่งเดียวในตองอูไปครอบครองอีกแล้ว เพราะจะกลายเป็นแบบนี้

 

เอ๊ะ แล้วมันมีอะไรเพิ่มขึ้นมาน้า? ถ้าอยากรู้ รบกวนเข้าไปดูที่ วิธีใช้ที่ปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลา และแบบตั้งเวลาหน่วงใน NISSAN ALMERAได้เลยครับ เพราะเบียร์เขียนรีวิวข้อแตกต่าง และวิธีใช้งานให้เรียบร้อยแล้ว

เอี้ยวตัวมาทางซ้ายอีกนิด จะพบกับภาพนี้ครับ

 

จะเห็นปุ่มกลม ๆ ว่างอยู่ ไม่มีอะไรให้กด ซึ่งจะเหมือนกันหมดตั้งแต่รุ่น S MT , E MT , E CVT , ES CVT และ V CVT ครับ

ส่วน VL CVT ก็ได้ร้องเพลง“หนึ่งเดียวคนนี้” ของพี่ปุ๊ อัญชลีไปตามระเบียบ เพราะตรงกลม ๆ นี้คือ ตำแหน่งของปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ครับ

 

จากนั้นเราย้ายสายตามาตรงกลางคอนโซลกันบ้างครับ

 

ในภาพด้านบนนี้ จะเป็นรุ่น E MT และ E CVT ครับ จะได้แอร์เป็นมือบิดธรรมดาครับ

ส่วนรุ่น S MT ก็จะเหมือนในภาพ แต่ตัดวิทยุออกไปครับ มีแต่แอร์มือบิดเพียว ๆ เลย

แต่ถ้าเปิดประตูมาเจอรูปนี้

 

ก็จะเป็นรุ่น ES CVT , V CVT และ VL CVT ครับ ที่ได้แอร์ออโตทรงกลมสีเงินเหมือนใน Nissan March มาใช้

ถัดจากแอร์ ก้มลงมาก็จะเจอคันเกียร์แบบนี้ ซึ่งก็แน่นอนว่าต้องเป็นของ S MT และ E MT อย่างแน่นอน

 

แต่ถ้าเจอเกียร์แบบนี้ นั่นก็คือ E CVT และ ES CVT ครับ

 

ส่วน V CVT และ VL CVT เลือกที่จะแตกต่างออกไปในสไตล์รถราคาแพง(ขึ้น) ด้วยการประดับสีเงินที่คันเกียร์แบบนี้ครับ

 

 

จากเกียร์เบียร์กลับมามองเพดานด้านคนขับ เห็นที่บังแดด เลยดึงออกมาดู

 

โห ไม่มีกระจกส่องหน้าเลยอ่ะ แบบนี้จะสำรวจความหล่อได้ไงละเนี่ย!!

ซึ่งที่บังแดด(จริง ๆ) แบบนี้จะมีตั้งแต่ S MT – V CVT เลยนะครับ

ยกเว้น VL CVT คันเดียวเท่านั้น ที่จะได้กระจกไว้เช็คความหล่อหรือความสวยของคนขับก่อนลงไปพบปะผู้คน

 

สำหรับภายในของเจ้า Almera ก็หมดแล้วครับ สำหรับการหาข้อแตกต่างในแต่ละรุ่น เบียร์ก็เลยก้มตัวลง เอามือขวาไปดึงสลักขึ้นเพื่อเปิดฝากระโปรงหลัง

 

ฝากระโปรงหลังก็จะเด้งขึ้นมาประมาณนี้

 

สำหรับรุ่น S MT , E MT , E CVT และ ES CVT เบียร์พบภาพแบบนี้เหมือนกันเด๊ะ

 

แต่ในรุ่น V CVT และ VL CVT เบียร์กลับพบว่ามีการหุ้มผ้าเพิ่มขึ้น ทำให้ดูดีขึ้นอย่างชัดเจน

 

ซึ่งการหุ้มผ้าแบบนี้ ก็จะเหมือนในรุ่นพี่ Teana เพียงแต่ถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว ของรุ่นพี่ Teana จะดูดีกว่าตามประสารถหรู

 

และเมื่อก้มลงดูห้องสัมภาระของรุ่น S MT – V CVT ก็จะเป็นแบบนี้ ซึ่งข้อเสียคือ เมื่อเปิดตอนกลางคืนจะหาอะไรไม่เจอเลย เพราะมืดสนิท

 

แต่ในรุ่น VL CVT จะแตกต่าง เพราะมีไฟติดมาให้ด้วย

 

ทำให้การเปิดหาของในยามค่ำคืนนั้น สบาย ๆ

 

ลองเปิดของพี่ Teana ดู จะเห็นว่ามีไฟเหมือนกัน แต่การจัดวางของพี่ใหญ่ก็ดูดีกว่าตามราคานั่นเอง

 

ก็คงหมดเพียงเท่านี้แหล่ะครับ สำหรับความแตกต่างทั้งภายนอกและภายในของ Nissan Almera ซึ่งรายละเอียดการใช้งานในแต่ละจุด เบียร์ก็คงขอยกยอดไปไว้ในตอนต่อ ๆ ไปแล้วกันนะครับ

———————————

ส่วนความแตกต่างด้านความปลอดภัยที่อาจจะมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ก็จะมีเพิ่มดังนี้

ถุงลมนิรภัยเฉพาะคนขับ – S MT , E MT , E CVT , ES CVT
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า – V CVT , VL CVT

ส่วนระบบเบรค ABS , EBD , BA จะมีเฉพาะ ES CVT , V CVT และ VL CVT ครับ

———————————–

สำหรับตอนหน้า เบียร์จะพาเพื่อน ๆ ไปเรียนรู้การใช้งาน function ในแต่ละจุดเพื่อให้รู้ว่า รถคันนี้จ่ายเงินไป เราทำอะไรได้บ้าง? ก่อนที่จะพาขึ้นรถ Almera เพื่อไปดูว่าการขับขี่เจ้า Eco Car คันใหญ่นั้น จะเป็นอย่างไร? จะอืดหรือไม่? วิ่งทางไกลได้หรือเปล่า? ก็ขอให้ติดตามต่อไปนะครับ

ว่าแต่ว่า เพื่อน ๆ อยากนั่งคันไหนก่อนครับ? ระหว่างเกียร์ธรรมดาตัว Top อย่าง E MT หรือ เกียร์ CVT ตัว Top อย่าง VL CVT

ลองเสนอความเห็นกันได้เลยนะครับ ถ้าเพื่อน ๆ อยากนั่งคันไหนก่อน เบียร์ก็จะจัดให้ตามคำเรียกร้องครับ

สำหรับตอนหน้า เบียร์จะพาเพื่อน ๆ ไปรับรถกันกับ รีวิว Nissan Almera by Biere ตอนที่ 3 “เย้! รถมาแล้ว ไปรับรถกันเถอะ” 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *