รีวิวงาน Nissan 360 Asia & Oceania ตอนที่ 2: สัมผัสความมันส์ในงาน Nismo Festival

 

ย้อนอ่านตอนที่ 1 : บุกบ้าน Nissan ประเทศญี่ปุ่น

 

หลังจากออกจากบ้านของนิสสันมาเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางไปสนามฟูจิ สปีดเวย์ เพื่อเข้าร่วมงาน Nismo Festival 2015 ครับ

 

ซึ่งงาน Nismo Festival นี้จะจัดขึ้นทุกปี โดยจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 18 ปีที่แล้ว เพื่อร่วมฉลองความสำเร็จของทีมแข่งรถของนิสสันนั่นเอง รวมถึงยังได้โปรโมตแบรนด์ Nismo ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกด้วย

 

โดยสถานที่จัดงานในครั้งนี้คือ สนามแข่งรถฟูจิ สปีดเวย์ ซึ่งตั้งอยู่เชิงภูเขาไฟฟูจิที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น

 

แม้ระยะทางจะยังห่างอยู่พอสมควร แต่เมื่อเราได้เห็น”ฟูจิซัง” ทางหน้าต่างรถเมื่อไหร่ ก็อดตื่นเต้นไม่ได้จริง ๆ

 

แถมโชคดีที่วันนี้ฟ้าเปิด เลยได้เห็นฟูจิซังอย่างชัดเจน เพราะถ้าโชคร้ายมาในวันที่ฟ้าปิด ก้อนเมฆที่ลอยอยู่ใกล้ ๆ ยอดเขานั้น จะพากันปิดบังความสวยงามจนหมดสิ้น

 

พูดถึงถนนหนทางในญี่ปุ่น เบียร์ชอบมากนะครับ เพราะตั้งแต่นั่งรถมาจากสำนักงานใหญ่นิสสันร่วม 100 กิโลเมตรนั้น ไม่เจอหลุม เจอบ่อ เจอความขรุขระเหมือนถนนในเมืองไทยเลย นั่งสบาย ไร้การกระทบกระเทือน

 

ที่สำคัญ ประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับคนข้ามถนนมาก ไฟเขียวคนข้ามสว่างขึ้นทีไร รถต้องหยุดให้ทุกคัน ไม่มีข้อยกเว้น นั่นทำให้เบียร์ได้เห็นภาพเด็กตัวเล็ก ๆ วิ่งข้ามถนนได้เองโดยไม่ต้องมีผู้ปกครองแต่อย่างใด

 

ถึงจุดหมายปลายทางแล้วครับ

 

ที่จริงงาน Nismo Festival นั้น จัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ หรือ 29 พฤศจิกายน 2015 ครับ แต่วันนี้เบียร์มาร่วมงาน Pre-Nismo Festival ก่อนครับ เลยทำให้ผู้คนยังไม่หนาแน่นเท่าไหร่

 

โดยร้านค้าที่มาร่วมงานก็ทยอยจัดบู๊ทกันไป

 

ส่วนเบียร์ต้องไปสัมผัสความเป็น Nismo กับกิจกรรมแรก Circuit Safari

 

กิจกรรมนี้ เพื่อน ๆ คงงงว่าคือกิจกรรมอะไร? แต่ถ้าเพื่อน ๆ เคยไปเที่ยวสวนสัตว์ประเภท Safari World ก็คงเข้าใจ เพราะนั่นคือ การขับรถเข้าไปดูสัตว์ในพื้นที่จริง
แต่นี่คือ การนั่งรถทัวร์เข้าไปในสนามแข่ง โดยมีรถแข่งมาวิ่งแข่งกันอยู่จริง ๆ ในสนาม!!

 

แต่ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ก็ต้องเซ็นชื่อยอมรับกฎ กติกา และยืนยันกันก่อนว่า ร่างกายเรามีความพร้อมที่จะเข้าไปจอย เพราะถ้าเป็นหญิงตั้งครรภ์ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ เช่น โรคหัวใจ จะไม่สามารถเข้าสัมผัสความมันส์นี้ได้ครับ

 

ซึ่งระหว่างอยู่บนรถทัวร์ จะมีไกด์คอยให้ความรู้ แนะนำรถแข่ง และบอกประวัติของนักแข่งให้เรารู้จักมากยิ่งขึ้น

 

โดยการวิ่ง Safari Circuit นั้น รถทัวร์จะวิ่งรอบสนามแข่ง 2 รอบครับ ซึ่งรอบแรกจะวิ่งชิดขวาก่อนเลย

 

รอบต่อมาจะวิ่งชิดซ้าย ทำให้เบียร์ได้สัมผัสความมันส์ได้ชัดเจนขึ้นจากการที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างฝั่งขวา

 

ในความรู้สึกของเบียร์ ยอมรับว่า แม้จะไม่มันส์เท่านั่งอยู่ในรถแข่งจริง แต่ก็ได้บรรยากาศและอารมณ์ตื่นเต้นมากพอสมควร ตอนที่รถแข่งแต่ละคันวิ่งแซงรถทัวร์เราไปด้วยความเร็วสูง


 

หรือในยามที่สาดโค้งกันต่อหน้าต่อตา



 

ยิ่งเวลาที่รถแข่งมาถึงโค้งพร้อมกับรถทัวร์ นอกจากความมันส์แล้ว ยังไม่แคล้วจะหวาดเสียวอยู่นิด ๆ เพราะเป็นปกติที่รถแข่งต้องเข้าไลน์ซ้ายก่อนสาดโค้งขวา ทำให้ต้องวิ่งมาแนบชิดติดรถทัวร์กันสุด ๆ



 

หลังจากวิ่งครบ 2 รอบแล้ว เบียร์ก็เดินขึ้นมานั่งพักที่ห้องรับรองครับ


.

จากนั้นก็มีนักแข่งทีม Nissan Nismo ขึ้นมา เพื่อพบปะ พูดคุยกับพวกเราครับ

 

ได้นั่งพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด

 

เสร็จเรียบร้อย เบียร์ก็เดินออกมาดูบรรยากาศในสนามครับ เจอรถคันแรกแทบกรี๊ด เพราะได้เห็น Nissan GT-R Nismo ตัวเป็น ๆ จอดอยู่ตรงหน้า

 

เพราะว่าที่สำนักงานใหญ่ เรายังไม่ได้เจอกัน

 

แถมดุดันสุด ๆ ด้วยชุดแต่งสไตล์ Nismo ที่ใช้เส้นสีแดงคาดรอบคันจนเป็นเอกลักษณ์

 

รถอะไร หล่อได้ทุกมุมมอง

 

คันนี้แหล่ะ ที่เบียร์ใฝ่ฝันอยากครอบครอง เพื่อเป็นเจ้าของจริง ๆ

 

เดินมาอีกหน่อย ก็เจอคุณปู่ Nissan March เอ๊ะ หรือต้องเป็นคุณทวดแล้วสิ เพราะเป็น Nissan March รุ่นแรกที่เกิดเมื่อปี 1982 แหน่ะ

แต่แม้จะอายุ 30 กว่าปีแล้ว แต่เชื่อไหมว่าเป็น Nissan March ที่แรงเอามากๆ  เพราะมีแรงม้าอยู่ราว 160 ตัว

 

แต่พอได้เห็นจากมุมมองนี้ ทำให้เบียร์นึกถึงคำพูดของดอม จากหนังเรื่อง The Fast & Furious 7 ทันทีเลยว่า
“ไม่มีอะไรน่าเศร้า เท่าจอมพลังที่ถูกขังอยู่ในกรง”

 

ออกมาเดินที่ลานจอดรถดูบ้าง

 

ก็มาประสบพบเจอกับ Nissan Juke Nismo สีดำ ที่ทำให้เรารู้ว่า Nismo ไม่ได้มีแค่สีขาวเท่านั้นนะ

 

จากนั้นก็มาเจอ Nissan March K12 รุ่นก่อน March อีโค คาร์นั่นแหล่ะ ซึ่งไม่ได้มาขายที่บ้านเราอย่างจริงจัง แต่กลับเห็นคนนำเข้ามาขับในประเทศไทยกันพอสมควร เพราะมีหน้าตาที่น่ารัก ถูกใจสาว ๆ

 

เดินไปเดินมา พระอาทิตย์ก็เริ่มจะลาลับขอบฟ้า

 

เบียร์ก็เลยเตรียมร่ำลาฟูจิซัง

 

บรรยากาศแบบนี้ เห็นทีต้องกลับไปพักผ่อน ก่อนจะมาลุยงาน Nismo Festival 2015 ใหม่ในวันพรุ่งนี้ครับ

 

 

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2015

และแล้วก็ถึงวันงานจริงครับ ตื่นเช้ามาเลยรีบเดินทางมาที่สนาม Fuji Speedway ก่อนเลย

 

มาถึงก็เจอนักแข่งตัวน้อย น่ารักมาก ๆ

 

ผู้คนเริ่มทยอยเดินทางเข้างาน ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย สังเกตลานจอดรถด้านโน้น เริ่มแน่นเอียด

 

บางส่วนเริ่มหาที่นั่งจับจองตามขอบสนาม


 

บางส่วนก็เลือกที่จะไปนั่งสบาย ๆ บนอัฒจันทร์

 

และบางส่วนก็มาเดินดูสินค้าจากร้านค้าภายในงาน

 

ส่วนเบียร์เลือกที่จะไปพบผู้บริหารของ Nismo 2 ท่านนี้

 

ที่จะมาเล่าให้ฟังว่า Nismo เป็นใคร และกำลังทำอะไรอยู่?

 

ฟังเสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาไปเดินดูบรรยากาศในงานบ้างครับ

 

เพิ่งรู้ว่านอกจาก”ไทยมุง” ยังมี“ญี่ปุ่นมุง”ด้วย

 

คนเริ่มทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ

 

จนลานจอดรถอีกด้านเริ่มเต็ม

 

และในจุดนี้ เบียร์ก็ได้พบกับโรลส์รอยซ์

 

เดินมาอีกหน่อยก็เจอ Ferrari 458 Speciale





 

แน่นอนว่า ไม่ได้มีแค่คันเดียว

 

ตามมาด้วยกระทิงสุดโหด Lamborghini Aventador LP 750-4 Superveloce


 

ซึ่งฝั่งยุโรปก็มีแค่นี้ เพราะที่เหลือ จะเป็นรถค่ายไหนไม่ได้ นอกจาก Nissan

 

มากันทุกรุ่น ทุกวัย

 

GT-R ทั้งเก่าและใหม่




 

หรือจะเก๋าขนาดไหน ก็มีให้ชม

 

และถ้าเพื่อน ๆ เป็นคนบ้ารถ Nissan GT-R R35 รุ่นปัจจุบันเอามาก ๆ งานนี้เบียร์บอกเลยว่า สะใจ!! เพราะน่าจะเป็นงานที่ได้เห็น Nissan GT-R มากที่สุดแล้ว มีทุกแบบ ทุกสไตล์ เรียกได้ว่า ตาลายเลยทีเดียว

 

เพราะมากันทุกสำนัก



 

ลองมาดูสำนัก Top Secret เริ่มที่ตัวธรรมดา



 

ตามมาด้วยตัวโหด ๆ




 

มาดูสำนักแต่ง Mine’s กันบ้าง



 

นอกจากสำนักแต่งรถ สำนักแต่งล้อก็ยังมี


 

จะโหดมาก โหดน้อย เบียร์สอยมาให้ดูหมด


 

ขนาดรถแข่งเอง ก็ยังมีแต่ Nissan GT-R แทบทั้งนั้น




 

แม้แต่รถ Safety Car ก็หนีไม่พ้น GT-R เลยจริง ๆ

 

รวมถึงรถ Official Car ด้วย


 

และแน่นอนว่า รถบังคับอย่าง TAMIYA ก็ย่อมมีแต่จีทีอาร์



 

เปลี่ยนรุ่นกันบ้างดีกว่า ตามมาดูกันครับ กับ Nissan 370Z หรือ Fairlady นั่นเอง

 

คันนี้ของสำนักแต่ง ings +1

 

รุ่นเปิดประทุนก็มาด้วยนะ


 

จากรถสปอร์ต ลองมาดูรถหรูดูบ้างกับ Nissan Fuga ที่ไม่มีขายในเมืองไทย




 

ตามมาด้วยรถตู้สุดหรูอย่าง Nissan Elgrand แต่ขอโทษนะคร้าบบบ ไม่ใช่รุ่นธรรมดา เพราะที่มาคือ Elgrand Nismo ซะด้วย



 

ต่อด้วย Nissan X-Trail รถ SUV อันดับ 1 ของญี่ปุ่น และกำลังลุ้นจะครอบครองตำแหน่งในไทยต่อไป

 

ใส่ชุดแต่งของ Autech แล้วเป็นไงบ้างครับ? หล่อขึ้นไหมเอ่ย?



 

ส่วน Nissan Juke ในงาน ย่อมไม่ใช่ Juke ธรรมดา ต้องเป็น Juke Nismo เท่านั้น



 

Nissan Sylphy ก็มีเหมือนกัน

 

ควงคู่มากับ Nissan Tiida ที่ต่อยอดพัฒนาออกมานั่นแหล่ะ

 

ก่อนที่จะมาจ๊ะเอ๋กับ Nissan Note Nismo ที่เคยเจอกันที่สำนักงานใหญ่ไปแล้ว

 

เป็นการตอกย้ำให้เรารู้ว่า Nismo Version นั้น ไม่ได้มีแค่สีขาว และสีดำเท่านั้น แต่มีสีเงินด้วยนะ



 

ตามมาด้วย Nissan Note Impul

 

ต่อด้วยน้องเล็กของค่าย Nissan March เริ่มที่ K12 รุ่นเก่า

 

ต่อด้วยรุ่นปัจจุบัน ในเวอร์ชั่น Nismo


 

ส่วนคันนี้ สำนักแต่ง Mine’s ส่งเข้าประกวด






 

กระจกมองข้างสวยมากกกกก

 

ปิดท้ายกับ Nissan March Impul

 

นอกจากรถที่จอดโชว์แล้ว ในงานยังมีสินค้ามากมายมาวางขายครับ โดยทั่วไปก็จะเป็นพวกโมเดลรถ เสื้อผ้า กระเป๋า เคสมือถือ พวงกุญแจ ของที่ระทึก เอ้ย ระลึกเกี่ยวกับรถแทบทั้งหมด

เห็นแล้วก็อยากช้อปปิ้งทุกอย่างกลับไทย แต่สุดท้ายเลยเลือกพวงกุญแจแบบง่าย ๆ มาฝากภรรยาแทนครับ เพราะภรรยาเบียร์ชื่อ J ส่วนรถ Nissan Sylphy คู่ใจของน้องเจนั้น ชื่อว่า “น้องเพชรพลอย” ก็เลยรีบสอยมาทันที

 

เดินไปเดินมาเริ่มเมื่อยล้า เลยพาตัวเองมาที่จุดพัก

 

ซึ่งเป็นห้องรับรองของพวกเราชาวไทยที่ใหญ่โตมาก


 

ภายในมีน้ำดื่มให้เลือกหลากหลาย รอดตายแล้วเรา

 

กาแฟร้อน ๆ ก็มี ขายดีด้วยซ้ำ เพราะอากาศมันหนาววววว

 

หรือจะเป็นชาร้อนก็ได้นะ เลือกได้ตามสบาย

 

แต่ที่ฟินสุดต้องนี่เลย ช็อคโกแลต อร่อยมากกกกก

 

เติมพลังเรียบร้อย ก็ได้เวลาที่รอคอยกับกิจกรรม Grid Walk

 

กิจกรรม Grid Walk คือ การที่เราสามารถเดินเข้าไปในสนามแข่งได้อย่างอิสระเสรี เพื่อพบปะกับนักแข่งและรถแข่งตัวจริง

 

แต่ก่อนจะเข้าไปได้ ต้องมาต่อคิวกันก่อน

 

โอ้ววว ยาวมาก หางแถวอยู่ไหนเนี่ย

 

ได้เข้าแถวสักที แต่จะบอกว่า ต้นแถวนะ อยู่ตรงป้ายสีน้ำเงินหลังป้ายสีแดง Denso อีกนะ!!!

 

ระหว่างรอ ก็ขอถ่ายรูปกันหน่อย

 

และแล้วการรอคอยก็สิ้นสุดลง ถึงเวลาเดินเข้าสู่สนามแข่งรถ

 

ได้สัมผัสรถแข่งคันจริงอย่างใกล้ชิดติดตัวถัง






 

ยกเว้นรถแข่งบางคัน ที่มีเชือกกั้น ก็ทำได้เพียงมองอยู่ห่าง ๆ





.

พอมือว่าง ก็เลยต้อง…….selfie!!!

 

สำหรับบางคน นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้พูดคุยกับนักแข่งที่ชื่นชอบ

 

หรือจะขอลายเซ็นก็จัดไป

 

แต่ถ้าเป็นระดับแชมป์ อาจจะเข้าถึงยากนิดนึง

 

เพราะมีบอดี้การ์ดคุมเข้มอีกชั้น ยืนกันทั้งคนทั้งรถ

 

แต่สำหรับตากล้องที่ชอบถ่ายรูปสาว ๆ งานนี้มียาว

 

เพราะสาว ๆ เพียบ



 

แต่ถ้าไม่รู้จักนักแข่ง และไม่ชอบแย่งถ่ายสาว ๆ เราขอแนะนำให้มาหามุมถ่ายรูปตัวเองอย่างสงบ ๆ

 

เพราะโอกาสที่คนธรรมดาอย่างเราจะได้มาเดินชิลล์ ๆ ในสนามแข่งแบบนี้หามีไม่

 

ดังนั้น คิดท่าอะไรได้ รีบจัดซะ

 

แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เริ่มแอ็คท่ากันแบบสิ้นคิด แสดงว่าหมดฤทธิ์กันเสียแล้ว

 

ก็เลยต้องเดินออกจากสนาม ไปชมบรรยากาศอีกฝั่งกันบ้าง

 

ซึ่งก็พบ Nissan GT-R อีกเช่นเคย

 

แต่ที่เจ๋งก็คือ ได้พบพร้อมกันทั้ง 3 เจเนเรชั่น

 

คือ R32 , R34 และ R35

 

ซึ่งมาในสีเดียวกันทั้งหมด

 

โดยเอกลักษณ์ของ GT-R มักจะตามมาด้วยไฟท้ายทรงโดนัท

 

และถัดมา เราก็เจอกับบูททางการของ Nismo

 

ที่ขนมาโชว์กันทุกรุ่น

 

นำทัพด้วยพี่ใหญ่ Nissan GT-R Nismo






 

ส่วนรุ่นอื่น เบียร์ได้เข้าไปสัมผัสมาแล้วที่สำนักงานใหญ่ ขาดแต่คันนี้แหล่ะ ที่ยังไม่ได้เข้าไปนั่ง นั่นก็คือ Nissan March Nismo

 

ที่แอบโชว์ความแรงด้วยเครื่องยนต์ 1500 ซีซี


 

หลังจากเดินดูครบทุกรุ่น เบียร์กลับรู้สึกว่า ถ้า Nismo เข้ามาจำหน่ายในเมืองไทยเมื่อไหร่ รถคันที่เบียร์อยากได้มาใช้ในชีวิตประจำวันมากที่สุดต้องเป็นคันนี้เท่านั้น


 

เดินมาดูบูทถัดมา เป็นของนิสสันเอง ซึ่งแน่นอนว่า ตัวชูโรงจะเป็นรถรุ่นไหนไปไม่ได้นอกจาก Nissan Leaf รถพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ขายดีที่สุด

 

ยังไม่ทันเดินดูคันต่อไป ก็ดันได้ยินเสียงเครื่องยนต์คำรามสนั่นหวั่นไหว เลยเปลี่ยนใจเดินขึ้นไปบนอัฒจันทร์

 

เลยได้มันส์ไปกับเค้าด้วย

 

แต่พอก้มมองนาฬิกา ก็รู้แล้วว่าหมดเวลาความสนุกของวันนี้

 

กับกิจกรรมดี ๆ อย่าง Nismo Festival 2015

 

แต่ในขณะที่เดินกลับไปขึ้นรถบัสที่ลานจอดรถ ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเดินผ่านลานจอดรถลานแรก

 

เพราะเป็นลานจอดรถพิเศษสำหรับลูกค้าที่ใช้รถรุ่น Nismo เท่านั้น

 

ซึ่งมาจอดกันครบทุกรุ่น

 

เสียดายที่ไม่ได้เดินมาดูตั้งแต่กลางวัน คงจะจอดเรียงรายกันสวยงาม เพราะเวลาเย็นอย่างนี้ รถที่จอดเริ่มไม่ค่อยจะมี เพราะต่างคนก็ต่างทยอยกลับ



 

เลยได้พบ Juke Nismo ทั้ง 2 สี 2 เวอร์ชั่น


 

และ Nissan March Nismo ที่ยังพอจะจอดกันเยอะอยู่บ้าง



 

พ้นลานจอด Nismo มา ก็มาเจอ Nissan GT-R 3 สี 3 สไตล์

 

ยอมรับเลยว่าคุ้มมากที่ได้มา เพราะได้เห็น GT-R มากที่สุดในวันเดียว

 

จนอดไม่ได้ที่จะเก็บเกี่ยวความทรงจำดี ๆ ในครั้งนี้ไว้

 

ก่อนจะทำใจ แล้วเดินขึ้นรถบัสกลับไป

 

เพื่อ say Good Night โยโกฮามา

 

แล้วมาดูกันต่อครับ กับรีวิวตอนที่ 3 ที่เบียร์จะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักอดีตของ Nissan ว่าเป็นอย่างไร เข้ามาดูกันได้เลยครับ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านรีวิวของเบียร์นะครับ ถ้าถูกใจ อย่าลืมกด Like หรือ Share นะครับ

และถ้ามีความคิดเห็นใด ๆ สามารถแสดงความเห็นไว้ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *