รีวิว Mercedes-Benz GLA 250 AMG Dynamic by Biere ตอนที่ 2 “สุดแสนประทับใจในวันรับรถใหม่”

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

หลังจากที่เบียร์ตกลงปลงใจสู่ขอ GLA คันใหม่ตามรีวิวตอนที่ 1 “รักแรกพบ” เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2560 ที่ผ่านมาเรียบร้อย

เบียร์ใช้เวลาคอยรถอยู่เพียงอาทิตย์เดียว รถก็มาถึง เบียร์จึงกำหนดวันรับรถกับโชว์รูมในวันพฤหัสที่ 21 กันยายน 2560

โดยจัดการเตรียมแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายโชว์รูมตามยอดเงินที่คุณนุ่น เซลล์สาวแจ้งมาให้ทราบล่วงหน้า โดยเสียค่าธรรมเนียมเช็คให้ธนาคารไม่เกิน 25 บาทเท่านั้น (ค่าธรรมเนียมแต่ละธนาคารไม่เท่ากัน)

 

ดีกว่าพกพาเงินสดก้อนใหญ่ติดตัวไป มันเกิดความเสี่ยงหลายต่อหลายอย่าง
– เงินอาจจะสูญหายระหว่างทาง
– โชคร้ายอาจจะโดนปล้นได้ สมัยนี้มิจฉาชีพเยอะ
– ถ้าบังเอิญไปเจอเจ้าหน้าที่โชว์รูมรถที่ทุจริต ก็จะเกิดปัญหาอีก เช่น เงินไม่เข้าโชว์รูมหรือเข้าไม่ครบ โดยที่เราไม่รู้เรื่อง

ทั้งนี้ นอกจากสบายใจเราแล้ว ยังสบายใจกับทางโชว์รูมด้วย
– เงินเข้าบริษัทแน่นอน เพราะสั่งจ่ายชื่อบริษัทดีลเลอร์รถ (ห้ามสั่งจ่ายชื่อเซลล์หรือเจ้าหน้าที่คนอื่นเด็ดขาด)
– แคชเชียร์หรือเซลล์ของโชว์รูม ไม่ต้องมาเสียเวลานับเงิน ซึ่งอาจจะเกิดความผิดพลาด

เพราะการนำเงินสดไปซื้อรถ Benz มักจะเป็นเงินก้อนใหญ่ ต่อให้เป็นแค่เงินดาวน์ ก็ราว ๆ ครึ่งล้านขึ้นไปอยู่แล้ว ยิ่งถ้าซื้อเงินสด ก็ต้องมี 2 ล้านขึ้นไปนั่นเอง

ซึ่งการใช้แคชเชียร์เช็คนั้น ควรใช้สำหรับการซื้อรถในจังหวัดเดียวกันเท่านั้นนะครับ เช่น ซื้อแคชเชียร์เช็คของธนาคารในกรุงเทพ โชว์รูมรถก็ควรอยู่ในกรุงเทพนั่นแหล่ะ

เพราะถ้าทำเช็คสั่งจ่ายข้ามจังหวัดแล้วละก็ ค่าธรรมเนียมจะสูงมากกว่านี้ครับ เช่น บ้านอยู่โคราช แต่เดินทางมาซื้อรถที่กรุงเทพ ก็ควรใช้”ดราฟท์”สั่งจ่ายแทน จะประหยัดกว่าครับ ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ธนาคารเลยครับ

โดยในวันที่ไปทำแคชเชียร์เช็คนั้น ก็บังเอิ๊ญ บังเอิญได้ที่จอดรถข้าง Mercedes-Benz GLA 250 AMG Dynamic สีเงินป้ายแดงพอดิบพอดีครับ เลยแอบตื่นเต้นขึ้นไปอีกนิดนึง ^^

 

วันที่ 21 กันยายน 2560

ด้วยความที่บ้านอยู่ชานเมืองในซอยลึก ห่างไกลชุมชน เวลาไปรับรถใหม่ในช่วงที่ผ่านมา เบียร์ก็มักจะขับรถเดิมไปอีกคันกับภรรยา แล้วขับกลับบ้านมาคนละคัน

แต่ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้รับรถเบนซ์คันใหม่ ก็เลยไม่มีใครอยากขับคันเก่ากลับบ้าน 55555+

 

จึงตัดสินใจจะเรียกรถ Taxi ไปแทน ซึ่งพี่สาวที่อยู่บ้านข้าง ๆ ก็รีบโทรเรียก Taxi ที่ใช้บริการประจำให้ แต่ก็ได้คำตอบมาว่า

“ไปไกลจัง ไม่ไปครับ”

เบียร์เลยบอกไม่เป็นไร เดี๋ยวขอทำตัวทันสมัย ลองใช้ App เรียกเอา

แต่ด้วยความที่เบียร์ไม่เคยใช้แอพเรียกรถเลย จึงต้องเสียเวลาโหลดแอพ และลงทะเบียนทั้ง 2 แอพ คือ Grab และ Uber อยู่ราว ๆ 5 นาที

พอลงทะเบียนเสร็จ เบียร์ก็รีบเข้าไปหารถแบบรถส่วนบุคคลดูทั้ง 2 แอพ ปรากฏว่า แถวบ้านเบียร์ไม่มีรถส่วนบุคคลวิ่งอยู่เลย หึหึ

ก็เลยลองเข้าเมนู Grab Taxi แทน พบรถวิ่งอยู่ 2 คัน เลยลองกดเรียกดู ปรากฏว่า มีรถกดตกลงรับงานทันที แม้รถคันนั้นจะอยู่ห่างจากบ้านเบียร์ราว ๆ 10 กิโลเมตร โดยมีหน้าตา ชื่อนามสกุลคนขับ และเลขทะเบียนรถให้ดูครบครัน

 

เวลาผ่านไป 1 นาที มีข้อความส่งเข้ามา

“รอสักครู่นะครับ ติดไฟแดงอยู่หน้าปากซอยครับ”

เบียร์กดดูพิกัดของรถ Taxi ก็ถูกต้องตามนั้น เพราะเราสามารถดูทิศทางการวิ่งของรถในแอพได้ด้วย ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน และใช้เส้นทางไหนวิ่งเข้ามาหาเรา อ่านแล้วก็อุ่นใจ ว่าเรามีรถไปส่งแน่นอนแล้ว

 

ประมาณ 10 นาทีนับตั้งแต่เริ่มเรียก รถก็มาถึง (บอกแล้วบ้านอยู่ไกลชุมชน อิอิ) พอเบียร์เห็นทะเบียนรถ เบียร์ก็รู้แล้วว่า ใช่แน่นอน

ทางด้านคนขับรถ เมื่อมาจอดรถตรงหน้าเรียบร้อย เค้ากลับชู app ให้เราดูอีกครั้งเป็นการยืนยัน ว่ามารับถูกคน ไม่ผิดฝาผิดตัว ชัวร์ 100%

 

ซึ่งรถที่มารับเป็นรถ Toyota Altis รุ่นใหม่ สีเหลือง-เขียวแบบเดียวกับรถ Taxi ทั่วไปนั่นแหล่ะครับ เพียงแต่มีสติ๊กเกอร์ Grab คาดไว้ทั้งแถบ ให้รู้ว่าเรียกผ่านแอพได้นั่นเอง

 

ภายในนั่งสบายตามสไตล์รถใหม่ คนขับพูดจาสุภาพ มีการสอบถามว่า ปกติเราไปทางไหน? จะได้ไปตามทางนั้น เพื่อความสบายใจของเรา

และที่สำคัญ ไม่ชวนคุยเรื่องการเมืองด้วย ถูกใจมาก 55555+

 

เพียง 1 ชั่วโมงนิด ๆ เราก็ฝ่าการจราจรที่แสนจะติดขัดมาถึงโชว์รูม Benz Star Flag ครับ โดยทาง Grab Taxi คิดค่ารถ + ค่าธรรมเนียมราว ๆ 370 บาท เบียร์เลยควักเงินสด 400 บาทส่งให้คนขับไปเลยโดยไม่รับเงินทอน ก่อนจะเดินเข้ามาในโชว์รูมด้วยมือที่เย็น เพราะตื่นเต้นที่จะได้รับรถใหม่

พนักงานออกมาต้อนรับขับสู้เรา 2 คนอย่างดี และแจ้งว่า จะพาเบียร์กับภรรยาไปนั่งรอเวลาที่ชั้น 2 ก่อน

เบียร์จึงเดินตรงดิ่งไปที่บันได ด้านหน้า

 

แต่พนักงานกลับบอกว่า
“เรียนเชิญทางนี้ค่ะ”
โอ้ว ไปแค่ชั้น 2 ต้องขึ้น Lift ด้วย

 

จะเห็นได้ว่าหน้า Lift มีป้ายระบุชัดเจนว่า “เฉพาะลูกค้าเท่านั้น” ส่วนภายในมีบอกว่า แต่ละชั้นนั้นมีอะไร

ชั้น 5 สำนักงาน
ชั้น 4 โชว์รูมรถเบนซ์มือสองที่ได้รับการรับรองคุณภาพ
ชั้น 3 พื้นที่ส่งมอบรถ และโชว์รูมรถแรงระดับ AMG
ชั้น 2 โชว์รูมรถเบนซ์ระดับหรู (C Class ขึ้นไป) และพื้นที่รับรองลูกค้า
ชั้น 1 ส่วนต้อนรับและโชว์รูมรถเบนซ์ขนาดเล็ก

 

แหม ประตูลิฟท์เป็นกระจกซะด้วย ไม่ธรรมดา

 

เดินเข้ามาก็พบบาร์เครื่องดื่มก่อนเลย

 

เบียร์เลยลองสั่ง “คาปูชิโนร้อนนน แก้วใหญ่ หวานน้อย กินนี่ค้าบบบ”

พนักงานอมยิ้ม ก่อนจะตอบมาว่า “แก้วมีไซส์เดียวอ่ะค่ะ”

อุ้ย เบียร์ล้อเล่น ขอคาปูเย็นดีกว่าครับ แฮ่

จากนั้นก็มาหาของกิน

 

ทานอะไรดีน้า

 

มองไปด้านขวา รู้สึกว่ามุมนี้น่านั่งจัง

มุมถัดมา จะอยู่ใกล้ ๆ บาร์

 

แต่มุมตรงโน้น กลับดูน่านั่งกว่า

 

หรือจะนั่งมุมนี้ก็สะดวกสบาย หยิบขนมเพิ่มได้ง่ายดี 55555+

 

แถมมี Mercedes-Benz G-Class จอดอยู่ข้าง ๆ อย่างใกล้ชิด

 

ส่วนรถเบนซ์รุ่นอื่น ๆ จอดเรียงรายให้ชมได้สบาย ๆ อยู่ตรงกลาง

 

ลองเดินเข้าห้องน้ำชายดูบ้าง พอเข้าแล้ว รู้สึกไม่ต่างกับห้องน้ำในโรงแรมหรูเลยครับ

 

เดินออกจากห้องน้ำมา ก็พบหน้าคุณนุ่นพอดี พร้อมคำชวนว่า “ไปดูรถกันค่ะ”

“โอเคครับ ว่าแต่คาปูเย็นเบียร์ละ?” (น้านน ยังจะห่วงของกินอีก 55555+)

“เดี๋ยวไปเสิร์ฟให้ถึงที่ค่า” คุณนุ่นตอบกลับทันที และเดินนำไปที่ลิฟท์ตัวเดิม

ก่อนเดินเข้าลิฟท์ สายตาเหลือบไปขวา เจอโลโก้ประดับประดาเต็มไปหมด

 

ถึงแล้วครับชั้น 3 สถานที่ส่งมอบรถ

 

ในชั้นนี้มีรถเบนซ์ป้ายแดง จอดอยู่หลายคัน ตามมุมต่าง ๆ เพื่อรอส่งมอบให้ลูกค้าในวันเดียวกันนี้แหล่ะครับ

 

เจอหน้าลูกชายแล้ว หล่อมากกกกกก

 

พอเห็นเลขทะเบียน 8844 แล้วต้องร้องว้าว เพราะตอนซื้อ Juke เมื่อปีที่แล้วก็ได้ทะเบียนป้ายแดงคล้ายกันคือ  8822

 

แต่สิ่งที่ต้องร้องว้าวยิ่งกว่า ก็คือ บรรยากาศในการส่งมอบรถนี่แหล่ะครับ เพราะเป็นครั้งแรกที่เบียร์มารับรถในห้องแอร์เย็นเฉียบบนอาคารชั้น 3

 

ถึงแม้จะมีแดดเลียก้นอยู่บ้างก็ตามที

 

เป็นการส่งมอบรถที่สะดวกสบายดี เพราะมีโต๊ะนั่งเซ็นเอกสารอยู่ข้างรถของเราเลย

 

แถมยังมีโซฟารองรับผู้ติดตามด้วยครับ

 

เบียร์แอบมองลูกค้าท่านอื่นที่มารับรถในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วนใหญ่ก็มีครอบครัวและผู้ติดตามมากันทั้งนั้น มีอยู่คันหนึ่ง มากันเป็น 10 คนเลยครับ เห็นถ่ายรูปกันสนุกสนาน เฮฮาสุด ๆ

 

กลับมาที่โต๊ะเซ็นเอกสารของเราดีกว่า มองไปที่จอภาพบนโต๊ะก็ต้องแอบยิ้ม เพราะบนจอมีเขียนขอบคุณระบุชื่อเรา รุ่นรถ และวันที่รับรถอย่างถูกต้อง พร้อมดอกไม้แสดงความยินดี

 

ส่วนบนโต๊ะก็มีกุญแจรถ 2 ชุด ใส่กล่อง วางรอไว้อย่างดี พร้อมการ์ดเล็ก ๆ จากคุณชยุต ผู้บริหารของ Benz Star Flag ทำให้รู้สึกได้ถึงความพิเศษ

 

ถัดจากกุญแจรถก็พบดอกไม้และพวงมาลัยที่คุณนุ่นแอบเตรียมไว้ให้โดยเฉพาะ รวมถึงปลอกกุญแจหนัง 2 อัน 2 สี ที่คุณนุ่นให้เบียร์เลือกสีที่ชอบมาล่วงหน้าตั้งแต่วันที่มาจองรถ

ที่เหลือก็เป็นเอกสารเกี่ยวกับรถ ไม่ว่าจะเป็นคู่มือรถ สมุดป้ายแดง ใบรับประกันต่าง ๆ เป็นต้น

 

แต่ที่เห็นบนโต๊ะก็ยังไม่ครบอย่างที่คิด เพราะคุณนุ่นยังเตรียม”หลวงพ่อทวด”พระองค์เล็กมาให้เบียร์สักการะเพิ่มอีกต่างหาก ซึ่งถูกใจมากเข้าไปอีก

 

แต่แล้ว สายตาเบียร์ก็เหลือบไปเห็นกล่องเล็ก ๆ อีก 2 กล่อง

 

คุณนุ่นยิ้มหวานแล้วบอกว่า “คุณปุ่นฝากมาให้ค่ะ เป็นของขวัญวันรับรถ”

 

วินาทีนั้นจำได้ว่า รู้สึกอึ้งและซึ้งใจสุด ๆ  เบียร์กับปุ่นรู้จักกันมานานมากแล้ว สมัยก่อนเราเคยขับรถ Hyundai อยู่ด้วยกัน จนตอนหลังปุ่นเปลี่ยนมาขับ Mercedes-Benz ไปถึง 2 คันแล้ว

เมื่อเบียร์ตัดสินใจจะซื้อ GLA  เบียร์จึงรีบไปปรึกษาปุ่นทันที และปุ่นเองก็แนะนำคุณนุ่นมาให้ดูแลเบียร์นี่ละครับ

ต้องขอบคุณเพื่อนปุ่นอีกครั้งนะครับ กับเซอร์ไพรส์ครั้งนี้

นั่นทำให้การรับรถวันนี้ มีแต่ความประทับใจมากมายเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการบริการ บรรยากาศของสถานที่ รวมถึงมิตรภาพดี ๆ นั่นเอง

ว่าแล้วก็ขอเปิดของขวัญจากเพื่อนดูหน่อย เริ่มด้วยกล่องสีดำ

 

ว้าว จุกลมยางคาร์บอน AMG

 

มาดูกล่องสีเงินบ้าง

 

เปิดออกมาเป็นโลโก้ AMG ติดที่กุญแจรถ สวยมาก

 

ปิดกล่องเก็บไว้ก่อน ไว้ค่อยไปเปลี่ยนที่บ้านดีกว่าเนาะ

 

และแล้ว ขนมก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะ

 

ตามมาด้วยคาปูเย็นที่รอคอย

 

กินไป มองรถไป ช่างสุขใจเหลือเกิน

 

เติมพลังเรียบร้อย ก็ลุกขึ้นไปตรวจสภาพรถก่อนรับมอบครับ

 

หลัก ๆ ก็เดินตรวจตรารอบคันครับ ดูการประกอบ มองหาร่องรอยต่าง ๆ แต่ก็หาไม่เจอ 55555+

 

จากนั้นก็มาดูยางติดรถครับ โดย GLA 250 AMG Dynamic นั้น ให้ยางแบบ Runflat มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานเลยครับ

 

ซึ่งยาง Runflat ก็คือยางที่ยังวิ่งได้ แม้ไม่มีลม เช่น ยางรั่ว เพราะโดนของแหลมทิ่ม เราก็ยังขับรถต่อไปได้อีกราว ๆ 80 กิโลเมตร ด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อให้เราไปหาที่ปะหรือเปลี่ยนยางใหม่ในสถานที่ที่ปลอดภัยครับ

เพราะ ถ้าเป็นยางปกติ เวลาโดนของแหลมทิ่ม ลมยางก็จะอ่อน ทำให้ไม่สามารถขับต่อได้ เพราะรถจะเสียการทรงตัว

ดังนั้น ถ้าเรายังฝืนขับต่อไปโดยไม่จอดรถ นอกจากจะอันตรายแล้ว อาจจะทำให้ล้อรถเสียหายมากขึ้นอีกด้วยครับ

 

โดยยางที่ให้มาเป็น Bridgestone รุ่น DUELER H/P SPORT ครับ ยางรุ่นนี้เหมาะกับรถ SUV ที่ต้องการความเป็นสปอร์ตนั่นละ

 

โดยมีขนาดยางหน้า-หลังเท่ากันที่ 235/45R19

 

สิ่งสำคัญที่เบียร์ต้องตรวจสอบก็คือ วันที่ผลิตของยาง โดยดูจากตัวเลข 4 ตัวที่อยู่ในกรอบนี้ครับ

2 ตัวแรกคือสัปดาห์ที่ผลิตครับ ส่วน 2 ตัวหลังคือปี ค.ศ. ที่ผลิตนั่นเอง

 

โดยรถคันนี้ระบุตัวเลขที่ 1317 หรือสัปดาห์ที่ 13 ปี 2017

นั่นก็หมายความว่า ยางเส้นนี้ผลิตเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม 2017 หรือ 6 เดือนที่ผ่านมา

ซึ่งยางที่ผลิตมาไม่ถึงปี ก็ถือว่ายางยังใหม่เอี่ยมครับ ตรงจุดนี้เบียร์แนะนำให้เพื่อน ๆ ต้องตรวจสอบดูก่อนรับรถ หรือก่อนเปลี่ยนยางใหม่ทุกครั้งนะครับ ว่าเราจะได้ยางที่ใหม่จริง

เพราะถ้าผลิตมานานมากไป ก็จะมีผลต่ออายุการใช้งานที่สั้นลงด้วยครับ

และที่สำคัญ ตรวจให้ครบทั้ง 4 ล้อด้วยนะครับ

 

ตรวจยางเรียบร้อย อยากให้เพื่อน ๆ มาดูที่กระจกหน้าฝั่งคนขับกันครับ ลองสังเกตดี ๆ จะมีลายเซ็นติดอยู่นะครับ

 

ซึ่งเป็นลายเซ็นของคุณ Gottlieb Wilhelm Daimler หนึ่งในผู้ก่อตั้งรถเมอร์ซีเดส-เบนซ์นี่แหล่ะครับ

แต่บางคันก็จะได้ลายเซ็นของคุณ Karl Friedrich Benz ผู้ร่วมก่อตั้งอีกท่านแทนนะครับ

ดังนั้น เพื่อน ๆ ที่กำลังจะรับรถ หรือได้รถมาแล้ว ลองไปส่องดูกันครับว่า รถของเรานั้น ได้ลายเซ็นของใคร?

 

จากนั้นมาตรวจดูป้ายแดงสักหน่อยครับ ว่าได้ป้ายแดงของแท้หรือเปล่า?

 

โดยสังเกตที่มุมล่างขวาของป้าย จะมีวงกลมล้อมรอบคำว่า “ขส” ปั๊มติดอยู่

 

และแน่นอนว่า ต้องได้สมุดคุมทะเบียนสีแดงเลือดหมูติดมาด้วยครับ

 

เวลาขับรถไปไหน เราต้องเขียนลงสมุดเล่มนี้ทุกครั้งนะครับ เพราะถ้าโดนตำรวจเรียกตรวจแล้วไม่ได้เขียน จะโดนปรับด้วยครับ

 

ดูป้ายทั้งหน้าและหลังเรียบร้อย เบียร์เหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือ ก็พบว่าใกล้เวลาดี ที่เบียร์ตั้งใจจะสตาร์ทรถเอาฤกษ์เอาชัยพอดิบพอดี จึงหยิบกุญแจรถบนโต๊ะมา 1 ชุด แล้วเดินเข้าไปนั่งในรถทันที

 

Mercedes-Benz GLA250 AMG Dynamic นั้น ได้ปุ่มสตาร์ทรถแบบ Keyless GO มาด้วย นั่นทำให้เราสามารถกดปุ่มสตาร์ทได้เลย โดยไม่ต้องล้วงกุญแจออกมาจากกระเป๋าแต่อย่างใด

 

นาฬิกาบอกเวลา 9.59  เบียร์จึงเหยียบเบรกค้างไว้ แล้วกดปุ่มสตาร์ทเพียง 1 ที เสียงเครื่องยนต์ 2.0 Turbo ดังกระหึ่มขึ้นมา พร้อมหน้าจอที่สว่างวาบแบบนี้

 

เบียร์ดูที่หน้าจอตรงกลาง ก็พบว่า เลขไมล์รถอยู่แค่ 11 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ซึ่งถือว่าน้อยมาก เพราะศูนย์น่าจะไม่ได้นำรถออกไปตกแต่งข้างนอกครับ

ในรถบางยี่ห้อ ที่มีดีลเลอร์เจ้าเดียวหลายสาขา บางทีมีการโยกย้ายรถระหว่างสาขาบ้าง หรือนำไปตกแต่ง ใส่ของแถม ติดฟิล์ม ล้างรถ เคลือบสี เติมน้ำมันตามร้านข้างนอกบ้าง  จึงทำให้มีเลขไมล์ที่สูงกว่านี้

แต่ทั้งนี้ ถ้าเลขไมล์ในวันรับรถไม่เกิน 50 กิโลเมตร ก็ถือว่าโอเคแล้วครับ

 

แต่ที่ประทับใจมากกว่าเลขไมล์ ก็ น้ำมันเต็มถังนี่ละ

 

ถ้าเพื่อน ๆ ตามอ่านรีวิวของเบียร์มาโดยตลอด ก็จะรู้ว่า เบียร์เขียนบ่นอยู่เสมอว่า ทำไมรถใหม่สมัยนี้ไม่มีน้ำมันมาให้ลูกค้าเลย

อย่างโชว์รูมต่าง ๆ ก็น่าจะใส่น้ำมันมาให้ลูกค้าพออุ่นใจบ้าง หรือจัดมาร์จิ้นให้เซลล์มาเป็นค่าน้ำมันให้ลูกค้าแทนของแถมบางอย่างก็ได้ อย่างน้อยๆ สักครึ่งถังก็ยังดีครับ

เพราะเบียร์เองก็ประสบพบเจอมาหลายคัน ที่รับรถป้ายแดงออกมา แทนที่จะขับกลับบ้านอย่างมีความสุข กลับต้องไปวิ่งหาปั๊มน้ำมันอีก กว่าจะฝ่ารถติดจากโชว์รูมไปถึงปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุดได้ ก็ต้องมาลุ้นให้ตื่นเต้น

จึงไม่แปลกที่จะได้ยินข่าวว่า บางท่านรับรถใหม่ แล้วมัวแต่เพลิดเพลินใจ หรือไม่ก็ดูเข็มน้ำมันยังไม่เป็น รถป้ายแดงไปดับกลางทางก็หลายคัน เดือดร้อนกันเป็นแถว

ดังนั้น พอเห็นเข็มน้ำมันเต็มถังแบบนี้ ก็ยิ่งรู้สึกดีกับเซลล์คนนี้ขึ้นไปอีก

ดูหน้าจอเสร็จก็ก้มลงดูที่พื้นครับ

 

ก็จะพบกับพรมลายกระดุมสีเทาที่คุณนุ่นแถมให้ ทีแรกเบียร์ก็ลังเลว่าจะใช้สีเทาหรือสีดำดี แต่สุดท้ายก็เลือกสีเทาแทน เพราะอยากให้ภายในสว่างขึ้นสักหน่อยครับ

ส่วนชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ตสีเงินนั้น เป็นอุปกรณ์มาตรฐานเฉพาะ GLA 250 AMG Dynamic อยู่แล้วครับ

 

พอดึงพรมกระดุมออก ก็พบกับพรม AMG สีดำตัดแดงซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานเฉพาะ GLA250 AMG Dynamic ซ่อนอยู่ครับ

 

ลายเดียวกับเบาะเลย เท่ดีจริง ๆ

 

ลองดึงพรม AMG ขึ้น ก็เป็นแบบนี้ครับ

 

ที่กาบบันไดมีโลโก้ Mercedes-Benz เรืองแสงด้วยครับ สวยดีจัง

 

ไปดูที่เบาะหลังกันบ้าง

 

ก็มีพรมกระดุมสีเทาที่เซลล์แถมให้เหมือนกัน

 

ลองดึงพรมกระดุมออก ก็เจอพรม AMG ซ่อนอยู่เช่นเคยครับ

 

จากนั้นเดินไปดูด้านหลัง ก็ยังมีพรมกระดุมสีเทาให้อีกครับ ครบคัน เอ้ย ครบครันเลยจริง ๆ

 

ลองดึงพรมกระดุมขึ้น คราวนี้ไม่มีพรม AMG แล้วครับ แต่มีช่องลับแทน ไว้ค่อยไปเปิดดูที่บ้านดีกว่า

 

แต่พอวางพรมกระดุมลง ก็เห็นแท่งอะไรยาว ๆ ใหญ่ ๆ
ซึ่งก็คือ ร่มกอล์ฟของ Mercedes-Benz ที่คุณนุ่นแถมให้นั่นเอง

 

ตรวจเบื้องต้นเรียบร้อย คุณนุ่นก็มาอธิบายการใช้งานรถทั้งหมดแบบคร่าว ๆ

เบียร์ยอมรับว่า เบียร์ตื่นเต้นมาก เพราะเหมือนกำลังจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

เพราะเพื่อน ๆ ทราบไหมครับว่า การรับรถ 3 คันล่าสุดของเบียร์ ไม่มีเซลล์คนไหนมาอธิบายการใช้งานของรถเลย

ไม่ใช่ว่าเค้าเหล่านั้นบริการไม่ดีนะครับ แต่เป็นเพราะเค้ารู้จักเบียร์ดี จนไม่กล้ามาอธิบาย เพราะคิดว่า เบียร์น่าจะรู้อยู่แล้ว

อาจจะจริงที่เบียร์ก็พอรู้อยู่แล้ว เพราะใช้รถนิสสันมาตลอด ระบบต่าง ๆ ก็เหมือน ๆ กัน แต่ที่จริง เบียร์กลับชอบแลกเปลี่ยนความรู้กับทุกคนมากกว่า เพราะต่างคนก็ต่างประสบการณ์ มีมุมมองที่หลากหลาย ก็จะช่วยให้เราได้รับความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นตลอดเวลานั่นเองครับ

คุณนุ่นใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 30 นาที ในการอธิบายให้เบียร์ทราบการใช้งานเบื้องต้น ที่จริง เบียร์ว่าถ้าคุยกันจริง ๆ ต้องมีเป็นชั่วโมง เพราะรถเบนซ์นี่รายละเอียดเยอะมากจริง ๆ ครับ

ยิ่งถ้าเป็นมือใหม่ขับเบนซ์แล้ว มีมึนแน่นอนครับ จนคุณนุ่นต้องปิดท้ายว่า

“ถ้ากลับบ้านแล้ว สงสัยตรงไหน โทรมาสอบถามนุ่นได้ตลอดเวลาเลยนะคะ”

ฟังจบแล้ว ก็มาตรวจเอกสารอื่น ๆ นิดนึง ว่าซื้อรถคันนี้ มีอะไรให้มาบ้าง

เริ่มด้วยคู่มือรถ เล่มหนามาก มี 2 เล่มครับ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

 

คู่มือการรับประกัน ภายในระบุระยะเวลาชัดเจนคือ 3 ปี ไม่จำกัดระยะทางนะครับ

ตรงนี้ถูกใจ เพราะเป็นคนใช้รถเยอะ อิอิ

 

ใบส่งมอบรถยนต์ครับ ต้องติดรถเอาไว้ช่วงใช้ป้ายแดง เผื่อโดนเรียกตรวจครับ

 

ใบรับประกันฟิล์ม 7 ปีของ Lamina ครับ โดยคุณนุ่นแถมฟิล์มให้เต็มคันเลย ทั้งกระจกหน้า รอบคัน และหลังคาครับ

ในใบมีระบุรุ่นของฟิล์มด้วยคือ

บานหน้า เป็นฟิล์ม รุ่น APL65NX ความเข้ม 40 ครับ
รอบคัน เป็นฟิล์ม รุ่น ARL20C ความเข้ม 60 ครับ
หลังคา เป็นฟิล์ม รุ่น ARL05C ความเข้ม 80 ครับ

 

บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง Star Assist ครับ มีปัญหาอะไรใน 3 ปีแรก โทรได้เลยครับ 02 305 8575 แต่ภาวนาว่า อย่ามีเลยจะดีที่สุด อิอิ

 

มีแผ่น CD มาให้ด้วยครับ

 

ส่วนเล่มนี้คือ ข้อมูลด้านการเข้ารับบริการครับ แต่เปิดดูแล้ว ข้อมูลเป็นแบบ Worldwide นะครับ ไม่ใช่ในไทย

 

คู่มือการใช้เครื่องมือปฐมพยาบาลที่อยู่ท้ายรถครับ


 

ปิดท้ายด้วยคู่มือใช้รถแบบย่อ ให้พอขับได้ครับ

 

แต่เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดนะครับ

 

ตรวจเอกสารครบแล้ว ก็ได้เวลาไปถ่ายรูป ส่งมอบรถครับ โดยมีเจ้าหน้าที่หนุ่มมาเคลื่อนรถออกไป

 

แล้วย้ายมาจอดหล่อ ๆ ตรงมุมนี้

 

เพื่อให้เจ้าของรถได้ถ่ายรูปกับรถคันใหม่ ก่อนจะขับออกไป

 

ถ่ายเดี่ยวเสร็จแล้ว ต่อด้วยภาพหมู่ พ่อ-แม่-ลูก

 

ปิดท้ายด้วยรูปกับคุณนุ่น เซลล์สาวที่ดูแลเราอย่างดี

 

มาถึงบรรทัดนี้ ต้องขอบคุณคุณนุ่นอีกครั้งกับบริการที่ดี และสุดแสนประทับใจ เพราะอะไรที่เป็นครั้งแรก เรามักจะคาดหวังไว้สูง และคุณนุ่นก็ไม่ทำให้เบียร์ผิดหวัง

สิ่งที่ประทับใจในตัวคุณนุ่น คือ ความจริงใจ และให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน

แน่นอนว่า โชว์รูมรถเปิดมาก็ต้องการกำไร เซลล์ขายรถก็ต้องการค่าคอม และลูกค้าก็ต้องการจ่ายให้น้อยที่สุด หรือคุ้มค่าที่สุดอยู่แล้ว

หลายคนจึงเฟ้นหาเซลล์ที่ให้ส่วนลดได้มากที่สุด แต่เบียร์กลับรู้สึกว่า ยิ่งแข่งด้านราคา ก็ยิ่งนำพาให้คุณภาพการบริการลดลงโดยไม่รู้ตัว

เบียร์เองผ่านประสบการณ์การซื้อรถมาหลายต่อหลายคัน สุดท้ายก็ต้องการแค่เซลล์ที่จริงใจ ตรงไปตรงมา และได้รถที่ไม่มีปัญหาเท่านั้นเอง

 

ถ่ายรูปเรียบร้อย เจ้าหน้าที่หนุ่มก็มานำรถลงลิฟท์ไปชั้นล่างครับ

ส่วนคุณนุ่นก็พาเบียร์และภรรยาลงลิฟท์ลูกค้าตามมาทันที

จ๊ะเอ๋ เจอกันพอดีเลย

 

และแล้วก็ถึงเวลาพาลูกชายคันใหม่ออกจากโชว์รูม Benz Star Flag ครับ

 

เสียงเพลงจากวิทยุในรถดังขึ้นมาทันที

“รักแรกพบแท้จริงเป็นอย่างไร เพราะเธอใช่หรือไม่ เปิดใจใครที่ฉันเป็น

จากวันนั้น หัวใจรู้สึกเอง ชัดเจนว่าทุกสิ่ง เกิดขึ้นจริงใช่ฝันไป ได้พบจึงเข้าใจ มีอยู่จริง”

ฟังแล้วก็อดคิดถึงวันแรกที่เจอเจ้า GLA สีน้ำเงินคันแรกไม่ได้เลยจริง ๆ จากเพียงแค่ได้มองห่าง ๆ วิ่งสวนไปสวนมา

จากนั้นก็ได้ไปยืนดูอย่างใกล้ชิดที่งานบวชญาติ

แต่ตอนนี้ เรากำลังควบเค้ากลับบ้าน จากที่เคยแค่ฝัน วันนี้กลายเป็นความจริง

 

โดยเบียร์กับภรรยาตั้งชื่อลูกชายคันนี้ ว่า “น้องเพชรแพง” ครับ

ก่อนจะขับกลับบ้าน แวะพามาฝากเนื้อฝากตัวกับพี่สาวคนโต ที่ชื่อ”น้องเพชรพลอย” ก่อนเลย

 

ต่อด้วยรูปหมู่กับ ”น้องเพชรพราว” และ”น้องเพชรจ้า”

 

แม้เรื่องราวสุดแสนประทับใจในวันรับรถจะหมดลงเพียงเท่านี้

แต่เรื่องราวความสนุกของน้องเพชรแพงนั้น กำลังจะเริ่มต้น!!

แล้วพบกันต่อแน่นอนในรีวิว Mercedes-Benz GLA 250 AMG Dynamic by Biere ตอนที่ 3 เร็ว ๆ นี้นะคร้าบบบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *